ขณะนี้ตนเองถือว่ามีความสุขเป็นครั้งที่สองในชีวิต ครั้งแรกคือแต่งงานกับแม่บ้านเมื่ออายุ 27 ปี

ความสุขครั้งที่สองในชีวิตเมื่อได้มาทำเศรษฐกิจพอเพียงของผู้ใหญ่สรรค์ ห่วงเงิน                 ดิฉันได้รับแจ้งจากคุณสถิต   ภูทิพย์  เกษตรอำเภอขาณุวรลักษบุรี  ว่ามีเกษตรกรประสบความสำเร็จในชีวิตเมื่อมาทำเศรษฐกิจพอเพียง  อยู่ที่หมู่ที่7  ตำบลวังหามแห   อำเภอขาณุวรลักษบุรี   ดิฉัน จึงประสานกับทีมผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นทิพย์เคเบิ้ลทีวี  ออกไปถ่ายทำสารคดีเกษตร  เพื่อออกเผยแพร่  โดยในวันที่ออกไปท่านเกษตรจังหวัดกำแพงเพชร(นายสุชาติ  ทองรอด) และหัวหน้าฝ่ายยุทธ์ศาสตร์และสารสนเทศ(นายวิโรจน์  พ่วงกลัด) และน้องใหม่อีก 2 ท่านคือน้องปลากับน้องบุ๋ม ได้ร่วมเดินทางไปด้วย        

ผู้ใหญ่สวรรค์และภรรยา   กระท่อมพักผ่อน

          เมื่อเดินทางไปถึงตามที่นัดหมาย   ดิฉันเห็นแปลงเศรษฐกิจพอเพียงแปลงนี้คิดว่านี้และคือความฝันที่ดิฉันอยากเดินไปถึง    เจ้าของแปลงคือผู้ใหญ่สวรรค์   ห่วงเงิน  อายุ 52  ปี  ซึ่งรอต้อนรับพวกเราอยู่       ผู้ใหญ่สรรค์   เล่าว่าแต่เดิมมีอาชีพการทำไร่มันสำปะหลัง  โดยมีที่ดินเป็นของตนเอง50   ไร่ และเช่าที่ทำมันสำปะหลังอีก 100 ไร่ ปีไหนโชคดีไม่เจอน้ำท่วม  ฝนแล้ง  ก็มีเงินเหลือใช้ห้า-หกหมื่นบาท  ปีไหนโชคร้ายก็ขาดทุน  เพราะที่ดินของตนเองเป็นที่สะเทิ้นน้ำ  สะเทินบก  ถ้าปลูกข้าว   น้ำก็ไม่พอเพียง  ถ้าปลูกพืชไร่เช่นมันสำปะหลังก็ถูน้ำท่วม เน่าตาย           

     ขอถ่ายรูปคู่ผู้ใหญ่หน่อยนะ  เล้ยงหมู

        จึงคิดปรับเปลี่ยนหาอาชีพใหม่  โดยนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ มาใช้  จึงปรับเปลี่ยนพื้นที่ 5 ไร่ ของตนเองมาขุดสระ  เพื่อเลี้ยงปลา  เลี้ยงกบ  เลี้ยงไก่พื้นเมือง   เลี้ยงหมู  ปลูกไม้ผลและพืชผักสวนครัว     โดยสระที่ขุดเลี้ยงปลาจำนวน3 สระเลี้ยงปลาหลากหลายชนิดเช่นปลา สหวาย  ปลานิล  ปลาทับทิม  ปลาช่อน  ส่วนอีก 2 สระ  ด้านบนเลี้ยงกบในกระชังด้านล่างเลี้ยงปลาดุกเพื่อให้เก็บอาหารจากกบกิน  ทำให้อาหารที่เลี้ยงกบไม่ตกค้างน้ำไม่เน่าเหม็น        การเลี้ยงหมูก็จะเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์หมูเพื่อขยายพันธ์เลี้ยงเป็นหมูขุนและจำหน่ายลูกหมู  การเลี้ยงหมูก็พยายามลดต้นทุนโดยการผสมสูตรอาหารเอง   และเลี้ยงไก่และเป็ดไว้เพื่อเก็บกินเศษอาหารจากหมู    สำหรับพืชผักและไม้ผลที่ปลูกไว้นั้นเหลือกินก็เก็บแบ่งปันลูกบ้าน        

    เลี้ยงปลาดุก  ใต้บ่อ  เลี้ยงปลาเบญจพรรณ

                 ในแต่ละวันจะมีลูกบ้านและพ่อค้าในหมู่บ้านมาซื้อปลาและกบทำให้มีรายได้เฉลี่ย 300 -500 บาทต่อวัน  ถ้าวันไหนจับหมู จับไก่ขายมีรายได้เป็นก้อนเก็บไว้ลงทุน   กบจับจำหน่ายกิโลกรัมละ 60 บาท ปลากิโลกรัม 40 บาท แต่การซื้อขายก็จะเป็นไปในลักษณะเอื้อเฟื้อกัน  ถ้าจับกบมา   1 กก. 2  ขีดก็จะคิดราคาแค่ 60 บาท        

    เลี้ยงกบในกระชังบนบ่อปลา   ทีมข่าวสถานีโทรทัศน์ทิพย์เคเบิ้ลทีวี

      ผู้ใหญ่สวรรค์   เล่าว่าตั้งแต่ตนได้เริ่มทำเศรษฐกิจพอเพียงมา 2 ปีเศษในขณะนี้ตนเองถือว่ามีความสุขเป็นครั้งที่สองในชีวิต  ครั้งแรกคือแต่งงานกับแม่บ้านเมื่ออายุ 27 ปี  ทุกวันนี้ตนเองและภรรยาทำกันสองคนตายายไม่ได้จ้างใคร  เหนื่อยก็นอนพักที่ศาลา  คิดว่าจะไม่ขยายพื้นที่แล้ว ถ้าขยายพื้นที่จะเกินกำลังที่จะสามารถทำได้  อาจจะขยายกิจกรรมการเพาะเห็ดเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งอย่างเป็นการนำวัสดุที่เหลือใช้ในท้องถิ่นให้เกิดประโยชน์     ทุกวันนี้นอกจากซื้อข้าวสารเนื่องจากพื้นที่ไม่เหมาะสมการทำนา  แทบต้องไม่ซื้ออะไรกินเลย นอกจากนึกอยากกินอาหารทะเล   และมีอาหารแบ่งปันแก่เพื่อนบ้านทำให้เกิดความรักความสามัคคีในชุมชน       

     นายสุชาติ  ทองรอด  เกษตรจังหวัดให้สัมภาษณ์ 

  นี้คือเป็นเพียงส่วนหนึ่งของครอบครัวที่นำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้และทำให้ครอบครัวและสังคมมีความสุข 

แหล่งข้อมูล   :   นายสวรรค์  ห่วงเงิน    อายุ 52  ปี  บ้านเลขที่ 40 หมู่ที่ 7 ตำบลวังหามแห  อำภอขาณุวรลักษบุรี  จังหวัดกำแพงเพชร    โทรศัพท์   081-7402163