จากการพูดคุยเรื่องอุปสรรคในการพัฒนา และการจัดการความรู้ เราได้ประเด็นที่น่าสงสัยว่าทำไมการจัดการความรู้ไม่ค่อยจะก้าวหน้าในคนบางคน หรือบางกลุ่ม
ในงานเฮฮาศาสตร์ ที่ดงหลวง ก็ได้มาลงที่ข้อสรุปว่า คนเหล่านั้นทำงานการจัดการความรู้ที่ขาดการทำจริง มีแต่ความพยายามจะเรียนจากเอกสาร ข้อมูลที่ได้จากผู้อื่น หรือแหล่งอื่น ทำให้ไม่ค่อยเข้าใจว่าสิ่งที่เขากำลังทำนั้นมีสาระความเป็นจริงอย่างไรบ้าง นอกเหนือไปจากคำพูด และคำเขียน ที่มีคนเขียนไว้ หรือเล่าให้ฟัง
เมื่อขาดความเข้าใจก็ทำให้ไม่สามารถเข้าใจ และจัดการความรู้ได้อย่างถูกต้อง
เอกสาร ก็ไม่สามารถเปลี่ยนเป็นข้อมูลข้อมูลก็ไม่สามารถแปลงเป็นความรู้และ ความรู้ไม่สามารถแปลงเป็นปัญญาได้
ดังนั้น การทำจริง ก็จะทาให้เกิดประสบการณ์ ที่เป็นน้ำย่อยและตัวเชื่อม (enzymes)
เป็นน้ำยาเรียนรู้ หรือ ตัวประสานความรู้
ให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ อย่างเป็นประโยชน์กับตัวเอง ผู้อื่น และทุกๆสรรพสิ่งในสังคม และ การทำจริง จึงจะทำให้เกิดความรู้จริง ปัญญาจริง และพัฒนาได้จริงครับ
สวัสดีค่ะอาจารย์
เห็นด้วยกับอาจารย์อย่างยิ่ง การเรียนรู้จากเอกสาร ไม่อาจทำเกิดการเรียนจริงหากไม่ปฏิบัติ
สวัสดีครับอาจารย์
สติ ถือเป็น Enzyme Cofactors ใช่ไหมครับ
เอกสาร ก็ไม่สามารถเปลี่ยนเป็นข้อมูลข้อมูลก็ไม่สามารถแปลงเป็นความรู้และ ความรู้ไม่สามารถแปลงเป็นปัญญาได้
ขอให้มีคนที่สนใจเคเอ็มได้อ่านเรื่องนี้อย่างทั่วถึงค่ะ
สังคมไทย มีกาวตราช้างขาย แต่ไม่มีกาวใจ
ถ้ามีกระบวนการเชื่อมใจต่อใจ สิ่งที่อาจารย์เล่าจะไปโลด
การทำจริง ก็จะทำให้เกิดประสบการณ์ ที่เป็นน้ำย่อยและตัวเชื่อม (enzymes)
เป็นน้ำยาเรียนรู้ หรือ ตัวประสานความรู้
คนแซ่แฮ จึงสร้างกระบวนการรองรับความคิดของเล่าฮู..
คงได้คำตอบแล้วนะครับว่า
"..ผมจะไปทำอะไรที่ดงหลวง" อิอิ..
ครับ
ได้แล้วครับ
ได้เพื่อน ได้งาน ได้ความรู้ ได้ประสบการณ์ ได้สนุก ได้สนาน ได้เฮ และ
ได้ฮา ฮา และ ฮาๆๆๆๆๆๆๆๆ
ขอบคุณมากครับ <p> </p>