เห็นไหมค่ะ หัวอกเมีย มันทุกข์ใจขนาดไหน อยากฝากบอกบรรดา คุณผู้ชายทั้งหลาย โปรดอย่ากลัวเราเลยค่ะ (แค่เกรงใจก็พอ)

วันหยุดนี้ เห็นใครต่อใคร โดยเฉพาะท่าน blogger ผู้ชาย อาทิเช่น  ท่านอัยการชาวเกาะ, ท่านครูบาฯ  หรือแม้กระทั่งหนุ่มโสดอย่างนายสายลม  จากบันทึกนี้

อ่านรวม ๆ แบบตีรวน  เสมือนท่านเหล่านั้นได้เขียนบันทึกกล่าวขานถึง คุณสมบัติ (อันไม่พึงประสงค์) ของบรรดาภรรยา  เสมือนจะพยายามหา competency ของความเป็นเมีย (ที่ดี) ว่างั้นเหอะ

ดิฉันอ่านแล้วพลอยเป็นห่วงบรรดา blogger สาว (โสด) โดยเฉพาะแถวๆ เมืองสองแคว เพราะหาก blogger ชายท่านใดมาอ่านบันทึกเหล่านี้ จะพาลทำให้เบื่อการมีภรรยา ไปซะงั้น  แล้วอย่างนี้ พันธมิตรฝ่ายหญิงทั้งหลายของดิฉัน มิแย่เหรอค่ะ

 ดิฉันอดรนทนไม่ได้  จึงขอถือโอกาส (แต่งตั้งตัวเอง) เป็นตัวแทน blogger ฝ่ายสาว นำ (แฉ) เรื่องราวอันทุกข์ใจในครอบครัวของดิฉัน มาเล่าสู่บรรดาหนุ่ม ๆ ทั้งหลายได้ฟังนะคะ ว่าคนเป็นภรรยา ก็มีเรื่องทุกข์ใจเหมือนกัน

 คิดดูสิค่ะว่า เรื่องที่น่าภูมิใจที่สุดของหญิงสาว นอกเหนือจากการมีคนมาจีบ เราก็หวังว่า  สักครั้งหนึ่งในชีวิต  เราจะมีโอกาสได้สวมชุดเจ้าสาวและเป็นเจ้าสาวกับเขาสักครั้งหนึ่ง เห็นด้วยกับดิฉันไหมค่ะ 

 หลายท่านคงทราบดีว่า ตอนนี้ ดิฉัน มีลูกสาวแล้ว 2 คน  คงจะต้องผ่านความภูมิใจข้างต้นมาแล้วเป็นแน่แท้

แต่เปล่าเลยค่ะ  อย่าว่าแต่การมีโอกาสได้สวมชุดเจ้าสาวเลยค่ะ  แม้แต่สินสอดสักบาทเดียว ดิฉันยังไม่ได้เลยค่ะ เห็นไหมค่ะ แค่เริ่มต้นก็ทุกข์ใจแค่ไหนแล้ว

หรือฝ่ายชายเขาคงเห็นว่า ดิฉันไม่มีคุณแม่ เลยไม่จำเป็นต้องเอาสินสอดนี้ ไปเป็นค่าน้ำนมทดแทนบุญคุณให้คุณแม่ (เนื่องจากดิฉันอยู่กับคุณพ่อ) แต่เขาดันถอยรถป้ายแดงให้ดิฉันแทน (ฮาๆๆ)

 จวบจนดิฉันตั้งครรภ์แล้วคลอดลูกออกมา  ดิฉันก็ทุกข์ใจอีก เพราะในช่วงที่สายสะดือของ ลูก ๆ 2 คนของดิฉันยังไม่หลุด ดิฉันไม่เคยมีโอกาสได้อาบน้ำให้ลูกเลยค่ะ ตอนเช้าก่อนไปทำงาน ก็จะอาบไว้ให้ก่อน  ตอนกลางวัน ก็แวะมาอาบน้ำให้  คิดดูสิคะ ขนาดหน้าที่สำคัญ ๆ แบบนี้ เขายังไม่มอบหมายให้ดิฉันเลยค่ะ  เขาแย่งไปทำเอง จนวันไหนเขาติดงานกลับดึก พลอยทำให้ลูกดิฉัน อดอาบน้ำไปด้วย 

มันน่าเศร้าจริง ๆ ใช่ไหมค่ะ

 มีอะไรเขาไม่เคยปรึกษาดิฉันเลยค่ะ  แม้แต่ ล่าสุดนี้ ที่ทางรัฐบาลขึ้นเงินเดือนให้พวกเราข้าราชการ 4% (ดูเหมือนตั้งเยอะเนอะ แต่จริง ๆ แค่ 5-600 บาท )  เขาถือวิสาสะ ปรับเงินค่าใช้จ่ายในบ้านประจำเดือนให้ดิฉัน  จากเดิม 17,000 เป็น 20,000 บาท  โดยไม่ถามความเห็นของดิฉันสักคำว่า ดิฉันอยากได้ไหม  (อิอิ)

 ทำอะไรก็ไม่ค่อยจะบอก ล่าสุด (อีกแล้ว)  ลูกสาวคนโต (แอบมากระซิบ) บอกดิฉันว่า "แม่ ๆ วาเลนท์ไทน์หน้านี้ พ่อจะซื้อแหวนเพชรให้แม่ แต่พ่อไม่รู้ขนาดนิ้วแม่  นี่พ่อก็ให้ฟางทำอย่างไรก็ได้ วัดขนาดนิ้วแม่ ไปให้พ่อถ้าเป็นคุณ  ได้ยินแล้วจะทำอย่างไรค่ะ  จะเหมือนดิฉันรึเปล่า  ที่ต้องเป็นทุกข์รีบหาทุกวิถีทางเพื่อให้ได้วิธีการวัดขนาดนิ้ว ให้ลูกนำไปให้สามี  จนบัดนี้ ยังวัดไม่ได้เลยค่ะ  แต่ดิฉันได้แอบกระซิบบอกลูกว่า "แม่ไม่ชอบเม็ดใหญ่ ๆ นะ  แม่ชอบเม็ดเล็ก ๆ (แต่หลาย ๆ เม็ด) "  อิอิ

 เรื่องงานบ้านนี่ก็เป็นปัญหาโลกแตกที่พูดกันไม่รู้จบ  บรรดาท่านผู้ชายมักจะกลัวว่า การที่ต้องทำงานบ้านตามเมียสั่งหนะ  มันทำให้เสียฟอร์ม กลัวเพื่อนจะหาว่า กลัวเมียบ้างหละ 

ใครไม่อยู่ในสภาพเมีย (อย่างดิฉัน) ไม่มีวันรู้ ไม่มีวันเข้าใจหรอกค่ะ ว่าดิฉันขมขื่นขนาดไหน  เพราะดิฉันอ่านที่บรรดาคุณผู้ชายเขียนถึงเมียแล้ว  กลับมาย้อนดูการกระทำของสามีตัวเอง  ตลอดเวลาที่อยู่ร่วมทุกข์ ร่วมสุข กันมาเกือบ 20 ปี  (เป็นแฟนกันมา 10 ปี  เป็นสามี-ภรรยากันมากว่า 10 ปี)  แสดงว่า สามีดิฉัน ไม่เคยกลัวดิฉันสักนิดเดียว  เพราะงานบ้านหนะเหรอค่ะ  ดิฉันไม่เคยได้มีโอกาสแม้แต่จะเอ่ยปากได้ใช้เขาเลยค่ะ  เพราะเขาดันชิงทำซะหมดก่อน ก่อนที่ดิฉันจะสั่งซะอีก

 เห็นไหมค่ะ หัวอกเมีย มันทุกข์ใจขนาดไหน  อยากฝากบอกบรรดา คุณผู้ชายทั้งหลาย  โปรดอย่ากลัวเราเลยค่ะ (แค่เกรงใจก็พอ) 

 รักเมียน้อย ๆ แต่ขอให้รักทุกวัน (ทั้งในยามหลับ และยามตื่น)
 อิอิ

  
 เมียท่านไหน มีเรื่องทุกข์ใจแบบดิฉันบ้างค่ะ เชิญมาเติมเต็มได้เลยค่ะ เผื่อคุณผู้ชายมาอ่าน จะได้เห็นใจพวกเราบ้าง