แม้จะมีนโยบายและมาตรการต่างๆในการส่งเสริมอาชีพคนพิการ เพื่อให้คนพิการมีสิทธิและโอกาสในการพัฒนาศักยภาพทางด้านอาชีพ แต่ในทางปฏิบัติพบว่าคนพิการส่วนใหญ่ยังคงประสบปัญหาการเข้าสู่ระบบการจ้างงานในสถานประกอบการ อันเนื่องมาจากขาดโอกาสทางการศึกษา และการพัฒนาทักษะด้านอาชีพ รวมทั้งทัศนคติของสังคมและนายจ้างที่ไม่เอื้อต่อการจ้างงานคนพิการ อาทิเช่น วุฒิการศึกษาและสภาพความพิการเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้คนพิการไม่สามารถสมัครงานในตำแหน่งงานที่สถานประกอบการต่างๆประกาศรับสมัครคนพิการเข้าทำงาน นายจ้างไม่แน่ใจในความสามารถของคนพิการ นายจ้างคิดว่าไม่คุ้มทุนในการจัดสภาพแวดล้อมใหม่ให้กับคนงานพิการ และนายจ้างยังมองถึงผลประโยชน์ทางธุรกิจเป็นสำคัญ
การประกอบอาชีพอิสระของคนพิการหรือการจ้างงานตนเอง (Self Employment) เป็นทางเลือกหนึ่งของคนพิการในการพึ่งพาตนเอง โดยใช้ความรู้ความสามารถตามศักยภาพที่มีอยู่ ประกอบกับได้รับการพัฒนาศักยภาพด้านการฟื้นฟูสมรรถภาพทางอาชีพ ทำให้คนพิการสามารถสร้างงาน สร้างรายได้ให้แก่ตนเองได้โดยไม่ต้องพึ่งพิงระบบการจ้างงานในสถานประกอบการ

ซึ่งในสังคมปัจจุบันคนพิการจำนวนมากแม้จะเคยได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพทางอาชีพมาแล้ว ยังไม่สามารถเข้าสู่ระบบการจ้างงานในสถานประกอบการได้ ฉะนั้นการประกอบอาชีพอิสระจึงเป็นทางเลือกหนึ่งของคนพิการ ที่จะแสดงให้สังคมได้ประจักษ์ว่าคนพิการสามารถประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองและครอบครัวได้
สถิติการดำเนินงานของศูนย์ฟื้นฟูอาชีพคนพิการหยาดฝน นับตั้งแต่ ปี พ.ศ.2542 - ปัจจุบัน แสดงให้เห็นว่า คนพิการที่ได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพทางอาชีพหรือสำเร็จการฝึกอาชีพจากศูนย์ฟื้นฟูอาชีพคนพิการหยาดฝน ส่วนใหญ่สามารถหางานทำได้ และมีแนวโน้มได้งานทำมากขึ้นตามลำดับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแนวโน้มการทำงานของคนพิการที่มีการเปลี่ยนแปลงไป กล่าวคือ ในช่วงปี พ.ศ. 2542- 2543 คนพิการที่สำเร็จการฝึกอาชีพส่วนใหญ่ได้งานทำเป็นลูกจ้างในสถานประกอบการ และตั้งแต่ ปี พ.ศ.2544 - 2549 คนพิการที่สำเร็จการฝึกอาชีพแล้วส่วนใหญ่ไปประกอบอาชีพอิสระ เช่น เปิดร้านรับซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า เปิดร้านคอมพิวเตอร์/รับซ่อมหรือพิมพ์เอกสาร เปิดร้านรับตัดเย็บเสื้อผ้า ทำงานศิลปะขาย รับจ้างทำงานที่สามารถทำได้ ขายสลากกินแบ่งรัฐบาล และทำการเกษตร (เลี้ยงปลาดุก, เลี้ยงหมู) เป็นต้น

ทำงานศิลปะเป็นอาชีพอิสระ
ทำอาชีพวาดรูป
เพิ่มคุณค่า ..พัฒนาคนพิการ ให้พึ่งพาตนเองได้…