จากการประเมินเชิงทรัพยากรน้ำ ตอนนี้ก็เริ่มเกิดการแก่งแย่งขาดแคลน และปนเปื้อนของแหล่งน้ำ

 ในช่วง ๒๑ ถึง ๒๗ ตุลาคม ๒๕๕๐ ที่ผ่านมา ได้เดินทางไปจัด โฟกัสกรุฟ

ระดมความเห็นด้านการจัดทำกฎหมายลูกประกอบ พรบ น้ำแห่งชาติ ทางภาคเหนือ

ที่

  • อุตรดิตถ์
  • ลำปาง
  • เชียงใหม่
  • แม่ฮ่องสอน
  • พะเยา
  • น่าน และ
  • แพร่ 

ได้อาศัยสมาชิกเครือข่ายพันธมิตรสายภาคเหนือ gotoknow เป็นแกนในการประสานงานจัดกลุ่ม focus group

และเชิญผู้เข้าร่วมประชุม ทั้งกลุ่มใหญ่และกลุ่มเล็ก  

โดยมีเจ้าถิ่น คุณเอก (จตุพร วิศิษฎ์โชติอังกูร) คุณหมอสุพัฒน์ ใจงามและครอบครัว เป็นเจ้าภาพใหญ่ หมอรอนและครอบครัว

และมีสมาชิก gotoknow ที่มาร่วมสนับสนุนการทำงานและร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้อีกหลายท่าน  

ชุมชนที่ผมได้เก็บข้อมูลเฉพาะ 

·        ในวันที่ ๒๓ ตุลาคม ๒๕๕๐ เวลา ๑๒- ๑๕ น. ที่บ้านสันติชล ม ๕ ต. เวียงใต้ อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน (มี ๑๙๖ ครัวเรือน แต่ยังไม่เป็นหมู่บ้านอิสระ เพราะปัญหาการไร้สัญชาติของชนเผ่าในพื้นที่)

  • มี นายบุญลอ หล่ออริยวัฒน์  มีท่านผู้นำชุมชนเผ่าจีนยูนนาน เป็นผู้ให้การต้อนรับ
    •  ข้อมูลทั้งทางสังคมก็คือ พื้นที่ภาคเหนือ เคยเป็นพื้นที่ปัญหายาเสพติด เป็นแหล่งการค้าและเส้นทางลำเลียงมาแต่เดิม ทำให้ระบบการพัฒนาเกษตรและทรัพยากรธรรมชาติเป็นเรื่องรอง และให้ความสนใจกันน้อย
    •  จนเมื่อมีการพัฒนาชุมชนเพื่อต่อต้านยาเสพติด จึงพยายามพัฒนามาเป็นแหล่งท่องเที่ยว เชิงนิเวศ และเชิงเกษตร ที่พยายามใช้จุดแข็งที่เหลือของชุมชน
    •   และหันกลับมาพัฒนาระบบทรัพยากรแหล่งน้ำ ป่าไม้ เกษตร  วิถีชีวิตของชาวบ้าน และชุมชน เพื่อสนับสนุนระบบการท่องเที่ยว เชิงศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรมและพัฒนาความเป็นอยู่ของชุมชนห่างไกล
    • มีการทำฝายชะลอความชื้น ประปาภูเขา ดูแลริมฝั่งแม่น้ำปายโดยการปลูกต้นไม้และหญ้าแฝก
    • มีการพัฒนาตัวเองและพื้นที่ ให้เป็นที่ยอมรับของสังคม ฝ่ายบริหาร เพื่อประกอบการขอสัญชาติไทย  

·        ในเย็นวันที่ ๒๓ ตุลาคม ได้จัดประชุม Focus group เวลา ๑๙- ๒๒ น. ที่ บ้านแม่ปิง ต. แม่ฮี้ อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นหมู่บ้านชนเผ่ากะเหรี่ยง นับถือศาสนาคริสต์ ที่อยู่ใกล้ๆกับกลุ่ม วัดจันทร์ที่นับถือศาสนาพุทธ

เป็นการประชุมในบ้านผู้นำ นายอำพัน ปรีชญาวิชัยกุล และคณะกรรมการหมู่บ้านอีก ๙ คน

เป็นการประชุมในบ้านผู้นำ มีการเลือกระดับผู้นำด้านต่างๆ เลือกเวลาที่ชาวบ้านสะดวก และสถานที่ เหมาะสม ตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้ทุกประการ  

ทำให้ได้รับรู้สภาพทรัพยากร การจัดการ ขีดจำกัด ปัญหา และทางเลือกในการแก้ไขปัญหาทรัพยากรน้ำของพื้นที่ภาคเหนือ ที่สามารถใช้ข้อมูลเป็นตัวแทนของการจัดการพื้นที่ต้นน้ำของภาคเหนือได้เป็นอย่างดี โดยพบว่า

1.     การจัดการน้ำของชุมชนของพื้นที่แถบนี้เป็นประปาภูเขา ทั้งระดับครัวเรือนและชุมชน

2.     มีการแบ่งปันน้ำกันจากแหล่งน้ำเดียวกัน ข้ามพื้นที่ลุ่มน้ำสาขา แบบเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน

3.     ใช้ท่อ ๓-๔ นิ้ว ส่งมายังชุมชน เพื่อมาทำน้ำประปาชุมชน

4.     ในฤดูฝน (มิถุนายน ถึง สิงหาคม) ได้แบ่งน้ำดังกล่าวไปทำนาด้วย

5.     มี แก่น้ำ เป็นผู้จัดการ เก็บค่าน้ำ หักค่าซ่อมแซม และเป็นค่าใช้จ่ายรายเดือนให้ แก่น้ำ

6.     ฤดูฝนน้ำจะขุ่น ต้องกรอง และใช้น้ำฝนเป็นน้ำดื่ม

7.     มีการปล่อยน้ำเป็นช่วงๆ ทุกคนต้องคอยเก็บน้ำไว้ใช้เอง

8.     ในฤดูแล้งเหลือเฉพาะน้ำกินน้ำใช้ ต้องช่วยกันประหยัดมากๆ 

9.     กำลังจะไปขอปันน้ำจากลุ่มน้ำอื่นที่เหลือใช้ 

ชุมชนมองเห็นความสำคัญที่ต้อง

1.     ดูแลเรื่องขยะ แหล่งท่องเที่ยว น้ำเสียจากชุมชน ในเมือง

2.     ป้องกันการดูดทรายที่ทำลายแหล่งน้ำ

3.     ดูแลรักษาป่าต้นน้ำ

4.     มีกรรมการตรวจดูแลพื้นที่ต้นน้ำ เป็นรายปี และคนที่เลี้ยงสัตว์ในพื้นที่ จะเป็นสายสืบให้กับชุมชน

5.     ระบบประปาชุมชนจะช่วยลดความขัดแย้ง เกิดความเป็นธรรม และปัญหาแหล่งน้ำขาดแคลน

6.     การเก็บค่าน้ำ เสนอให้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นองค์กรหนุนช่วย กก ลุ่มน้ำ  จากการประเมินเชิงทรัพยากรน้ำ

ตอนนี้ก็เริ่มเกิดการแก่งแย่งขาดแคลน และปนเปื้อนของแหล่งน้ำ

ที่อาจเป็นชนวนจำกัดความร่วมมือของผู้เสียเปรียบในสังคม

แต่ก็ยังมีข้อเสนอในการจัดระบบประปาชุมชน แทนระบบประปาภูเขา โดยภาพรวมก็จะทำให้ลดโอกาสของการเกิดปัญหาได้