ตอน: คำนำ เฮฮาศาสตร์ เล่ม 1

ตอนหัวค่ำนั่งดูทีวี มีรายการดีเหลือเกิน เขาเอาผู้สันทัดกรณีมาสัมภาษณ์เรื่องการบ้านการเมือง รายการนี้คุยเรื่องเลือกตั้งที่กำลังร้อนระอุ มาจบเอาตอนที่ผู้ดำเนินรายการถามว่า  

:ผู้ดำเนินรายการ

  ถ้าคุณไปยืนอยู่นอกประเทศ แล้วมองมา คุณเห็นอะไร

:ผู้สันทัดกรณี  ผมเห็นความแตกแยกในสังคมไทยอย่างมาก แทบทุกระดับจับคู่แบ่งค่ายแบ่งขั้วลุยกันอย่างเอาเป็นเอาตาย ตอนนี้มันกำลังจะเป็นวัฒนธรรมทะเลาะเบาะแว้งระดับวาระแห่งชาติเสียแล้ว ในขณะที่ประเทศอื่นเขาร่วมแรงร่วมใจกันพัฒนาประเทศทิ้งห่างเราไปเรื่อยๆไฟกำลังโหมไหม้หลังคาบ้าน แทนที่จะช่วยกันดับกลับมาฟัดกันแข่งไฟ มันจะเหลืออะไรละทีนี้.. 

ถึงจะเห็นคนไทยบางกลุ่มกำลังมันส์เขี้ยวกับการขย้ำกันเอง คนไทยบางส่วนคงกังวลใจไม่มากก็น้อย ทุกครั้งที่เปิดทีวีหรืออ่านข่าวสารต่างๆ เห็นมีแต่เรื่องที่ว่านี้ ผมนั่งดูอยู่ว่า  มีใครทำอะไรแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับเรื่องนี้บ้าง พวกที่เป็นห่วงบ้านเมืองก็บอกว่า.. 

  • คนไทยต้องรักสามัคคี
  • คนไทยต้องร่วมกันการสร้างเสริมสังคมแห่งภูมิปัญญา
  • คนไทยต้องช่วยพัฒนาชุมชนเป็นสุข
  • คนไทยต้องยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง

 คำว่า ต้อง ต้อง ต้อง เป็นเหมือนหลักการ แต่ วิธีการ หรือกระบวนการละเป็นอย่างไร พลังสังคมน้ำดีอยู่ตรงไหน ที่จะพากันเอาน้ำไปดับไฟที่ไหม้บ้านเมือง สังคมที่เอาแต่ทฤษฎี จะทำอะไรแต่ละที ทำไม่ถูก การที่ไม่ฝึกฝนไม่ลงมือทำกิจกรรมทุกอย่าง..กว่าถั่วจะสุกงาก็ไหม้ควันโขมง อย่างที่เห็นนี้แหละ..

..อยู่ที่ไหนครับหัวจิตหัวใจไทย ..รึหัวใจเป็นพลาสติกกันหมดแล้ว  

รายการเจ้าเป็นไผ กำลังรวบรวมพิมพ์เป็นเล่ม กลุ่ม2แควสนุกกับการทำเสื้อ พวกกุญแจ ขายแมลง และหลานๆทุบกระปุ๊กออมสิน กลุ่มภาคอีสานก็ลุกขึ้นมาตั้งกองกฐินในวันที่13นี้ คุณตันติราพันธ์ ชวนพวกเราทอดกฐินออนไลน์ ดีเดย์วันที่17 คอกาแฟบางคนกำลังสวิงสวาย ตัดสินใจอดกาแฟเพื่อเอาเงินมาสมทบเข้ากองทุน ในกลุ่มชาวBlogไม่มีใครดูดายสักคน ต่างคนต่างคิดช่วยในสไตล์ของตนเอง ไปอ่านดูเถอะ ทุกท่านออกแบบการทำบุญที่มีเสน่ห์มาก เป็นมิติทางสังคมที่สัมผัสได้อย่างแท้จริง  

นี่แหละคือหัวใจสังคมเชิงรุกในยามประสายากอย่างเป็นรูปธรรม ไทยช่วยไทย ใครอยู่ตรงไหนก็ช่วยกันคนละไม้ละมือ ผมเห็นว่ายังมีกิจกรรมดีๆเกิดขึ้นมากมายในกลุ่มองค์กรอื่น แต่เมื่อเทียบกับปัญหาของบ้านเมืองแล้ว พลังทางสังคมส่วนน้อยยังต้องการพลังเสริมภายในประชาคมอีกมาก แต่ถ้าเราจะนั่งรอคนภายนอกช่วย รอความพร้อม ก็ใช่ที่  

เราคงจะเสียใจมากไปกว่านี้ ถ้ามีรถดับเพลิงวิ่งมาตอนที่บ้านเหลือแต่ตอกับควันคุกรุ่น กระบวนการทั้งหมดนี้ เปรียบเสมือนเทียนเล่มเล็กส่องไปในสังคมที่มืดสลัว อย่างน้อยก็ยังมีแสงเทียน มีผู้คนลุกขึ้นมาเดินบ้าง ถ้าสวรรค์มีตา หรือคนอื่นสายตายาวมองเห็นว่ามีเพื่อนร่วมทาง เขาอาจจะลุกขึ้นมาเสริมพลังศรัทธากับเรามากขึ้นๆๆ

บางทีความรักความเมตตามันก็ต้องขยับบ้างนะ จะนอนรอให้กามเทพยิงศรมาปักอก เรารอไหวรึครับ อย่างน้อยการคิดและลงมือทำ ก็สมควรได้ชื่อว่าทำหน้าที่มนุษย์แล้วมิใช่หรือ อิอิ.