ผมขับรถเข้าตัวเมืองปาย ตีไฟเลี้ยวเข้าถนนทางไปโรงพยาบาล เห็นรถจอดสองฝั่งถนนทั้งที่ถนนแคบและห่างจากสี่แยกไฟแดงไม่กี่คืบ ...นอกจากไม่ถูกกฎจราจรแล้ว ยังสุ่มเสี่ยงทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย บ้านของเรา ...หากไร้ระเบียบ ก็คงวุ่นวายและมีผลต่อสุขภาวะของเมืองโดยรวม

เกริ่นบันทึกเป็นเหมือนคำบ่นที่ผมรู้สึกถึง การถูกคุกคามของความเจริญที่ไม่สนใจวิถีชีวิตท้องถิ่น ปัญหาที่บ้านเกิดนับวันจะมีมากขึ้น หากเจ้าของบ้านไม่ลุกขึ้นมาจัดการนั้น เราลองคิดว่า จะมีใครเล่าจะยื่นมือเข้ามาดูแล

เราประชุมกันบ่อยขึ้น ตามวิกฤติปัญหาที่รุ่มเร้าบ้านของเรา

--------------------------------- 

วันนี้ผมมีนัดประชุมกับภาคประชาสังคมอำเภอปาย ครั้งล่าสุดที่เราได้จัดสนทนาวงน้ำชากัน จุดประกายความคิดสำนึกรักษ์บ้านเกิดที่มีอยู่ในใจให้กับแกนนำท้องถิ่นมาได้เพียงสัปดาห์เดียว การประชุมครั้งนี้ เหมือนกับเป็นคำสัญญาของมติที่ประชุมวันนั้น ผมจำคำของ คุณหมอ ผอ.โรงพยาบาลได้ดี ที่บอกเรื่อง วาระเร่งด่วน กอบกู้วัฒนธรรมเมืองปายและวาระประชุมวันนี้ก็พูดคุยเรื่องนี้กันครับ

         

ผู้อาวุโสเมืองปาย และเวทีพูดคุยในวันนี้

------------------------- 

เราพูดถึงประเพณีของไทยใหญ่ในวงสนทนาครั้งก่อน และประเพณีนั้นจะเกิดขึ้นในช่วง ไม่ถึงสิบวันที่จะถึงของเดือนนี้ก่อนประเพณีลอยกระทงของเมืองปาย  ชื่อประเพณี หลู่ ส่าง กาน เครือ เป็นภาษาไทยใหญ่ แปลความได้ว่าประเพณีทานผ้าเหลือง เพื่อห่มพระพุทธรูป และ คลุมรอบๆเจดีย์ เป็นประเพณีดั้งเดิมของพี่น้องไทยใหญ่ในรอบปี ผมพยายามหาข้อมูลเพื่อจะทำความเข้าใจในเนื้อหาประเพณีที่กล่าวถึงนี้ ก็ไม่พบ ค้นในเอกสารประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมไทยใหญ่ก็ไม่มีการกล่าวถึง ซึ่งผู้รู้ (ปราชญ์ท้องถิ่น) ได้เล่าให้ฟังว่าเป็นประเพณีดั้งเดิมจริงๆของพี่น้องไทยใหญ่ และ เราคุยกันว่าจะฟื้นประเพณีนี้ขึ้นมาอีกคราที่เมืองปาย- - -น่าตื่นเต้นดีครับ หากเราจะรื้อประเพณีที่ไม่ได้กล่าวถึงมานานเพื่อจะนำมาสืบสานกันอีกครั้ง

ผมเองเป็นลูกหลานคนเมืองล้านนา แต่ได้คลุกคลีกับพี่น้องไทยใหญ่ ที่สำคัญเป็นคนอำเภอปายมาแต่กำเนิด พบเห็นประเพณีไทยใหญ่ที่ร้อยรัด เชื่อมโยงกับพุทธศาสนา ล้วนแล้วแต่เป็นประเพณีที่งดงาม ลองมาทำความรู้จักประเพณีไทยใหญ่กันดูนะครับ เป็นประเพณีทั้ง ๑๒ เดือน (เดือน = เหลิน)

ไทยใหญ่แม่ฮ่องสอน

--------------------------------

ในรอบปีหนึ่ง ๆ คนไทยใหญ่มีงานที่สำคัญมากมายที่ยังคงรักษาไว้ มีการสืบทอดต่อกันมาอย่างเหนียวแน่น ในรอบปีมีประเพณีสำคัญต่าง ๆ มากมายเช่น    

เหลินเจ๋ง ( เดือนอ้าย ) ตรงกับเดือนธันวาคม จะมีประเพณี " กาบซอมอู " หรือทำบุญข้าวใหม่ คือ นำข้าวที่ได้จากการเก็บเกี่ยวมาใหม่ ๆ เตรียมอาการหรือขนม แล้วเชิญคนเฒ่าคนแก่ไปร่วมทำบุญถวายพระที่วัด ถือว่าได้บุญกุศลใหญ่ยิ่ง     

เหลินก๋ำ ( เดือนยี่ ) ตรงกับเดือนมกราคม มี " ปอยกาบซอมบุ๋ญเจ้าเข้าก๋ำ " คือการทำบุญ นำข้าวปลาอาหารและขนมหวานไปถวายพระที่เข้าปริวาสกรรม ตลอดเวลา 3วัน 5 วัน หรือ 7 วัน ก็แล้วแต่     

เหลินสาม ( เดือนสาม ) ตรงกับเดือนกุมภาพันธ์มี " ปอยหลู่ข้าวหย่ากุ๊ " หรือการบริจาคข้าวเหนียวแดง โดยการนำข้าวเหนียวมานึ่งแล้วคลุกกับน้ำอ้อยให้เข้ากันดี แล้วโรยหน้าด้วยเนื้อมะพร้าวฝอย ถั่งลิสง นำไปทำบุญที่วัดและแจกเป็นทานในหมู่บ้านหรือตามบ้านญาติสนิทมิตรสหาย กลางเดือนสามจะมี " ปอยโหล " คืองานจุดไฟฟืนในวันขึ้น 15 ค่ำเดือนสาม ทุกคนจะนำฟืนมารวมกันจุดให้แสงสว่างที่วัดในเวลากลางคืน และมีการละเล่นพื้นบ้านต่าง ๆ เพื่อเป็นการรับเสด็จพระพุทธเจ้าจากสวรรค์ ซึ่งเสด็จลงมาสั่งสอนมนุษย์บนโลก     

เหลินสี่ ( เดือนสี่ ) ตรงกลับเดือนมีนาคม - เมษายน จะมีงานประเพณีอันยิ่งใหญ่ของชาวไทยใหญ่ เรียกว่า " ปอยส่างลอง " คือการนำเด็กชายมาโกนผมแต่งกายเป็นส่างลอง เตรียมเครื่องไทยทาน แห่ไปตามถนนหนทางต่าง ๆ แล้วไปทำพิธีบรรพชาสามเณรที่วัดเป็นการเปิดโอกาสให้เด็กได้สัมผัสและเรียนรู้ธรรมะของพระพุทธองค์ ในช่วงฤดูร้อนซึ่งตรงกับเวลาเก็บเกี่ยวเสร็จ เหรือปิดภาคเรียนพอดี     

เหลินห้า ( เดือนห้า ) ตรงกับเดือนเมษายน มีประเพณี " ขั้นจองปีใหม่ " คือการทำบุญเทศกาลสงกรานต์ ชาวไทยใหญ่จะเตรียมข้าวปลาอาหาร เครื่องไทยทานไปทำบุญที่วัด คนเฒ่าคนแก่นอนจำศลีที่วัด หลังลงจากวัดมีการเล่นสาดน้ำกัน จากนั้นจะมีการ     " กั่นตอ " คือการขอขมาพระสงฆ์ ผู้หลักผู้ใหญ่ และรวมกันไปขอขมาพระสงฆ์และผู้ใหญ่ต่างหมู่บ้าน    

เหลินหก ( เดือนหก ) ตรงกับเดือนพฤษภาคม มีงานประเพณี " ปอยจ่าตี่ " คือประเพณีการขนทรายไปก่อเจดีย์ทรายที่วัดในวันวิสาขบูชา และร่วมกันทำบุญที่วัด เมื่อเสร็จพิธีมีการจุดบ้องไฟเพื่อเป็นพุทธบูชา     

เหลินเจ็ด ( เดือนเจ็ด ) ตรงกับเดือนมิถุนายน มีงานประเพณี "วานปลิก" และ "เลี้ยงเจ้าเมือง" คือการทำบุญหมู่บ้าน โดยทุก ๆ คนจะนำถังใส่น้ำและทราย มีตะแหลวเจ็ดชั้น ใบไม้มงคล ด้ายสายสิญจน์ ธูปเทียน ไปรวมกันที่กลางหมู่บ้าน นิมนต์พระมาทำพิธีสวดพระปริตรเพื่อเป็นศิริมงคลแก่หมู่บ้าน ขณะเดียวกันก็มีการเลี้ยงถวายศาลเจ้าประจำหมู่บ้านด้วย     

เหลินแปด เหลินเก้า เหลิอสิบ ( เดือนแปด เดือนเก้า เดือนสิบ )  ตรงกับเดือน กรกฏาคม - กันยายน มีงานประเพณี " ต่างซอมต่อโหลง " คือการบุญถวายข้าวมธุปายาสที่วัดในหมู่บ้าน และเลี้ยงอาหารคนเฒ่าคนแก่ที่มาภวานาจำศีลอยู่ที่วัดในวันพระตลอดพรรษา โดยเปลี่ยนไปตามวัดต่างๆ     

เหลินสิบเอ็ด ( เดือนสิบเอ็ด ) ตรงกับเดือนตุลาคม มีงานประเพณี " แฮนซอมโก่จา " คืองานทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว โดยเจ้าภาพจะเตรียมข้าวปลาอาหารและเครื่องไทยทานไปทำบุญที่วัด ถวายภัตตาหารเพลแด่พระภิกษุสามเณร และเลี้ยงอาหารแก่ผู้ที่มาร่วมงานพระสงฆ์อนุโมทนาเป็นเสร็จพิธี นอกจากนั้นยังมีประเพณี "ออกหว่า" คืองานออกพรรษา ตอนเช้ามีพิธีตักบาตร ตอนสายเตรียมเครื่องไทยทานไปทำบุญที่วัดและตอนกลางคืนมีการแห่     " จองพารา " หรือปราสาทพระ ไปถวายวัดหรือประดับบูชาไว้หน้าบ้าน นัยว่าเป็นเครื่องรับเสด็จพระพุทธองค์และเป็นศิริมงคลแก่ครอบครัวของตนเอง และในช่วงเดือนสิบอ็ดนี้จะมีประเพณีการละเล่นต่าง ๆ และการฟ้อนรูปสัตว์ เช่น นางนก กิงกะหล่า โต และสัตว์อื่น ๆ เพื่อความสนุกสนานในเทศกาลออกพรรษา  

 เหลินสิบสอง ( เดือนสิบสอง ) ตรงกับเดือนพฤศจิกายน มีประเพณี หลู่ส่างกานเครือ คือชาวบ้านจะมาช่วยกันจัดทำผ้าจีวรผืนใหญ่ประดับประดาด้วยริ้วกระดาษทองแล้วนำไปถวายที่วัดเพื่อใช้ห่มพระพุทธรูปในวัด และมีประเพณี " ส่างกานกะถิ่ง " หรืองานถวายผ้ากฐิน

เมื่อสิ้นเดือน 12 มี " ปอยก๋อยจ้อด " ดับไฟเทียน คืองานเสร็จสิ้นฤดูกาล ชาวบ้านจะช่วยนำไม้สนมาจักเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วมัดรวมกันเป็นลำใหญ่ เข้าขบวนแห่ไปถวายพระที่วัด แล้วจุดเป็นพุทธบูชา เป็นอันเสร็จสิ้นฤดูกาลของปี

จะเห็นว่า ทั้งสิบสองเดือนมีประเพณีของพี่น้องไทยใหญ่ตลอดทั้งปี ในการพูดคุยวันนี้ก็ได้เสนอว่าน่าจะทำปฏิทินวัฒนธรรมไว้ให้ชัดเจน ให้เห็นถึง Event ใหญ่ๆที่จะจัดงาน ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วย และส่งเสริม ฟื้นฟูวัฒนธรรมท้องถิ่นของเรา

สิ่งที่หารือต่อ คือการดื่มสุรา -เบียร์ น่าจะมีการควบคุมด้วย เพราะที่ผ่านมาช่วงงานประเพณีมีคนดื่มสุราเมามาย เด็กเยาวชนก็ดื่มกันเป็นเรื่องปกติ...ประเด็นนี้ได้หารือกันในรายละเอียดถึงวิธีการควบคุมทั้งการจำหน่ายสุรา เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในงานประเพณี อาจจะยากบ้างแต่น่าจะมีทางออกที่ดี

มีผู้อาวุโสสองสามท่านเสนอว่า การห้ามไม่ให้ขาย และดื่มนั้นนั้นลำบากมาก ขบวนแห่ตามประเพณี หลู๋ส่างก่านเครือ ที่จะถึงนี้ น่าจะรณรงค์ให้ทุกคนแต่งกายไทยใหญ่ทั้งชายหญิงเข้าร่วมขบวน  เพราะการแต่งกายที่มีความพิเศษจะสร้างความรู้สึกที่ภาคภูมิใจ เราพบว่าประเพณีที่เคร่งครัด การแต่งกายที่มีเกียรติสูงสุดของกลุ่มชาติพันธุ์สามารถลดปัญหาการดื่มสุราได้  ทั้งนี้ให้ทางปกครองท้องถิ่น รวมถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องรณรงค์และหาวิธีการแก้ไขปัญหานี้ควบคู่ไปด้วย

ในเวทีพูดคุยในหลายๆประเด็น รวมถึงถนนสายวัฒนธรรมที่เราจะทำให้มีขึ้นเคียงคู่กับถนนคนเดินเดิมที่มีอยู่ที่ออกแนวลูกครึ่งส่วนใหญ่ ประเด็นการพัฒนาถนนเส้นใหม่เป็นถนนคนเดินที่แสดงถึงวิถีคนพื้นเมือง เมืองปายจริงๆ เป็นประเด็นที่พวกเราจะยกยอดไปคุยในวงสนทนาวงน้ำชาครั้งต่อไป

สิ่งทีผมสังเกตในเวที เป็นความกระตือรือร้นของทุกท่านที่เข้าร่วมประชุมในวันนี้ ผู้เฒ่าผู้แก่ทุกท่านมีแววตาที่มุ่งมั่น มีความสุขในการได้คุยเรื่องเก่า เล่าความ ทุกท่านมีความสุขที่จะได้รื้อฟื้นประเพณีวัฒนธรรมที่ใกล้จะหายไป

นี่เป็นเวทีเล็กๆที่เกิดขึ้นต่อเนื่องจาก สนทนาวงน้ำชาครั้งก่อน ผมมองว่า เมื่อเริ่มสตาร์ทเครื่องไฟก็เริ่มติด กลไกต่างๆเริ่มทำงาน และหากเราทำงานสอดคล้องประสานกันผมก็คิดว่า เราจะเดินหน้าไปด้วยดี

งานจิตอาสา เป็นงานที่ต้องใช้ ใจ ในการมาร่วมกันร้อยรัด งานแบบนี้ หากไม่มีใจให้กัน งานก็ไม่เกิด การขับเคลื่อนก็หยุด  นอกจากนี้สิ่งที่เร่งเราให้เดินหน้าต่อไปคือ เราทนไม่ไหวแล้วกับการถูกคุกคามจากคนนอก ที่มาทำร้ายและย่ำยีเมืองของเรา เพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวของนักธุรกิจ นายทุน แต่ส่งผลกับคนท้องถิ่นอย่างเราอย่างไม่เป็นธรรม

เงินนั้นอยากได้ แต่อย่าทำลายชุมชน

คำขอร้องฝากมาจากภาคประชาสังคมเมืองปาย