ไปเชียงใหม่มาสี่วันค่ะ เพิ่งกลับมาบ้านได้เป็นวันที่สอง ตั้งใจจะตอบผู้ที่มาเยี่ยมเยียนอ่านบันทึกเรื่องที่แล้ว จะได้เขียนเรื่องใหม่ แต่ระบบไม่เป็นใจ คิดว่ารอก็ได้ สบายๆ มาเขียนไว้ในเวิร์ดก่อนก็ดี
ช่วงนี้อากาศดีมากๆ ใส สดชื่น เย็นสบาย เลยทำให้แม้ดื่มกาแฟเสร็จแล้วก็ยังนั่งอ้อยอิ่งอยู่ที่ศาลาเป็นนาน อากาศที่กำลังดีเช่นนี้ทำให้นึกถึงคำสอนของท่านพระพรหมคุณาภรณ์ ที่ท่านสอนเรื่องการหายใจทำสมถะภาวนา คือการทำให้จิตใจสงบนิ่ง โดยภาวนาระหว่างการหายใจเข้า-ออกว่า
- ......หายใจเข้า – สูดเอาความสดชื่น
- .....หายใจออก – ฟอกจิตให้สดใส
เลยเป็นโอกาสให้ได้บริหารลมหายใจและทำสมาธิเล็กๆ อย่างโปร่งเบา
ใครก็ตามแม้ไม่ได้สนใจฝึกการสร้างสมาธิด้วยการหายใจ หากมาพบกับอากาศอย่างนี้ก็คงอดไม่ได้ที่จะหายใจยาวๆลึกๆ รับความสดชื่น เกิดความสุขสงบในใจอย่างไม่ต้องคิดหรือพยายามอะไรเลย

น้ำลงเร็วมาก เมื่อวานเย็นป้านวลผูกเรือไว้เห็นลอยอยู่ในน้ำ เช้านี้เรือเกยตื้นอยู่บนโคลนซะแล้ว สายหน่อยป้านวลลากเรือให้จอดในน้ำ ท่าน้ำก็โผล่แล้ว ป้านวลทำทางเดินเอาอิฐแดงวางให้เหยียบได้ และขัดกระดานท่าน้ำเสียเอี่ยมเลย เป็นสิ่งเตือนใจได้ว่าเหมือนความทุกข์ที่ท่วมที่ถมจิตจนดำดิ่ง สักวันทุกข์ก็จะผ่านพ้นไปได้ เพราะไม่มีอะไรที่จะคงที่อย่างนั้นไม่เปลี่ยนแปลง

เช้านี้คุณตาพายเรือไปส่งหลาน ทุกทีเคยเห็นมีแค่สามคน เรือและพายเป็นสีฟ้าสดใส ทุกคนในเรือก็ใส่สีฟ้า ยกเว้นคุณตา ถ่ายภาพไม่ทัน ภาพที่เห็นเป็นของเมื่อวานเขาใส่สีเหลืองกัน คุณตายกแขนพายเรือ แสงแดดอ่อนส่องโดนนาฬิกาข้อมือ สะท้อนแสงวิบวับ

นั่งมองไปที่ดงไม้ฟากตรงข้าม มีนกบินร่อนไปมาเช่นเคย ลมพัดทั้งใบและกิ่งไม้จนดูราวทั้งดงไม้กำลังสนทนากับลมและนกอย่างมีชีวิตชีวา เอ๊ะ มองไปที่ต้นไม้ที่อยู่ริมน้ำซึ่งมียอดแห้งๆแต่มีนกชอบมาเกาะรับแดดอ่อนยามเช้า พอลมพัดกิ่งก้านที่มีใบโยกขยับเผยให้เห็นอะไรนะที่เป็นสีน้ำตาลอมส้มที่คาคบ อยากรู้ ต้องส่องกล้องดู

เจ้ากลุ่มสีน้ำตาลอมส้มนั้นคือพวง “ลูกมะเดื่อ” เยอะมากที่คาคบ และยังมีกระจายตามกิ่งอื่นๆด้วย ทำให้เพิ่งได้รู้ว่า ต้นที่เห็นมียอดแห้งเป็นต้นเดียวกันกับส่วนที่ยังมีใบเขียวขจี นี้คือต้นมะเดื่อ

ลูกมะเดื่อที่ให้เห็นใกล้ๆนี้มาจากต้นมะเดื่อที่บ้านค่ะ เจ้าต้นตรงข้ามฝั่งน้ำนั้น กล้องมือสมัครเล่นที่ใช้อยู่ไม่สามารถซูมได้ขนาดนี้ค่ะ

-
มะเดื่อชนิดนี้ภาคกลางเรียกว่า "มะเดื่ออุทุมพร" ภาคใต้เรียก"เดื่อน้ำ"
-
เป็นไม้ทีพบทุกภาคในไทย สูงได้ถึง ๒๐ เมตร ช่อดอกออกตามลำต้น ผลเขาจึงอยู่ตามลำต้น ผลกลมขนาด ๒.๕-๔ เซนติเมตร ผิวผลมีลายแต้มสีขาวกระจายทั่ว เมื่อสุกจะมีสีแดงอมส้มอย่างที่เห็น
-
ยังมีมะเดื่ออีกชนิดที่คล้ายกัน แต่ผลนั้นพอมองใกล้ๆจะเห็นว่ารูปร่างต่างกัน คือ ช่อดอกออกตามลำต้นเป็นช่อยาว ผลจะมีรูปทรงคล้ายลูกแพร์ เรียกว่า "มะเดื่อปล้อง"
-
"มะเดื่ออุทุมพร"นั้น เป็นพรรณไม้ประจำจังหวัดชุมพรด้วย จึงมีอีกชื่อว่า "มะเดื่อชุมพร" และเป็นไม้มงคลของชาวฮินดู ไทย พม่า มอญ มีบันทึกว่า ในสมัยกรุงศรีอยุธยาและกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น มีการนำเนื้อไม้มาทำพระที่นั่งและเครื่องใช้ต่างๆในพระราชพิธีราชาภิเษก
-
"มะเดื่ออุทุมพร" มีรสฝาดมัน เป็นผักที่นิยมกันทั่วทุกภาค ผลอ่อนที่มีสีเขียวนำมากินเป็นผักสดกับอาหารรสจัดต่างๆ จะติดผลให้กินมากในฤดูหนาว คนข้างกายสั่งให้ลูกน้องทำน้ำและแยมลูกมะเดื่อ อร่อยถึงขั้นทำเลี้ยงแขกเชียวนะ ไม่ต้องไปหาซื้อมะเดื่อเชื่อมขนมหรูของฝรั่ง
-
ประโยชน์ด้านสมุนไพร ใช้รากแก้ไข้ ช่วยขับเสมหะ เปลือกต้นและผลดิบเป็นยาแก้ท้องร่วง ช่วยขับลมและสมานแผล น้ำยางแก้งูสวัดและเริม ในธรรมชาติผลสุกเป็นอาหารของนก หนู กระรอก กระแตอย่างดี
(ข้อมูลบางส่วนจากหนังสือ "ผักพื้นบ้าน ๒" สำนักพิมพ์บ้านและสวน)
โชคดีจังที่"มะเดื่ออุทุมพร"ต้นที่บ้านนั้น เป็นไม้เดิมติดอยู่ในที่ ต้นสูงใหญ่ ที่จริงอยู่ในแนวที่เราต้องสร้างห้องเก็บของเป็นกำแพงรั้วด้านข้าง แต่เราก็เว้นให้ต้นมะเดื่อได้อยู่สุขสบายอย่างเดิม คนก็ได้ประโยชน์ สัตว์น้อยใหญ่ก็อิ่มอุดม
วันนี้จึงเป็นวันที่อยู่บ้านสำราญใจ ได้ค้นพบ ค้นคว้า นำภาพและเรื่องที่เบิกบานมาฝากทุกท่าน รู้สึกว่าเป็นวันที่ทุกสิ่งดีไปหมด
สวัสดีค่ะ
แต่ก่อนนี้เคยมีบ้านใกล้แม่น้ำ ไม่ถึงกับริมน้ำทีเดียวค่ะ ที่เมืองนนท์ เวลาเดือนพ.ย-ธ.ค น้ำขึ้นค่ะ บางปี ก็ท่วมมาถึงสนามด้วย ขายให้นารายณ์พร็อพเพอตี้ ไปนานแล้ว เขาทำเป็นคอนโดใหญ่ ซื้อที่เพิ่มริมแม่น้ำด้วย ทำดีค่ะ
บ้านริมน้ำ ให้ความรู้สึกที่ดีมากค่ะ อ่านแล้ว สบายใจไปด้วยจริงๆค่ะ
สวัสดีครับ
แวะมาอ่านทีไรก็สบายใจทุกที
เห็นภาพคนพายเรือแล้วนึกถึงคุณพ่อ ท่านชอบพายเรือ แจวก็เป็น บ่นว่าอยากพายเรืออีก แต่ไม่ทราบจะหาเรือที่ไหนให้พาย (พายคงมีแรง แต่แจวคงจะยากหน่อย)
มีภาพผลหมากรากไม้แปลกๆ มาฝากทุกที ดอกจำปีคุ้นตา เพราะเคยมีที่บ้าน ขึ้นริมทาง ต้นสูงใหญ่ ใครผ่านก็บอกว่าหอมดอกจำปี แต่มะเดื่อไม่ได้เห็นนาน จำไม่ใคร่ได้ มาเห็นอีกทีช่วยเตือนความจำดีครับ
สรรพชีวิตที่กำเนิดมาล้วนล้วนไหลไปตามความเป็นธรรมดาของคุณสมบัติการมีชีวิตอยู่ และมนุษย์เป็นสัตว์กลุ่มเดียวที่สามารถคิดอ่านปกปเองความเป็นธรรมดาของคุณสมบัติการมีชีวิตที่ชีวิตรับรู้ว่าดี ก็ชอบ ไม่ดีก็ไม่ชอบ ปฏิเสธ หนี หรือขจัด
แต่มีเพียงไม่กี่คนที่เห็น เรียนรู้ เข้าใจสภาวะแห่งธรรมดาของคุณสมบัติการมีชีวิตภายใต้สภาพแวลด้อมต่างๆกันนั้น แล้วยกระดับตนเองที่จะไม่ผูกมัดกับเขามาสู่จิตใจ มันมีก็เหมือนไม่มี มันไม่มีก็เหมือนมี เพราะช่วงชีวิตเราเลือกที่จะ activate ในส่วนที่ดีดีได้
ฝึกตนเอง
ตั้งเรือให้ตรงท่ามกลางพายุฝน
ให้สายลมที่มาได้ผ่านไป เพียงรับรู้ว่ามีเขาผ่านไป
เพราะในที่สุดเราก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ
.....
ชอบบ้านริมคลองจัง คิดถึงบ้านน่ะน้องนุช
สวัสดีครับ
มาอ่านเอาความรู้เรื่องมะเดื่อครับ ที่บ้านผมเอามากินกับขนมจีน
ผมชอบบรรยากาศบ้านอยู่ใกล้น้ำ แต่ไม่ค่อยชอบบ้านอยู่ใกล้น้ำทะเล เพราะดูแลรักษาลำบากมากวัสดุอุปกรณ์ขึ้นสนิมบ่อย บ้านเพื่อนอยู่บนเนินเขาเห็นทะเลไกลๆ แต่มีปัญหากับไอน้ำเค็มที่ยังมาถึงบ้านครับ
สวัสดีค่ะ
คุณสุดทางบูรพา ถ้าเรามีความเข้าใจแต่แรกถึงวิถีและจังหวะชีวิตที่ผันเปลี่ยนในแต่ละช่วงของปี การอยู่บ้านริมน้ำก็สามารถอยู่ได้อย่างมีความทุกข์นิดหน่อยจากน้ำท่วม ชีวิตคงไม่ให้เราพบแต่เฉพาะสิ่งที่เราชอบและถูกใจ ชาวบ้านปัจจุบันลืมการใช้ชีวิตแบบมี “หน้าแล้ง-หน้าน้ำ”กันหมดแล้ว ด้วยโลกแห่งการหาเลี้ยงชีพมีวิถีที่เปลี่ยนไป ความรีบเร่ง และต้องการมีเศรษฐกิจดีแบบคนในเมือง ทำให้รับวิธีคิดและความเป็นอยู่ที่แปลกแยกจากภูมิศาสตร์ที่ตนดำรงชีวิตอยู่ น่าเสียดายนะคะ แถวที่ดิฉันอยู่มีชาวบ้านหลายคนที่อยู่แบบเข้าใจแผ่นดิน ก็เลยได้พลอยอาศัยเรียนรู้ไปด้วยค่ะ
เดี๋ยวนี้ชาวบ้านที่รู้จักกินผลมะเดื่อมีไม่กี่คน
อาจารย์สบายดีนะคะ ดูจากเรื่องที่บล็อกรู้สึกกิจกรรมแน่นขนัด
สวัสดีค่ะ
คุณพี่ศศินันท์ เมื่อกี้ตอบเสร็จ คลิกบันทึก หายไปหมดเลย นี่ตอบครั้งที่สอง ลองใหม่ค่ะ ทดสอบว่าจะได้ไหมนะคะ
วันนี้เป็นวันดีจริงๆ ค่ะ ^ ^
ชอบคุณตาที่พายเรือให้หลานๆ มากๆ เลยค่ะ เป็นบรรยากาศริมน้ำที่อบอุ่นจริงๆ
ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดีๆ อีกหนึ่งวันค่ะ
อีกรอบค่ะ
เขียนต่อ
บ้านริมน้ำดูว่าน่าอยู่อย่างมีความสุข แต่ต้องอยู่แบบเข้าใจธรรมชาติ มีชีวิตอีกแบบที่ช้าได้ ประสบการณ์การเรียนรู้ชีวิตทำให้ทุกวันนี้มีความพอใจ และมีความสุข สงบ สบายค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณธวัชชัย ระหว่างรอระบบหายเกเร ไปแวะเยี่ยมที่บล็อกคุณ ตามอ่านหลายเรื่อง พลาดไม่ได้ค่ะ แต่ค่อยๆอ่านไป
การพายเรือเป็นการออกกำลังดีนะคะ เรือที่เห็นจอด ตัวเองรู้สึกว่าใหญ่ไปหน่อย อยากได้ลำเหมาะๆอย่างของคุณตาในภาพ คนข้างกายหัวเราะเยาะบอกว่าอยากเรือล่มก็เอาสิ จะหามาให้ เรือเล็กๆอย่างนั้นคนพายต้องเก่งมาก
ดอกจำปีต้นนี้เพิ่งลงใหม่ ต้นใหญ่อายุสามปีตายไปคราน้ำท่วมครั้งก่อนค่ะ
เมื่อเช้าเพิ่งถกเรื่องมะเดื่ออุทุมพรกับคนข้างกาย ที่ทำงานเขาในเมือง อยู่ริมน้ำเหมือนกันแล้วมีต้นมะเดื่อใหญ่ ลูกก็ใหญ่กว่าของที่บ้านด้วย เขาว่านั่นจึงจะเป็นมะเดื่ออุทุมพร ส่วนที่บ้านน่ะ มะเดื่อคนใช้ อิ อิ ไม่โมโหหรอก เขาเล่าเรื่องให้ฟังยืดยาว เลยบอกว่าวันหลังจะเอาเรื่องและรูปมะเดื่อที่เขาพูดถึงมาเล่าในบล็อกบ้าง ได้ข้อมูลเขียนอีกเรื่อง ดีจะตาย
สวัสดีค่ะพี่บางทราย
อืม...ได้อ่านข้อคิดธรรมะที่พี่เขียนมา ดีมากเลยค่ะ การเข้าใจธรรมชาติเป็นการเรียนรู้ที่นำมาฝึกตน ฝึกจิตได้เป็นอย่างดีจริงๆค่ะ
คิดถึงบ้านเป็นความรู้สึกที่ดีเหมือนกัน กลับมาบ้านเมื่อไหร่อย่าลืมบอกให้ทราบกันบ้างนะคะ
สวัสดีค่ะ คุณบัณฑูร
หนังสือเขาบอกว่าคนบริโภคมะเดื่อกันทุกภาค ตัวเองยังไม่เคยทานมะเดื่อดิบแบบทานกับน้ำพริก หรืออาหารรสจัดเลยค่ะ
ชอบบ้านริมน้ำ ริมเขา ริมลำธาร มากกว่าริมทะเลเหมือนกันค่ะ ตัวเองเป็นคนดำง่าย ไปทะเลทีไร ขนาดแค่เห็นแดด ก็ดำแล้ว และเหนียวตัวด้วย แต่ชอบทานอาหารทะเลค่ะ
สวัสดีค่ะคุณป้าแดง
ไม่ต้องฝันหรอกค่ะ เพราะคุณป้าแดงมีศาลาริมน้ำอยู่ที่อยุธยา อยากมา มีเวลาเมื่อไหร่ก็มาใช้ได้ตามสบาย ด้วยความยินดีจริงๆค่ะ
มีเพื่อนคู่หนึ่งมีบ้านริมเขาที่เขาใหญ่ ออกแบบสวยงาม หรู อยู่สบาย แต่เขาไม่ค่อยไปใช้เพราะทำงานไม่ค่อยมีเวลาไป ตัวเองมักได้ไปกับเพื่อนๆ และบอกว่าเหมือนเรามีบ้านพักริมเขา โดยไม่ต้องมี มีเพื่อนดี มีกัลยาณมิตรรอบตัวเหมือนมีทุกอย่าง โดยไม่ต้องมี อย่างพี่บางทรายเขียนนะคะ
มอบภาพฝักต้นแดงที่บ้าน หน้านี้กำลังมีฝักเยอะค่ะ
สวัสดีค่ะอาจารย์กมลวัลย์
วันที่มีแต่เรื่องดีๆ ไม่ได้มีทุกวัน แต่ที่คู่กันคือวันที่มีบททดสอบ ซึ่งทำให้รู้สึกคุณค่าของวันทั้งสองประเภทนะคะ
สวัสดีค่ะ
อาจารย์อ็อด-นารีรัตน์ ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยม มาแอบงีบได้ทุกเมื่อนะคะ หมอนมีเยอะ แถมเสียงนกร้องกล่อมด้วย ได้รับโปสการ์ดแล้ว ขอบคุณค่ะ Three Sisters พี่ไปเห็นตอนหน้าร้อน อีกบรรยากาศเลยค่ะ เห็นตอนหน้าหนาวแล้วสงสารแม่สามสาวนะคะ คงหนาวน่าดู