กลิ่นกำยานที่อยากดมนักหนา มันแม่นคือ กลิ่นยางไม้จิกไม้ฮัง หรือขี้ซีบ้านเฮานั่นแล้ว

วันนี้ได้รับพัสดุกล่องใหญ่ เป็นของฝากจากดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรต พี่สาวที่ทำงานเดียวกันเธอไปเยี่ยมลูกสาวที่ทำงานแอร์โฮสเตท ของสายการบินเอมิเรตแอร์

สั่งความไว้แต่ก่อนไปแล้วว่า อยากได้กำยานFrankincense ที่ได้จากยางไม้ท้องถิ่นของอาหรับ เนื่องจากเคยอ่านพบเรื่องราวของกำยานชนิดนี้จากหนังสือ National Geographicฉบับหนึ่งนานมาแล้ว เห็นภาพประกอบของต้นไม้แกร็นๆในทะเลทราย น่าสนใจ และเป็นอาชีพของชนพื้นเมืองอาหรับที่เขาว่าการทำสวนปลูกไม้ชนิดนี้กำลังจะหมดไป

ยางไม้ชนิดนี้ใช้ทำเครื่องหอมมาตั้งแต่สมัยอาณาจักรโรมันโบราณ และถูกนำเข้าไปเผยแพร่ในยุโรปอย่างกว้างขวางอีกครั้งในสมัยสงครามครูเสด โดย Frankish Crusadersซึ่งเป็นที่มาของชื่อยางไม้ชนิดนี้ ส่วนต้นไม้ที่ให้กำยานชนิดนี้เรียกว่า Boswellia tree ปัจจุบันกำยานยังถูกใช้ในการผลิตน้ำหอมถึง 13 % ของวัตถุดิบที่ใช้ผลิตน้ำหอมทั้งหมด

เปิดกล่องดูก็ไม่ผิดหวังครับ ได้กำยานสมใจอยาก แถมด้วยกล่องเครื่องหอมกลิ่นแปลกๆอีกหนี่งกระปุกที่เจ้าHasil หนึ่งในคนที่มาสมัครเป็นหลานเขยฝากมาขอคะแนนเสียงสนับสนุน ได้สัมผัสของจริงเสียที

รวมแล้วก็มีถุงกำยาน Frankincense1 ถุง กล่องเครื่องหอมดูเหมือนกับทำจากเศษไม้หอมมาอัดเป็นแท่ง 1 กระปุก ถ่านไร้ควันสองแพค และโถดินเผาเล็กๆอีกหนึ่งอัน

ตามประสาคนเห่อ ก็เลยจัดแจงเผากำยานเพื่อชื่นชมกลิ่นตั้งแต่เช้า วิธีเผาเขาให้จุดถ่านไร้ควันวางบนโถดินเผา แล้ววางกำยาน หรือเครื่องหอมลงไปเท่านี้ก็ส่งควันหอมคละคลุ้ง ส่งกลิ่นหอมฟุ้ง เล่นเอาน้องๆหนีออกนอกห้องกันทุกคน บางคนขอลากลับบ้านกะทันหันก็มี 

วิเคราะห์กลิ่นดูแล้วครับพี่น้องๆๆๆๆ

กลิ่นกำยานที่อยากดมนักหนา มันแม่นคือ กลิ่นยางไม้จิกไม้ฮัง หรือขี้ซีบ้านเฮานั่นแล้ว คลิ๊กดูรูปตามลิ้งค์นี้ครับ  เรื่องเล่าจากดงหลวง 100 ขึ้นดอย ตอน ขี้ซี ขี้สูด ชิ้นส่วนของวิถีชีวิต  

ส่วนกลิ่นไม้หอมอัดแท่งนั้น ก็เหมือนกับกลิ่นของกระบอง หรือคบไต้บ้านเราชัดๆนี่เอง

แถมก้อนถ่านไร้ควัน ก็ยังมีเขียนไว้ว่า made in Thailand อีกต่างหาก

รู้อย่างนี้ผมไปซื้อขี้ซีกิโลละยี่สิบบาท กับกระบองอันละห้าบาท มาจุดตั้งนานแล้วคร๊าบ 

แคมป์ไฟเฮฮาศาสตร์ดงหลวงคราวนี้ผมจะเตรียมกระบองหรือคบเพิลงอีสานมาประดับภายใต้แสงดาวด้วยครับ  

: