อากาศดีๆ อย่างนี้น่าเดินทางท่องเที่ยวชมธรรมชาติ มากกว่าอยู่ในห้อง ในสำนักงาน แต่ทำอย่างไรได้ ส่งใจออกไปก่อน แล้วตัวค่อยตามไปทีหลัง ดูจะเหมาะที่สุดแล้ว...

วันนี้ค้นไฟล์เก่าๆ ที่เก็บข้อมูลเรื่องผ้า เห็นว่ายังมีข้อมูลเอกสาร และภาพที่น่าสนใจ ซึ่งควรจะได้นำมาถ่ายทอด แลกเปลี่ยนกัน มากกว่าจะเก็บไว้ให้นอนแอ้งแม้งอยู่ในแฟ้มอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งนานไปอาจเจอปลวกอิเล็กทรอนิกส์ชอนไขจนพรุนไปก็ได้

ภาพที่นำมาให้ชมกันนี้ เข้าใจว่าเป็นภาพจากปฏิทินของลาว ไม่ต่ำกว่า 4 ปีที่ผ่านมา สาวลาวสวมชุดผ้าไหม ทอลวดลายสวยงามเหลือเกิน

ไปชมกันเลยครับ

ภาพแรก สาวน้อยหน้าหวานสวมเสื้อโทนชมพู มีผ้าคลุมบางๆ มีลายรูปขนมเปียกปูนแถวๆ มือขวา (คงไม่ใช่ผ้าทอมือ) พื้นสีชมพู มีลวดลาวตรงเอว ดูไม่ชัด เข้าใจว่าเป็นลายขิด ซ้ำๆ เป็นแถวไป เรียบๆ ไม่เน้นลวดลายมากนัก ผ้าซิ่นไหมอีกเหมือนกัน เข้าใจว่าเป็นมัดหมี่ และมีทอสอดคั่น ทำให้ดูเป็นลายทางแนวตั้ง (เวลาทอ ลายจะนอน แต่พอนำมาตัด จะกลับทางกัน) สีปูนแห้ง หรือสีน้ำหมาก ดูเข้ม แต่ก็เข้ากันได้ดีกับผ้าท่อนบน ทำให้เสื้อสดใส

ภาพที่สอง สาวคิ้วงาม มีเขี้ยวนิดๆ น่ารักดี เสื้อผ้าออกแบบมาสวยงาม น่ารัก ลายผ้าโดดเด่นเต็มตัว ผ้าพื้นสีกรัก แต่ลายที่ทาบข้างบน (ดูคล้ายเน็กไท) เป็นผ้าจกเต็มผืน ละเอียดและสวยงามมาก เป็นลายเรขาคณิต แต่ก็ลำดับสีได้สวยงาม ไปทางเดียวกัน

ภาพที่สาม สาวงามผิวขาวราวกับหยวก เสื้อและซิ่นทอพื้นลายเดียวกัน น่าจะเป็นขิดเหมือนกัน ช่วงลำตัวเป็นพื้นเรียบ มีจกเป็นช่วงๆ ออกแบบได้แปลกตา การออกแบบลายผ้าในปัจจุบันสำหรับการใช้งานสวมใส่ ที่นอกเหนือจากการนุ่งเป็นผ้าซิ่นแบบเดิม จะต้องคำนึงถึงการใช้งานเป็นอย่างดี มิฉะนั้นแล้ว เมื่อตัดเย็บ ออกมาจะดูประหลาด ไม่เข้ากัน

ภาพที่สี่ สาวงามคนสุดท้าย สวมเสื้อเป็นผ้าไหมแบบสาวด้วยมือ มีปุ่มมีปมตรงโน้นตรงนี้ ดูงามไปอีกแบบ ถ้าไหมที่ทอด้วยเครื่อง เส้นจะเรียบสม่ำเสมอ บางท่านไม่ชอบ ไหมสาวมือจะมีปุ่มมีปม เรียบบ้าง ขรุขระบ้าง ดูเป็นธรรมชาติ เข้าใจว่าเส้นยืนคงจะเป็นสีโทนแดง หรือเหลือง เพราะเห็นผ้าเหลือบสี ไม่ใช่เขียวทั้งผืน การเลือกใช้สีของเส้นด้ายยืนและเส้นด้ายพุ่ง มีผลต่อสีของผ้าทั้งผืน ซึ่งอธิบายได้ยาก เว้นแต่ผู้ที่คุ้นเคยกับการทอผ้าเท่านั้น เนื่องจากการผสมของสีนั้น แตกต่างจากการผสมสีที่เราคุ้นเคยทั่วไป สีของเส้นด้ายยืนเรามักจะ(สมองคิดว่า)มองไม่เห็น แต่จะเป็น effect ที่ได้จากสีของด้ายทั้งสองเส้นผสมผสานกัน

ผ้าซิ่นของสาวคนที่สี่ดูแปลกตา เพราะใช้สีสันสดใส ดูไกลๆ คล้ายมัดหมี่ แต่เข้าใจว่าเป็นการทอแบบล้วง อย่างผ้าลายน้ำไหลของทางเมือง (น่าน พะเยา เชียงราย) ของเรา ตรงแอว เอ๊ย เอว มีมัดหมี่ลายเล็กๆ แถมจกเป็นลายเล็กๆ อีกด้วย

ภาพสาวงามจากปฏิทินลาวนี้ โชว์ผ้าไหม และโชว์ฝีมือทอกันอย่างเต็มที่ เสียดายที่ความละเอียดภาพไม่มาก ทำให้ไม่สามารถขยายดูลายผ้าได้มากกว่านี้

ภาพสุดท้าย เป็นผ้าขิดของลาว สีสันและลวดลายแบบเก่าจริงๆ ดูเผินๆ คล้ายผ้าจก แต่ลักษณะการทอซ้ำๆ คงเป็นการยกเขาเก็บลาย เพื่อความสะดวกในการทอ จะได้ลายที่ซ้ำๆ เดิมไปตลอด แถวตั้งสองข้างที่เป็นลายกากบาท เป็นระยะๆ ดูคล้ายการทอแบบมุกซึ่งนิยมในหมู่ลาวพวนด้วย

ผ้าผืนนี้ไม่ทราบว่าเป็นผ้าใหม่หรือผ้าเก่า (สังเกตดูเส้นยืนด้านบนและล่าง คงจะเป็นผ้าเก่า) เพราะปัจจุบันมีการทอผ้าลวดลายเก่าๆ กันมาก โดยมีการลงทุนอย่างจริงจัง ผ้าจกของลาวจะมีรายละเอียดยุบยิบ ทอกันเต็มผืนก็มี และเข้าใจว่ามีการแกะลวดลายจากของเก่า และประดิษฐ์ลวดลายขึ้นใหม่จากพื้นฐานแนวคิดเดิม โดยนักออกแบบที่ศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจัง ผ้าลาวที่มีลวดลายประณีต ซึ่งวางขายในร้านผ้าตามห้างสรรพสินค้าจึงมีราคาแพงระดับหมื่นบาทขึ้นไปแทบทั้งสิ้น

ตอนแรกตั้งใจจะนำเสนอเรื่องผ้าจากจิตรกรรมฝาผนังวัดภูมินทร์ แต่คิดถึงเรื่องผ้าลาวขึ้นมาได้ จึงขอคั่นจังหวะ แล้วคราวหน้าจะพาไปชมภาพจิตรกรรมฝาผนังกันต่อครับ