เปล๊า ..ใครว่าฉันติดกาแฟ ฉันติด coffee-mate ตะหาก

       Cupst1 Cupst1 Cupst1

มีพี่ชาย ที่แสนดี คนหนึ่ง ถามว่า ชอบกาแฟได้ไง  ฟังดูเหมือนประโยคสัมภาษณ์ในงานแต่ง ยังไงไม่รู้ 555  เลยนึก ๆ อยากเล่าเรื่อง การพบรัก และ ตกลงปลงใจร่วมหัวลงโรงกับกาแฟ    

เมื่อก่อน นานมาก  นานจนจำเกือบไม้ได้ ( อิอิอิ แล้วจะมาเล่าทำแป๊ะ อะไรนิ ) ตั้งแต่สมัยเป็นนักเรียนพยาบาล  ชีวิตนักเรียกพยาบาล ปากกัด ตีนถีบมากกว่าที่หลาย ๆ ท่านคิด บางคนอาจเคยเห็นนักศึกษาพยาบาล หน้าตาจิ้มลิ้ม แต่งตัวน่ารัก  คงไม่รู้ว่าชีวิตพวกนักศึกษาพยาบาลรันทดขนาดไหน (เรื่องมันยาวค่ะ)แค่เข้าปีแรกของการเป็นนักศึกษาพยาบาล เราก็ต้องสวมชุดสีฟ้า มีผ้าเอี๊ยมขาว ปีหนึ่งเป็นปีที่ไร้หมวกค่ะ

 แค่เข้าปีหนึ่งเราก็ต้องไปสัมผัส ชีวิตกับผู้ป่วยตัวเป็น ๆ แล้ว แต่ว่าไม่หนักหนาเท่าไหร่ จะหนักหนาก็กับกับการทำ case study ค่ะ ซึ่งเราจะต้องไปศึกษาจากแฟ้มบันทึก ประวัติผู้ป่วย การสัมภาษณ์ผู้ป่วย  ปีหนึ่งไม่ได้หนักหนากับการทำงานค่ะ การเรียนส่วนใหญ่จะเป็นภาคทฤษฎี  สลับกับการได้ไปเยี่ยมผู้ป่วย ไปเก็บ case มาทำรายงาน  ความหนักหนาของงาน ก็ว่าด้วยเรื่องของการทำรายงานที่แหล่ะ

นักเรียนพยาบาลสมัยโบราณอย่างพวกเรา เป็นเด็กหอในค่ะ กินนอน อยู่เรียน กันในวิทยาลัยนั่นแหล่ะ การต้องมาอยู่กับคนหมู่มาก ที่เราไม่คุ้นชินก็เป็นเหตุ ยายกาแฟเป็นเด็กนิสัยเสีย และสมาธิสั้น .. ช่วงที่ชาวบ้านเค้าทำรายงาน เค้าท่องหนังสือกัน จะไม่มีสมาธิ ไม่สามารถ ท่องหนังสือร่วมกับคนอื่นได้ ... แต่พอชาวบ้านเค้าทยอยกลับไปนอนกัน ห้องเริ่มเงียบ ก็จะเป็นเวลานาทีทอง ว่าต้องเร่งอ่านหนังสือ กับ ทำงานรายงาน  กว่าจะหลับก็เกือบเช้า หรือบางทีก็ฟุบนอนในห้อง study ตอนเช้าจะตื่นยาก จนบางทีก็ตื่นสาย จนโดดเข้าแถวอยู่บ่อย ๆ โดนจับได้มั่ง ไม่ได้ มั่ง  พอกลางวันไม่รู้ผีที่หลับ ที่นอนที่ไหนมันมาสิง  ง่วงหงาว ง่วงงุน มึนงง ระเบิดระเบ้อ (เราจะเรียกอาการง่วงงุน ใน class ว่า stupor แปลว่า สภาวะซึม เข้าข่ายเกือบ coma)  ยายกาแฟก็จะนอนใน class บ่อย จนอาจารย์จำได้เลยทีเดียว  

พูดถึงการหลับในห้องนอน จะมีห้อง lecture อยู่ห้องหนึ่ง .. อาจารย์จะเขียนกลอนตัวโต ๆติดไว้ ให้นิสิต  ที่ชอบหลับอ่าน   

เธอหลับ คอพับ คออ่อน     

ครูสอน เธอนอนหลับใหล    

อนาคต เธอจะเป็น เช่นไร

แม่ไม่ได้ ส่ง ....(ควาย)....มาเรียน”  (อาจารย์ทำ .......ไว้ เราต้องมาเติม ควายเอาเองค่ะ เอิ้ก ๆๆ)

อ่านแล้วก็ขำกลิ้ง ... ต่อมจิตสำนึกก็เริ่มทำงาน ..โอ้โห พี่น้องคะ  จำไม่ได้ ว่าใช้ชีวิตอย่างนั้นมาได้ยังไง .. พอแบบแผนการนอนหลับมันเพี้ยน ก็เลยต้องใช้อุปกรณ์ช่วย คือกาแฟ  ..ใหม่ ๆ ก็ทรงเครื่องใหญ่ ..ทั้งกาแฟ น้ำตาลและ coffee-mate  พูดได้ว่า กินมันอยู่นั่น ขอให้มีน้ำร้อน กินตลอด ได้ผลบ้าง ไม่ได้ผลบ้าง แต่ก็เป็นที่มาของการที่ต้องได้ พึ่งพา ยาเสพติดประเภทกาแฟค่ะ  ตั้งแต่ปวารณาตัวเป็นทาส กาแฟ ห้องของยายกาแฟ ก็จะเป็นที่ทราบกันว่า ยังไงก็จะต้องมี กาแฟ น้ำร้อน และ อุปกรณ์ครบ set  ทานกาแฟ มาตลอด ใครมาห้องยายกาแฟ ไม่เคยผิดหวังค่ะ ภาพที่ชินตาของเพื่อน ๆ คือ ยายกาแฟถือแก้วกาแฟแบบหูใบเขื่อง ๆ เดินไปเดินมาค่ะ

จนถึง ปีสาม เริ่มเจออุปสรรค เรื่องคอฟฟี่เมท ขาดตลาด ตอนนั้น  พอไม่มีครบแล้วจะแย่มาก ทานไม่ได้ เอาซะเลย .. พอทานไม่ได้ ก็เริ่มรำคาญ ตัวเอง เพื่อน ๆ ที่หวังดี ก็มากระแซะให้เลิกกาแฟอยู่นั่น .. (ผู้เขียนมีโรคประจำตัว อีกอย่างหนึ่งคือกระเพาะอาหารจะอักเสบบ่อย ๆ เวลา มันกำเริบที เพื่อนฝูงจะเดือดร้อนกันทั่วหน้าเพราะจะ severe มาก ถึงมากที่สุด )..  เพื่อน ๆ สรุปว่าเป็นเพราะ ดื่มกาแฟมากไป ... ผู้เขียนก็ต้องเถียงเสียงแข็งอยู่เรื่อยไปล่ะค่ะ 

  เปล๊า ..ใครว่าฉันติดกาแฟ ฉันติด coffee-mate ตะหาก ..เชอะ!   อิอิอิ  ข้ออ้างข้าง ๆ คู ๆ ของคอกาแฟล่ะค่ะ  อย่าเอาเยี่ยงนะคะ เพราะมันฟังไม่ขึ้นเท่าไหร่

พอ coffee-mate ขาดตลาดนาน ๆ เข้า ก็ทนไม่ไหว ยายกาแฟ ก็เลยประกาศตัวก้องทันทีค่ะ  

ฉันจะเลิกดื่มกาแฟ แล้ว   เพื่อน ปรบมือ โห่ฮาป่า กันทั่วหน้า มีบ้างที่บอกไม่เชื่อ น้ำหน้า แล้วเอ็งจะเลิกยังไง

ฉันก็จะเลิก แบบค่อยเป็นค่อยไป

โดยตั้งแต่วันนี้ ฉันจะเลิก coffee-mate ก่อนฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า

จบ 

 

หมายเหตุ : ทุกวันนี้ ยายกาแฟ เลิก coffee-mate สำเร็จ แล้วค่ะ