แต่จิตยังไม่ตาย (ดับ) มันไม่นิ่งให้เราผ่า แล้วจะชันสูตรได้อย่างไร
เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๔ พ.ย.ที่ผ่านมานี้ ได้มีโอกาสไปร่วมงานจิบน้ำชา แนวสุนทรียสนทนา เรื่อง "ไพ่ใบนั้นที่คุณทิ้งไป" โดย ดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ เป็นวิทยากร ที่โรงแรมโฟร์วิงส์ สุขุมวิท ๒๖
หลังจากกลับมาก็เริ่มฝึกตามที่อาจารย์สอน คือตามดูกาย ดูจิตไปเรื่อย มีโจทย์ให้ดูเต็มไปหมด งานก็เยอะ แถมบ้านก็กำลังปรับปรุง ทาสีใหม่ จนสงสัยว่าตัวเองจะติดทินเนอร์ไปแล้ว
ผ่านมาสองวัน เลยคิดขึ้นมาได้ว่า เออหนอ สงสัยเราต้องต่อเติมห้องใน (หัว) ใจเพิ่มขึ้นอีกห้อง เป็นห้องที่ห้า ชื่อว่า ห้องดับจิต (ที่คิดฟุ้งซ่าน) ซะแล้ว เอ...หรือว่าจะสร้างห้องชันสูตรจิตดี คือ ไม่ต้องดับแต่ชำแหละออกมาดู แต่จิตยังไม่ตาย (ดับ) มันไม่นิ่งให้เราผ่า แล้วจะชันสูตรได้อย่างไร
ยังไม่ได้คำตอบ ขอพักความคิดไปทำสรุปเรื่องที่ได้ฟังในวันนั้นทั้งหมดจากบันทึกที่จดไว้เสียก่อน อาจได้คำตอบ
สวัสดีครับ..ขออนุญาตแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครับ ผมว่าน่าจะสร้างหอคอยดีกว่านะครับ สร้างเอาไว้คอยดูจิต ถ้าสร้างห้อง มันก็จะอยู่ใกล้ๆกันครับ อาจมองจิตไม่เห็น สร้างหอคอยดีกว่าครับ อยู่สูงๆ จะได้มองจิตเห็น..ขอบคุณครับ
จริงด้วยค่ะ อาจารย์วรภัทร์ก็พูดถึงหอคอยนี้ แต่ครูส้มสายตาสั้น สมาธิก็สั้น อยู่บนหอคอยกลัวเผลอไปมองวิวอื่นๆ สิคะ อิ อิ