เลยทำให้นึกถึงการยืมเสื่อวัดลาดพร้าวขึ้นมาทันที ... แต่คงได้เพียงแค่คิด ... ผมคงไม่ทำหรอกครับ ( ถ้าไม่จำเป็น)

     เทอมนี้ผมมีตารางสอน ป.ตรี รวม 18 คาบเรียนครับ บวกวิชา GSGE5102 คอมพิวเตอร์สำหรับบัณฑิตศึกษา ของปริญญาโทอีก 4 คาบก็กลายเป็น 22 คาบ/สัปดาห์ ก็ถือว่ามากเอาการอยู่ครับ 
     วิชาเทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับครูนั้นมีถึง 5 หมู่เรียน และห้องเรียนเป็นห้องคอมพิวเตอร์236 ซึ่งมีจำนวนเครื่องและเก้าอี้ที่นั่งเพียง 30 ชุด แต่จำนวนนักศึกษาต่อห้องมากถึง 50-60 คนครับ เรียกว่าต้องนั่งกับพื้นห้องเลยทีเดียว 
     ผมแจ้งต่อพวกเขาว่าได้ทำบันทึกถึงมหาวิทยาลัยไปแล้ว รอหน่อยคงมีทางออกที่ดี  พร้อมกันนั้นก็แกล้งลองเสนอความคิดเล่นๆกับเขาว่า  ในสถานการณ์เช่นนี้เราจะแก้ปัญหาอย่างไรได้บ้าง เช่นไปยืมเสื่อจากวัดลาดพร้าวมาปูนั่งที่ทางเดินนอกห้องเรียน แล้วเชิญหนังสือพิมพ์หลายๆฉบับมาถ่ายทำข่าว  น่าจะสะใจดีนะ  ไม่แก้ไขก็ให้รู้กันไป
    แล้วผมก็ชวนเขาคิดต่อว่าการทำเช่นนั้นจะมีข้อดี ข้อเสียอย่างไร น่าจะได้แค่สะใจ และแถมด้วยความเสื่อมเสียชื่อเสียของมหาวิทยาลัยเสียมากกว่า  มหาวิทยาลัยที่เราแขวนป้ายชื่อติดตัวไปตอนเรียนจบนั่นเอง  สะใจแต่ทำร้ายตัวเองใช่หรือไม่ ?  แล้วผมก็ต่อด้วยแนวคิดว่า วิชานี้ส่วนใหญ่อยู่กับการปฏิบัติงาน และขณะนี้ตึกศูนย์ ICT ใหม่ก็ติดตั้งอุปกรณ์เสร็จและให้บริการไปแล้ว  แม้ไม่ให้ใช้เป็นห้องเรียน นักศึกษาก็มีสิทธิ์เข้าไปใช้เครื่องทำงานได้ ห้องประชุมคณะก็คงว่างพอให้เราจองใช้เพื่อนำเสนองาน วิพากษ์วิจารณ์ เติมเต็มความรู้กันได้เป็นครั้งคราว   ส่วนเรื่องการจัดหมู่เรียนเป็นกลุ่มใหญ่จนล้นห้องนั้น อาจเป็นความผิดพลาดที่ไม่ได้จงใจจากฝ่ายทะเบียนก็ได้
    แล้วผมก็เฝ้าติดตามเรื่องบันทึกว่ามีตอบลงมาหรือยัง อยากดูว่าเขามีทางออกอย่างไรในการแก้ปัญหา  แล้วเมื่อ 2 วันก่อน เจ้าหน้าที่โทรมาบอกครับ ว่าคำตอบในบันทึกคือ ไม่มีห้องว่าง จัดให้ไม่ได้ 
    สรุปว่าผู้สอนต้องไปคิดวิธีแก้ปัญหาเอาเอง  เลยทำให้นึกถึงการยืมเสื่อวัดลาดพร้าวขึ้นมาทันที ... แต่คงได้เพียงแค่คิด ... ผมคงไม่ทำหรอกครับ ( ถ้าไม่จำเป็น)...  อิ ซะหน่อยก็ได้ ... อิ อิ อิ.