ในทุกการทำงานล้วนมีความหลากหลาย หลากหลายทั้งเนื้องาน หลากหลายทั้งปัจจัยรอบข้าง
“ย้อนรอยเบาหวาน” โรงพยาบาลพุทธชินราช พิษณุโลกตอนที่ 1 อารัมภบท
- บริบทของเราใน ปี 2545 เมื่อเริ่มต้นการทำงานที่ กลุ่มงานเวชศาสตร์ครอบครัว ที่เป็นกลุ่มงานเปิดใหม่ ในวันนั้นมีอาจารย์ นิพัธ เป็นหัวหน้า คือ มีหมอคนเดียว มีพยาบาล คือ พี่ศรี รับผิดชอบงานการเรียนการสอนของแพทย์ประจำบ้าน พี่โต้ง พี่เขียด เจี๊ยบ อ้อ อุ๋ย และพี่นิภา ผู้ช่วยเหลือคนไข้ กลุ่มงานในวันนั้นของเราไม่ใหญ่โต มีกันไม่กี่คน และในวันนั้นเราก็เป็นเด็กๆ(ถึงแม้หน้าจะไม่ให้) ที่ต้องจับมาฝึกแบบจับปูใส่กระด้ง ก็อย่างที่บอกความรู้มีกันทุกคน แต่มันฝังลึก พี่โต้งต้องทั้งสอน ทั้งบอก กระแทก ๆ ให้ความรู้มันตกผลึก พี่โต้งนี้แหละพูดถึงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกลุ่มเสี่ยงเบาหวาน ให้อ้อฟังเป็นคนแรก พี่โต้งเหมือนห้องสมุดเคลื่อนที่ ที่พอเราพูดถึงเรื่องอะไร พี่ท่านก็รู้ไปหมด แถมรู้จริงอีกต่างหาก เพราะฉะนั้นกระบวนงานตั้งแต่ยุคตั้งต้นของเรา จึงเดินได้ตรงทาง ถึงจะมีเลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา แวะข้างทางไปบ้าง แต่พวกเราทุกคนก็รู้เป้าหมาย
- ในทุกการทำงานล้วนมีความหลากหลาย หลากหลายทั้งเนื้องาน หลากหลายทั้งปัจจัยรอบข้าง มีทั้งทำตามกระแส ตามนโยบาย ตามมาตรฐาน และที่สำคัญเราคงหนีไม่พ้นงานคุณภาพ วนไปวนมา ที่ HA 20 บท HPH 7 องค์ประกอบ ก็พยายามอ่าน พยายามทำความเข้าใจ รู้สึกเกือบปิดประตูใจไม่รับ เพราะสารพัดเรื่องดันมาพร้อมๆกัน ประชุม ประชุม แล้วก็ทำ ทำ ทำ เฮ้ย... อยากลอกคนอื่นจังเลย จะไปลอกใคร งานเราก็ไม่เหมือนใคร บริบทของเราเป็นอย่างนี้ ก็ไม่เหมือนที่อื่น ความรู้สึกคิดว่าเราคงไม่เข้าใจมันหละมั้ง ทำ ทำ เขียน เขียน แก้แล้ว แก้อีก เหมือนไม่ใช่ซักที เสียเวลาไปไม่ใช่น้อย ก็ต้องตั้งสติใหม่ พยายามมามองในมุมการทำงานของเรา พอดีกับอาจารย์มอบหมายงานเบาหวานให้ทำ ทำให้อ้อเข้าใจ HA HPH ตามแบบงานของเรา ซะที

- ปี พ.ศ 2546 หลังเปิดกลุ่มงานเวชศาสตร์ครอบครัว เกือบ 1 ปี อาจารย์ น.พ นิพัธ เป็นนักบุกเบิกยุคแรกที่ทำในสิ่งที่แตกต่าง โดยจับมือกับพระเอกสุดหล่ออีกคน อาจารย์ น.พ วิรัช ศิริกุลเสถียร ในการเปิดคลินิกเบาหวานใหม่ที่กลุ่มงานเวชศาสตร์ครอบครัว เพื่อเตรียมรับคนไข้รายใหม่ที่ได้จากการคัดกรองจากชุมชน อ้อคิดว่าอาจารย์ทำในสิ่งที่ไม่เหมือนใคร และอ้อได้รับมอบหมายเป็นผู้รับผิดชอบงานเบาหวาน เอาหละซิ.. ความรู้ก็มี พอเอาตัวรอด เพราะเรียนจบตามหลักสูตรนะจ๊ะ แต่มันฝังลึก ลึก มากๆ ประสบการณ์ไม่มี คุณสมบัติแบบนี้ถ้าไปสมัครงาน “บริษัทเบาหวานจำกัด” คงไม่เข้าตากรรมการสอบตกตั้งแต่แรก (ประวัติส่วนตัว เรียนจบมาปุ๊บก็สิงสถิตย์อยู่ward ศัลยกรรม มา 8 ปี)
- วันที่ได้รับมอบหมายงานวันแรก งง ครับท่าน??? ทำไป อ่านไป เริ่มต้นความรู้จากเอกสาร 5 แผ่น เริ่มมาทำความเข้าใจกับงานควบคุมป้องกันโรคเบาหวาน เพื่อที่จะได้ใช้ความรู้ทางระบาดวิทยามาใช้ในการวางแผนการป้องกันโรคในชุมชน ใช่แล้วกำลังพูดถึงการคัดกรองโรคเบาหวาน ในการทำงานตอนนั้นมีหลายมิติ มิติแรกต้องซ่อมนำสร้าง แล้วก็ถอยมาทำงานในมิติ สร้างนำซ่อมและต้องแสดงให้เห็นว่าการสร้างมีคุณค่า ผลลัพธ์ การสร้าง แตกต่างจากการ ซ่อม การสร้างสุขภาพเหมือนเป็นงานปิดทองหลังพระ ทำแล้วไม่ค่อยมีคนเห็นผล จะได้เปลี่ยนเป็นรูปธรรมที่สามารถเห็นผลได้ เพื่อจะได้สามารถสื่อสารกับทีมและเดินไปสู่เป้าหมายเดิยวกัน อ้อคิดไว้ว่างานนี้ต้องแสดงผลสู่เป้าหมายหลักๆ ได้ 3 อย่าง คือ ลดการเกิดโรค ลดป่วย ลดตาย วั้นนั้นยังไม่รู้หรอกว่าจะทำอย่างไง ความคิดเดินหน้า ส่วนวิธีปฏิบัติได้จากอาจารย์ เอากระบวนการ PDCA หมุนวนไปวนมา เกิดการพัฒนา ปรับแก้ไขงานในเรื่องโน่น เรื่องนี้อยู่เรื่อยๆ ทำๆไป ผลลัพธ์ก็ดีกว่าเดิมนะ ก็ค่อยๆดีขึ้นๆ เออ..ชักชอบใจ ทำมาถึงตรงนี้ เอ๊ะ ..ชักเข้าใจ Vission mission อ้าว..แล้วที่ทำ เค้าเรียก PDCA เหรอเนี๊ย.. สรุป งานคุณภาพจึงไม่ใช่เรื่องที่เพิ่มภาระให้ทำ ไม่ใช่เรื่องใหม่ ทำกันอยู่ทุกวันวันนั้นยังไม่รู้จัก KM รู้แต่อาจารย์และพี่โต้ง เอาใจใส่และให้ความสำคัญ ต่อ “ปัญญาของผู้ปฏิบัติ” เพราะอ้อไม่ใช้ผู้รู้ แต่เป็นผู้อยากรู้ อยากทำ เมื่อได้รับมอบหมายงาน ก็พยายามเสริมความรู้ทางทฤษฎีในการทำงานเบาหวานให้ตัวเองจากความรู้น้อยๆ ก็ค่อยๆเพิ่ม ถึงวันนี้ก็ไม่ได้รู้เยอะกว่าคนอื่น ไม่ใช่คนเก่งด้วย รู้ที่ละนิดเอามาปรับใช้ทีละหน่อย เสาะแสวงหาความรู้ที่ต้องการ เพื่อยกระดับความรู้ในตัวเอง ให้สามารถนำไปใช้ปฏิบัติได้จริงในงานเบาหวาน ความรู้มีเยอะแยะ ค่อยๆอ่าน ค่อยๆทำ สำคัญต้องปรับความรู้ให้เหมาะกับเราจะได้เอาความรู้ที่ได้ไปใช้ได้จริง สิ่งสำคัญที่ทำให้ผู้ปฏิบัติอย่างอ้อทำงานได้มาถึงวันนี้คือ· ให้อิสระในการทำงานใหม่ ให้โอกาสปรับปรุงวิธีการเก่าๆ · คิดนอกกรอบได้ (แต่ห้ามคิดนอกคอก 5 5 5 )· เมื่อทำงานผิดพลาด อาจารย์และพี่โต้งจะหัวเราะ(ไม่ใช่หัวเราะเยาะนะ แต่หัวเราะแบบ ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร ไม่ซีเรียส)ให้แง่คิดและเรียนรู้จากความผิดพลาด เริ่มต้นและพัฒนางานใหม่· บรรยากาศในกลุ่มงาน เป็นแบบพี่แบบน้อง รักและนับถือกัน เหมือนคนในครอบครัวเดียวกัน อยู่ที่นี่แล้วมีความสุข ถึงวันนี้งานจะเยอะขึ้นแต่ ความรัก ความผูกพันธ์ก็เพิ่มขึ้นเหมือนกันนะพี่โต้ง ฉบับนี้ย้อนรอยไปเรื่อยๆ เหมือนจะไร้สาระ แต่มีสาระนะคะ ฉบับหน้า จะมาย้อนรอยการทำงานในยุคแรกๆ ของการคัดกรองเบาหวานและการบริการในคลินิกนะคะ ติดตามตอนต่อไป

หนึ่งในกำลังใจของอ้อ...น่ารักมั๊ยยย..
ผู้เล่า รัชดา พิพัฒน์ศาสตร์
ดีใจนะเมื่อได้ยินหรือได้อ่านสิ่งที่น้องๆแสดงออกมาให้เห็นว่าทำงานแล้วมีความสุข มันไม่ใช่เพราะเราจะได้รู้สึกภูมิใจที่มีทีมงานดีหรอกนะ ที่สำคัญที่สุดคือเรามั่นใจว่าผลลัพธ์ที่ดีจะเกิดกับคนที่พวกเราช่วยกันดูแลสุขภาพแน่ๆ แค่นี้ก็มีความสุขแล้ว ขอบคุณที่ทุ่มเทให้อย่างเต็มที่และมีความสุขนะ
ตามมาให้กำลังใจกันค่ะ เห็นภาพสุดท้ายก็อดยิ้มไม่ได้ค่ะ นี่เองกำลังใจสำคัญค่ะ ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณนะอ้อ เห็นน้องๆทำงานแล้วมีความสุขพี่ก็เป็นสุขใจแล้วละนะ และที่ต้องรักษาเอกลักษณ์ของกลุ่มงานฯคือ รักสามัคคีและเพิ่มพลังการทำงานด้วยการทำงานเป็นทีมนะ เพื่องานที่ยังรอเราอยู่อีกมาก เป็นกำลังใจจ้ะ
ด้วยความเคารพรัก