แกะรอย...ไผ หรือแกะดำเนี่ย
นามนั้นสำคัญไฉน แต่ใคร ๆ ก็อยากรู้ แม้แต่พ่อครูบา ยังจำบ่ได้ อิอิบอกก็ได้(นึกซะว่าอ่านหนังสือมังกรหยก เล่มยาว ๔ ตอนจบนะค่ะ) ถึงแม้จะหน้าไม่ให้แต่ใจรัก พวกเสมือนมีหน้าเป็นอาวุธ ก็งี้แหละ แฮะๆ
ข้าพเจ้ามีนามมังกรว่า “Ranee” ซึ่งเป็นนามปากกาที่รู้อยู่ในยุทธจักร G2K ค่ะ แต่ก็เป็นคนแซ่เฮนะค่ะ เรียกว่า ราณี แซ่เฮ อิอิ.
· นามจริงที่อยู่เบื้องหลัง คือ น.ส ศุภราภรณ์ พุทธพจน์มงคล (หลวงตาบังคับให้ใช้ชื่อนี้อะค่ะเพราะไม่มีให้เลือก) นี่คือนามปัจจุบันหลังจากเปลี่ยน มาแล้ว ๒ รอบ ไม่ใช่ไม่พอใจชื่อนะค่ะ ตามใจพ่อแม่และตัวเองค่ะ แต่เปลี่ยนแล้วก็ดีขึ้นนะ (ไม่รู้ว่างมงายหรือเปล่า แบบไม่สนค่ะ อิอิ)
· ชื่อก่อนนามเปลี่ยนตอน ป. ๓ จนถึงปริญญาตรี ใช้มาตั้งแต่เป็น ด.ญ –นางสาว ชื่อ ธีติมา พุทธพจน์มงคล เพราะไหมค่ะ
· ชื่อดั้งเดิมเป็นภาษาอินเดียนามว่า รายปาลกอร์ พุทธพจน์มงคล ชื่อเดิมแปลว่า ราชินีค่ะ ชื่อเล่นความหมายเหมือนชื่อจริง พ่อกลัวคนไม่รู้เกิดการหมั่นไส้ศาสตร์หรือเปล่าจึงเปลี่ยนให้ค่ะ แต่ชื่อนี้พ่อแม่ตั้งให้ และยังเรียกอยู่ค่ะ เพราะเป็นลูกสาวคนแรก ถึงแม้จะเป็นลูกคนกลางก็ตามค่ะ
ถูกถีบมาเกิด(สงสัยชาติก่อนเป็นจักรยาน เลยถูกถีบค่ะ อิอิ.) ณ โรงพยาบาลพุทธชินราช เมื่อเดือนกันยายน เป็นสาวราศีกันย์ไง อิอิ เป็นคนอ้วนมาตั้งแต่เด็ก โทษแม่เป็นประจำว่าบำรุงดีเกิน เคยหนักสุด ๘๐ กว่ากิโล
ปะหวัดการเรียน (แบบเรียนไม่ค่อยเก่ง แต่เอาตัวรอดเสมอค่ะ)
· จบปวช.และปวส.(ไม่ใช่ย่อมาจากพวก ประวัติชั่ว และประวัติเสื่อมนะอิอิ.) ด้านการบัญชีนะค่ะ จากโรงเรียนเทคนิคพณิชยการพิษณุโลก เกรดพอใช้ได้ แค่สามกว่า แต่กว่าเยอะนา จริง ๆแล้วไม่ได้ชอบวิชาด้านการบัญชีเลย แต่เมื่อตอนเรียนไม่มีสาขาอื่น มีแต่บัญชี กับเลขา เลยต้องจำใจเรียนมาค่ะ
· พอปริญญาตรี ก็อยากเรียนทางกฎหมาย หรือทางเศรษฐศาสตร์ หรือไม่ก็พลิกกับไปด้านการตลาดเลย เพราะเบื่อบัญชี แต่สุดท้ายก็คิดว่าไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว ก็เรียนจนจบปริญญาตรี บัญชีบัณฑิต กับเขาได้ ที่มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
· ปริญญาโท ได้ทีรีบฉีกแนวทันที มาเรียนด้านการบริหารกับเขาบ้าง จบบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต ที่บ้านเกิดคือ มหาวิทยาลัยนเรศวรจนแล้วจนรอดก็หนีบัญชีไม่พ้นเลย เพราะทำงาน ก็ต้องไปเป็นอาจารย์สอนบัญชี เขาเรียกว่าเกลียดอะไรมักได้อย่างนั้นเฮ้อ... เซ็งจิต !!!
ประวัติการทำงานและประวัติส่วนตัวอื่น ๆ แบบเขียนแล้วยาวเข้าไปอ่านได้ที่http://gotoknow.org/profile/suparaporn
จุดยืนเจ้าอยู่ตรงไหน
อยู่ที่ขา(แอบคิดเหมือนท่านไร้กรอบ) เคยฝันว่าจะต้องยืนได้ด้วยลำแข้ง แต่พ่อแม่ไม่ได้เลี้ยงด้วยลำแข้งนะค่ะ ฮ่าๆๆ และไม่ทำความเดือดร้อนให้ใคร รวมทั้งพ่อแม่ด้วย
เหตุเพราะเมื่อก่อนบ้านก็ต้องเช่า พ่อแม่มีลูกหลายคน จำได้ตอนเล็ก ๆ พ่อและแม่ลำบากนะค่ะ เงินมีอยู่ในลิ้นชักไม่ถึงร้อยบาท พ่อต้องออกไปขายของที่ต่างจังหวัด แม่ต้องเลี้ยงพวกเราหลายชีวิต ไม่ค่อยได้อยู่กับพ่อเท่าไร เป็นอาทิตย์พ่อกลับมา และมาเอาของ จะดีใจกันมาก แม่ต้องออกไปขายของที่ตลาด และเราต้องตามไปช่วยหิ้วของให้แม่ พี่ชายเฝ้าร้านค่ะ เพราะพวกเราพอมีพอกินไปวันๆ อะค่ะ เลยเห็นความยากลำบากของแม่ และสงสารแม่มาก ๆๆๆ เลยตั้งปณิธานไว้เลยว่าจะต้องมีธุรกิจเป็นของตัวเองและจะไม่รบกวนท่าน แม่สอนทำกับข้าวตั้งแต่ ๙ ขวบ เผื่อแม่ไม่อยู่บ้านจะได้ทำให้พี่และน้องทานได้ อิอิ
ตอนเรียนปวช. ก็ทำทุกอย่างที่เราจะทำได้เพื่อให้มีเงินเก็บโดยไม่ต้องขอพ่อแม่ เริ่มตั้งแต่นั่งรถไฟไปกรุงเทพ(เป็นครั้งแรกแบบไปคนเดียว) เพื่อเข้าไปซื้อเสื้อผ้าที่ประตูน้ำมาขาย เองแม้แต่ขายเครื่องสำอางค์ ขายชุดชั้นใน เอาหมดค่ะ ไปช่วยพ่อแม่ขายของงานวัดก็เคยทำตอนเด็ก ๆ กว่าจะมีอย่างทุกวันนี้ (ไม่ได้งก แต่ไม่อยากรบกวนท่าน) ตอนเรียนไม่เคยได้มีเวลาอ่านหนังสือเหมือนชาวบ้านเขา ตอนสอบ ต้องทำงานบ้านให้เสร็จก่อนถึงจะได้อ่านหนังสือไม่เหมือนเด็กปัจจุบันที่พอจะสอบ พ่อแม่ไล่ให้ไปอ่านหนังสือไม่ต้องทำอะไร(เมื่อก่อนเคยน้อยใจนะ แต่เดี๋ยวนี้ภูมิใจค่ะ)
ตอนเรียนปริญญาตรี พ่อแม่ให้เงิน แต่ขอท่านใช้ไม่เกิน ๒,๐๐๐ บาทต่อเดือน รวมค่ากับข้าวด้วย เพราะทำกินเอง อิอิ (อยู่หอในกรุงเทพนะค่ะ) พ่อยัดเงินให้อีกประจำ แต่ก็ปฏิเสธท่านทุกครั้งเลย
ความภาคภูมิใจไม่เคยรบกวนเงินพ่อแม่ และส่งตัวเองเรียนระดับปริญญาโทใบแรก และกำลังเรียนอีกนะค่ะ ใช้เงินตัวเองจากที่สะสมมาตั้งแต่เด็กจนทำงานค่ะได้หลายอยู่ค่ะ เพราะเป็นคนรู้จักใช้มั้งค่ะ (ห้ามคิดว่างกนะ)และ
อีกความภูมิใจ คือสามารถมีธุรกิจเป็นของตนเอง หลังจากศึกษาและทำงานมานานค่ะ เมื่อก่อนก็ทำงานให้ที่บ้าน แต่ถ้าจะไม่รุ่งเลยมาลองทำตามความคิดของตนเอง ก็ประสบความสำเร็จ ณ ปัจจุบันนะค่ะ
เจ้ากำลังไปไส
บอกได้คำเดียวว่าเพราะพ่อแม่เป็นตัวอย่าง และเป็นต้นแบบให้เรา ทำให้เราสามารถกำหนดจุดยืนได้นั่นเองค่ะเพราะถ้าไม่มีเขา ก็ไม่มีเราทุกวันนี้
เป็นคนชอบใฝ่รู้ ชอบอ่านหนังสือ เสาะแสวงหาแหล่งที่เพิ่มพูน ปัญญา ได้อบรมเยอะมากๆๆๆๆ ทำให้เราได้เรียนรู้ศาสตร์หลาย อย่างน่ะค่ะ แม้แต่เป็นครูสอนแอโรบิค ก็เป็นมาแล้วอิอิ (เอาทุกอย่างค่ะ) คิดเสมอว่าคนเราต้องเรียนรู้ตลอด เมื่อหยุดเรียนรู้ คือตาย ทำให้เราทำอะไรที่คิดได้อย่างไม่ลังเล และไม่เสียใจที่ได้ทำ
เจ้าต้องการอะไร
หลังจากเป็นอาจารย์มา ตั้งแต่ ปี ๒๕๔๔ ก็ได้ใช้วิชาความรู้จากที่ได้ร่ำเรียนมาจากพระอาจารย์ แต่ก็เป็นคนไม่ค่อยอิงระบบ กับเขาเท่าไร เลยอยู่ไม่ได้เพราะมันร้อน ประเภทคับที่อยู่ได้ คับใจอยู่ยากค่ะ เลยออกมาทำธุรกิจส่วนตัว ณ ปัจจุบันนี้ค่ะสิ่งที่อยากทำอีกอย่างคือ ทำเพื่อสังคม แม้จะเป็นเพียงจุดเล็ก ของสังคมทีใคร ๆ มองผ่านก็อยากทำ ค่ะ
เข้ามาในวงการ G2K
จากเจ๊ดัน นามลูกหว้าคนสวยจ้ะ และได้รับการสนับสนุนจากมิตรรักแฟนเพลงหลาย ๆท่าน จึงทำให้ราณีมายืน ณ จุดนี้ได้ ต้องขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านนะค่ะ
ทำไมถึงต้องเฮฮา..
การเรียนรู้ ไม่มีที่สิ้นสุด จำเป็นไหมค่ะ ที่การเรียนต้องเข้าไปนั่งแต่ห้องเรียน สำหรับราณี อะไรที่เครียด หรือเคร่งเกินไป ก็ไม่อยากอ่าน แต่ถ้ามีมุข เสริมนิด ต่อยหน่อยเพื่อกระตุ้น ก็เกิดความอยากเรียนรู้ เพราะฉะนั้น การต่อยอดความคิดไม่จำเป็นต้องมีแบบแผน หรือมีกระบวนท่ามากมาย แต่เราเข้ามาแบบไร้กระบวนท่า เข้าไปต่อยอดความคิดคน อื่น จาก ๑ เป็น ๒ จาก ๒ เป็น ๔ เพิ่มทวีคูณไปเรื่อย ๆ คนเราเมื่อคิดเหมือนกัน มองตาก็รู้ใจ แบบไม่ต่อก็ติด(ภาษาวัยสะรุ่น) สป๊าคได้ในทันที ฉะนั้น คำว่าสาระ หรือ ไม่มีสาระ มันอยู่ที่คุณเปิดใจรับ หรือต่อต้าน เพราะทุกอย่างที่คุณคิดว่าไม่มีสาระ แต่ราณีว่าทุกคำพูดที่เขียนสามารถตีความได้ หลายคนก็หลายความคิด ไม่จำกัดค่ะ รักก๊วนเฮฮาศาสตร์ทุกคนจริง ๆ ......
๐๐๐๐นี่ถ้าไม่รักกันจริงไม่ทนอ่านจนจบได้นะเนี่ย รักคนอ่านค่ะ อิอิ ๐๐๐๐

สวัสดีค่ะน้อง Ranee
สวัสดีค่ะพ่อครู
มาย้ำว่า..คิดถึงเสมอ...
และ
รักษาสุขภาพนะครับ..
....
โลกไม่เงียบเหงาเพราะมีคนให้เราได้คิดถึง
...
คำแรกที่อยากสารภาพ...ในช่วงที่บังคับให้ตนเอง "ว่าง" .. คือ "คิดถึงมากครับ......"
.....
ผมเป็นลูกอีสาน
วิ่งเล่นและเติบใหญ่ในท้องนา
ดูเวลาจากพระอาทิตย์
ติดข้าวเหนียว...ซุบหน่อไม้
เรียนแบบอด ๆ อยาก ๆ ...
ยิ้มยาก ...
เป็นคนโมโหร้าย... แต่ใจดี
มีความรัก แต่ไม่ใคร่แสดงออก
เขินอายในอ้อมกอดของหญิงสาว
ชอบนับดาวยามไกลบ้าน
เบิกบานไม่ค่อยเก่ง
ร้องเพลงไม่ได้เรื่อง
เต้นห่างเครื่องไม่เข้าท่า
วันนี้...
รักและศรัทธาต่อผืนแผ่นดิน
ไม่สิ้นศรัทธาต่อสถาบัน
ที่สำคัญ
หลงรักความผูกพันของชาว G2K... อย่างโงหัวไม่ขึ้น
สวัสดีค่ะคุณน้องพนัส
รู้สึกดีใจมาก ๆ ค่ะที่แวะมาเยี่ยม เป็นอย่างไรบ้างค่ะ สบายดีไหมค่ะ พักผ่อนและรักษาสุขภาพด้วยนะค่ะ อย่าห่วงคนอื่นจนลืมดูแลตัวเองละ อิอิ
คิดถึงมาก ๆ
สวัสดีอีกรอบค่ะ
ยังเขียนไม่เสร็จบันทึกซะแล้ว อิอิ
คิดถึงมาก ๆเช่นกัน ค่ะ หลาน ๆ เป็นไงบ้างค่ะ ที่นู่นหนาวหรือยังค่ะ ที่นี่ไม่หนาวเลยค่ะ
สงสัยนิสัยจะเหมือนกันบ้างนะค่ะ เป็นคนโมโหร้าย แต่ใจดี (ดูเหมือนขัด แต่ลงตัวค่ะ ) ขึ้ใจอ่อนค่ะ และเป็นคนขี้อายเหมือนกัน แต่เวลาเขียนไม่เป็นไร เพราะไม่มีใครเห็นเราค่ะ อิอิ ที่สำคัญ รู้สึกผูกพันธ์ อยากบอกว่า รักทุกคน ในโกทูโน (แม้จะไม่ได้เป็นนางงามก็ตามที อิอิ)
อะฮ้า...เด็กหญิง รายปาลกอร์ แซ่เฮ น่ารักจริงๆเลยค่ะราชินีน้อยๆของพวกเรา
ฮ่าๆๆๆ พ่อทำให้พี่หนิง
แซวเราซะแล้ว ดีนะไม่เป็นราชินีช้าง อิอิ
เป็นไงบ้าง พออ่านได้บ่ กลัวหมอเขียนให้อะค่ะ เลยต้องรีบทำการบ้าน ฮ่าๆๆๆๆ
สวัสดีค่ะครู
ไม่รู้ครูเศกสรร จะผิดหวังที่ได้อ่านหรือเปล่า อิอิ โดนกึ่งบังคับ หมอบอกว่า ถ้าไม่เขียนจะเขียนให้ค่ะ รีบทำเลย ต้องอดตาหลับขับตานอนมาทำค่ะ
ครูลองทำมานะค่ะ เผื่อส่งเล่ม ๒ ทัน อิอิ อะล้อเล่น ขอบคุณนะค่ะที่แวะมาเยียมเยียนค่ะ ตอนนี้อากาศเย็นไหม ที่พิดโลกร้อน ๆ ไม่เหมือนที่อื่นนะค่ะ
อ่านแล้วอยากร้อง...เฮ...จริงๆ ค่ะ
เขียนได้ประทับใจจริงๆ เอ..ต้องบอกว่าประวัติประทับใจจริงๆ ถึงจะถูกต้องนะ ^ ^
ดีใจที่ได้รู้จักกัลยาณมิตรดีๆ อีกคนค่ะ
สวัสดีค่ะอาจารย์
ขอบคุณมากค่ะที่เข้ามาแวะชม ไม่รู้จะพูดอย่างไรปลื้มค่ะ ดีใจจังค่ะ เขียนไม่ออกเป๋เลย อิอิ
มารู้จักกันมากขึ้นครับ
แอบย่องเข้ามาเงียบ ๆ นะพี่บางทราย อิอิ รู้จักอย่างแท้จริงที่ดงหลวงค่ะ ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมเยียนค่ะ
อ่านแล้วรู้สึกว่าได้รู้จักพี่มากขึ้น พี่เป็นคนสู้ชีวิตดีนะ หนูชอบ คนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เลือกทางเดินชีวิตตัวเองได้ และเลือกที่จะทำหรือไม่ทำอะไรก็ได้
หนูเห็นหลายคนอ้างความลำบากเพื่อเลือกความสบายทางลัด แต่คนบางคน (อย่างพี่) เลือกที่ยืนหยัดสู้เพื่อตัวเองและคนที่รักด้วยหยาดเหงื่อ สมอง และสองมือ เมื่อเวลาในชีวิตผ่านไปเราย้อนมองกลับมา จะไม่มีความรู้สึกว่าเสียใจเพราะทำเต็มที่แล้ว
หนูก็เป็นคนหนึ่งที่สู้ขึ้นมาเอง ไม่ได้แตะเงินของทางบ้านสักบาทเดียว 12 ปีที่ทำงานหนักมาตลอด ก็ออกดอกออกผลเป็นบริษัทที่มั่นคงให้ชื่นใจอย่างทุกวันนี้ค่ะ ถ้าย้อนเวลาไปได้ ถามว่าจะขอเงินที่บ้านมั้ยจะได้ไม่ต้องลำบากสู้ขนาดนี้ ก็ต้องบอกว่า ไม่เคยคิดเปลี่ยนใจ และไม่รู้สึกเสียใจในสิ่งที่ตัวเองเลือกสักนิดค่ะ : ) ดีใจที่ได้แชร์ประสบการ์ณชีวิตกันค่ะพี่
สวัสดี ค่ะ
ตามมาดู
ว่าคุณราณีเป็นไผ
อิอิอิอิ