ดิฉันเพิ่งเดินทางกลับจากกรุงเทพเมื่อบ่ายวันอาทิตย์ที่ ๔ พฤศจิกายน บ่ายนั้นไม่มีฝนตก เลยจัดการเอารถไปเติมน้ำมัน เติมลมยาง และไปซื้อกับข้าวร้านอร่อยไว้เป็นเสบียงหลายอย่าง พอถึงวันจันทร์จึงได้รู้ว่าสิ่งที่ทำไปในวันอาทิตย์นั้นคิดถูกแล้ว
วันจันทร์ที่ ๕ พฤศจิกายน ช่วงเช้าและบ่ายมีฝนปรอยๆ เล็กน้อย แต่พอตกเย็นก็เริ่มตกหนัก ฝนมาเป็นชุดๆ ดิฉันนั่งฟังเสียงฝนและทำงานไปเรื่อยๆ จนเกือบ ๒๑ น.รู้สึกว่าฝนยังตกค่อนข้างหนักอยู่ ท่าทางจะไม่หยุดง่าย คิดว่าไม่ได้การแล้วควรจะกลับบ้านพักเสียที หอบหิ้วข้าวของและกางร่มไปที่ที่จอดรถ (ซึ่งทางมืดมากๆ ได้ยินว่าเขาประหยัดไฟ) ปรากฏว่าบริเวณที่จอดรถมีน้ำท่วมเกือบถึงขอบฟุตบาท ไม่มีหนทางอื่นนอกจากลุยน้ำทั้งรองเท้าหุ้มส้น (มาคิดได้ทีหลังว่าน่าจะถอดรองเท้าไว้ที่ที่ทำงาน)
ระหว่างทางที่ขับรถกลับบ้านพัก มีน้ำท่วมบางส่วนของเส้นทาง บริเวณที่ลุ่มมีน้ำขังแล้ว ชาวแฟลตที่อยู่ที่ต่ำพากันย้ายรถยนต์ไปจอดไว้บนถนน (บริเวณแฟลตนี้เคยมีน้ำท่วมสูงเลยเข่าเมื่อหลายปีก่อน)
วันอังคารที่ ๖ สายๆ เริ่มมีฝนอีก และตกต่อเนื่อง แรงขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็ไม่ถึงกับแรงมาก กลับจากประชุมที่อาคารบริหารมาที่อาคารสำนักวิชาซึ่งเป็นที่ทำงาน ปรากฏว่าน้ำท่วมถนนและที่จอดรถเหมือนเมื่อคืนวันจันทร์ จึงรีบเคลียร์งานเอกสารต่างๆ กว่าจะเรียบร้อยก็เกือบ ๑๘ น. ไม่มีเวลาเขียนบันทึกในบล็อกอีกแล้ว (ที่บ้านพักยังต่ออินเตอร์เน็ตไม่ได้) เพราะเกรงว่าขืนนั่งทำงานต่อไปเรื่อยๆ หากฝนไม่หยุดและน้ำท่วมมากขึ้นจะลำบาก
วันพุธที่ ๗ ฝนยังตกไม่หยุดเลย
วัลลา ตันตโยทัย วันที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๐
ส่งความคิดถึงมาท่ามกลางสายฝนค่ะ
อยุธยาฟ้าใส อากาศดีมาก
รักษาสุขภาพนะคะ