ผมบอกให้ทุกท่านแล้วว่า เป็นการเริ่มต้นที่ดี และจากนี้ต่อไปเราจะร่วมกันพัฒนาบ้านเกิดของเรา อย่างไม่หยุดยั้ง
ใกล้จะถึงเวลาสี่โมงเย็น ผมรีบขับรถออกจากบ้านเพื่อไปเตรียมตัว วงน้ำชา สนทนาปัญหาบ้านเฮา : วันนี้นัดเเรกที่เมืองปาย  ที่เราได้นัดแนะกันไว้ แต่ผมต้องไปที่โรงพยาบาลปายก่อน เพื่อเตรียมประเด็นกับคุณหมอรอน เรื่องราวที่จะเสวนาในเย็นย่ำวันนี้ น้องหมอสุพัฒน์ยังง่วนกับคนไข้ที่มารับบริการถึงคิวที่ ๑๘๐ เวลาใกล้เลิกงานแล้วคนป่วยยังเต็มโรงพยาบาล...นี่คงเป็นสัญญาณหนึ่งของการสุขภาวะของคนบ้านเรา

ผมโทรศัพท์ติดต่อป้าอาภรณ์ยืนยันเรื่องเวลา และผู้เข้าร่วมสนทนาวงน้ำชาเรา ก่อนที่ผมกับหมอรอน และผู้นวยการโรงพยาบาลคนใหม่ จะเดินทางไปที่ บาบาน่าเฮาส์ สถานที่เรานัดแนะกันสำหรับกิจกรรมเย็นนี้

ความจริงผมจะ Online MSN เพื่อจะได้บันทึกการสนทนาเพื่อให้ผู้สนใจข้างนอกได้แลกเปลี่ยนอีกทางหนึ่ง แต่ต้องรอ นพ.สุพัฒน์มาเซตโน้ตบุกกับ GPRS ให้พร้อมก่อนที่จะเริ่มสนทนาแบบออนไลน์ 

ที่บาบาน่าเฮาส์ มีผู้ร่วมสนทนามารออยู่ก่อนแล้ว ผมดีใจครับนอกจากบุคคลที่ผมได้เชิญมาร่วมส่วนหนึ่งแล้วทาง ป้าอาภรณ์ท่านก็มีบุคคลสำคัญของอำเภอปายที่ผมคุ้นหน้าเข้ามาร่วมด้วย ตอนนี้มาครบครันแล้ว มีปราชญ์เมืองปายพ่อครูจัน อินทสาร ป้าอาภรณ์ แสงโชติ ประธานภาคประชาสังคมปาย  แม่ครูดวงจันทร์ อรัญภูมิผู้ประกอบการดวงเกสเฮาส์  คุณครูเพ็ญศรี ผู้ประกอบการ PTTM นวดแผนไทย  ผอ.สมพร ชวฤทธิ์ อดีต ผอ.โรงเรียนมัธยม อดีต ผญบ.อนันต์ แสนมะริด พี่บัวลม พยาบาลจากโรงพยาบาลปาย  พี่หมอรอน ใจกันทา หัวหน้าฝ่ายเวชปฏิบัติฯ โรงพยาบาลปาย มาพร้อม นพ.สราวุฒิ ผอ.รพ.ปาย คนใหม่ น้องรณฤทธิ์ นิติกรจาก เทศบาลตำบลปาย และตามมาล่าสุดคือหมอสุพัฒน์ ใจงาม KMsabai ของเรานั่นเอง ครบผู้สนทนาแล้ว การพูดคุยก็เริ่มขึ้น Online MSN ก็เตรียมพร้อม

 

เราใช้สถานที่หน้าบ้านหลังใหญ่ บรรยากาศโปร่ง โล่งสบาย กับสายลมเย็นๆช่วงค่ำ  MSN ใช้การได้ดี ผมเองคงต้องเป็นผู้ดูแลการสนทนาวงน้ำชาวันนี้ แต่ด้วยเป็นเวทีธรรมชาติผมก็เป็นผู้สังเกตการณ์เงียบๆพร้อมกับรัวนิ้วพิมพ์รายละเอียดคำต่อคำเพื่อแลกเปลี่ยนกับคนนอก ที่เข้าร่วมสนทนากับเราครั้งนี้ ได้แก่ พ่อครูสุทธินันท์  ท่านพลโทเอกชัย ศรีวิลาศ คุณ Conductor และคุณเม้งสมพร ช่วยอารีย์ ช่วยในการเก็บ log file และเก็บประเด็นในครั้งนี้

การสนทนาเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นกันเอง โดยพ่อครูจัน อินทสาร ท่านพูดเรื่องราวประวัติศาสตร์เมืองปายที่น่าสนใจ ท่านเล่าถึงประเพณีอันดีงาม เช่น ประเพณีกาดหลู่ ประเพณีแห่ส่างกาน ที่สืบสานต่อเนื่องกันมาของพี่น้องไทยใหญ่  และปัจจุบันนี้ถูกละเลยในรายละเอียดของกิจกรรมไป พ่อจันบอกว่าน่าเป็นห่วงมาก ที่ประเพณีเหล่านี้ถูกลูกหลานมาแปรเปลี่ยนกิจกรรมที่ไม่เคารพฮีตฮอย(จารีต)เดิมที่สืบต่อกันมา

หมอรอนเปิดประเด็น ประเพณีกาดหลู่ที่เปลี่ยนแปลงไป  (ประเพณีกาดหลู่เป็นประเพณีไทยใหญ่ที่ทำกันในช่วงออกพรรษาของทุกปี)  นับวันจะวิกฤติมากขึ้นทุกปี มุมมองของหมอรอนก็ไปโพกัสอยู่ที่การที่วัยรุ่นดื่มสุรา ทะเลาะ ตีกันในประเพณีกาดหลู่ซึ่งเป็นประเพณีสำคัญทางพุทธศาสนาซึ่งไม่สมควร

การเปิดประเด็นของหมอรอนครั้งนี้ ตามมาด้วยการนำเสนอประเด็นปัญหาของปายเพิ่มเติมหลายๆประเด็น ผมสังเกตว่าทุกคนมีประเด็นปัญหาที่คล้ายๆกัน แสดงว่าสิ่งที่เราเห็นและเป็นห่วงเป็นประเด็นที่คล้ายคลึงกัน

ปัญหาที่เกิดขึ้น(พูดคุยในวงน้ำชา) ในเมืองปายที่ประมวลได้มีดังนี้

  • ปัญหาการกลายพันธุ์ของวัฒนธรรม ใช้ประเพณีดั้งเดิมมาแปรเปลี่ยนเพื่อธุรกิจ
  • ปัญหาอำนาจรัฐที่ไม่เป็นธรรม ตลอดจนการขัดแย้งของกลุ่มคนในพื้นที่
  • ปัญหาความเสื่อมโทรมของสภาพสิ่งแวดล้อม และการรุกของนักธุรกิจที่ไม่เป็นธรรมกับคนท้องถิ่น
  • ปัญหาเรื่องสิทธิมนุษยชน
  • ปัญหาอื่นๆ เช่น ปัญหาอาญชกรรมทางเพศ,ปัญหาการซื้อขายที่ดิน,ปัญหาสุขภาพ,การช๊อคทางวัฒนธรรม

แต่ประเด็นที่คุยกันมากคือ วัฒนธรรมดั้งเดิมของพี่น้องชาวปายที่หลากหลาย กำลังถูกใช้เป็นเครื่องมือในการโปรโมทเพื่อรายได้ไม่เป็นธรรมจากผู้ที่ไม่เข้าใจ แต่ในเนื้อหากิจกรรมถูกบิดเบือนจากประเพณีดั้งเดิมจนคนท้องถิ่นรับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทุกปี

นายแพทย์สราวุฒิ ได้ให้ข้อเสนอแนะน่าสนใจถึง วาระสำคัญเร่งด่วนของเมืองปาย คือ การกอบกู้วัฒนธรรม โดย ได้ให้ความเห็นว่า ยากที่จะต้านทานอำนาจใหญ่ๆที่ครอบงำตอนนี้ สิ่งที่เราต้องคิดใหม่ก้คือ ทำอย่างไรให้เราเข้มแข็ง เริ่มจากจุดเล็ก ใช้ ศรัทธา นำ ส่วนในเรื่อง ถนนคนเดินของปายนั้นอาจต้องปล่อยไป อาจมีการแยกโซนเพิ่มโซนวัฒนธรรมปายขึ้นมา

ในวงสนทนาคุยกันเข้มข้นอีกครั้งต่อเนื่องจากประเด็นที่ ผอ.รพ.ปาย กล่าวทิ้งไว้ พ่อจันบอกถึงประเพณีไทยใหญ่ที่จะเกิดขึ้นเร็วๆนี้ คือ ประเพณีส่างกานเครือ (ทานผ้าเหลือง) น่าจะเป็นประเพณีที่แสดงพลังของพี่น้องไทยใหญ่อีกครั้ง ท่าน ผอ.สมพร ได้ให้ข้อเสนอเรื่องการการให้ความภูมิใจกับคนท้องถิ่น การนำเสนอตัวตนของปายที่ชัดเจนต่อนักท่องเที่ยว

ตลอดเวลาที่สนทนาผมเปิดสายโทรศัพท์พร้อมกันไปด้วย ปลายทางที่กรุงเทพฯ ท่านพลโทเอกชัย จะได้ยินเสียงการสนทนาโดยตลอด และเป็นส่วนหนึ่งของวงสนทนาแบบสนทนาผ่านลำโพงโทรศัพท์มือถือ ซึ่งเป็นการสื่อสารที่น่าตื่นเต้น เพราะมีการสนทนาโต้ตอบให้ทุกคนในวงได้ยินเสียงที่ชัดเจน  และการได้ตามติดประเด็นอย่างต่อเนื่อง ท่านเอกชัยจึงขอขมวดความคิดของท่านเสนอต่อที่ประชุมตอนท้าย ผมจับใจความได้ดังนี้

ปายมีทุนทางวัฒนธรรมและทุนทางทรัพยากรมาก แต่ขาดทุนทางปัญญา มาบริหารจัดการ ปัญหาทุกอย่างที่เกิดขึ้น
เราต้องโทษตัวเอง มากกว่าที่จะโทษข้างนอก อะไรที่เกิดขึ้นแล้วก็ให้ผ่านไป แต่เอาปัญหา หรือวิกฤตินั้นเป็นโอกาสในการทำงานพัฒนาเมืองปาย

- - -

ผมคิดว่าที่ไหนก็ตามหากเราได้สร้างความสัมพันธ์ระหว่าง บ้าน วัด โรงเรียน แล้ว ความสัมพันธ์ทางสังคมแบบนี้จะช่วยให้เครือข่ายเข้มแข็ง

- - -

อยากให้ใช้ปัญญานำ มากกว่าตัวเงิน คนปายต้องอยู่บนความหลากหลายอย่าทำให้ ทุกกลุ่มชาติพันธุ์ เหมือนกัน ศึกษาประวัติศาสตร์ของแต่ละกลุ่มเผ่าพันธุ์นำของดีมาตีแผ่ แต่ละกลุ่มให้กำลังใจกัน ทำทุกอย่างให้มีชีวิตเช่นสะพานสงครามโลก หลักเมืองปาย ภาษาท้องถิ่น ใช้ยุทธศาสตร์ ป่าล้อมเมือง มาเที่ยวปาย ที่ถนนคนเดินไปที่ ตรอกข้าวสารดีกว่า เอาเด็กๆมาช่วยเป็นมัคคุเทศก์น้อยสร้างความรักท้องถิ่น เราน่าจะมีถนนสายวัฒนธรรม ใช้พลังทางปัญญาในการขับเคลื่อนงานพัฒนา ผมคิดว่าเรื่องงบประมาณไม่ใช่เรื่องสำคัญเร่งด่วน แต่ทำอย่างไรให้เรารู้ตัวเอง ค้นหาตัวตนให้ชัด และนำทุน หรือจุดแข็งเหล่านี้นำมาเป็นทุนในการพัฒนา แก้ไขวิกฤติ

ท่านเอกชัยกล่าวสรุปได้อย่างจับใจ ผ่านลำโพงเล็กๆของโทรศัพท์ ซึ่งผมรู้สึกเป็นครั้งแรกว่า พังเสียงจากโทรศัพท์มือถือเล็กๆของผมนั้นทรงพลังอย่างอัศจรรย์ เสียงกังวานดังก้องทั่วบริเวณ ทุกท่านในวงสนทนานั่งนิ่งฟังเสียงนั้นอย่างตั้งใจ

คุณ conductor  ได้ให้ข้อคิดเห็นผ่าน MSN ผมได้อ่านข้อความนั้นให้ทุกท่านในวงสนทนาทราบ หลังจากท่านเอกชัยพูดจบ คุณเม้งสมพร เป็นผู้ช่วยในการเก็บข้อมูลผ่านการพิมพ์ผ่านการสนทนาของผมในรูป log file และกระจายให้ทุกท่านที่เกี่ยวข้อง น้องหมอสุพัฒน์คอยดูการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตและ การหยิบจับโทรศัพท์เพื่อให้รับเสียงผู้สนทนาได้ทั่วถึง น้องรณฤทธ์ เป็นช่างภาพในการสนทนาครั้งนี้

การสนทนาของเรายังปิดท้ายด้วยการชื่นชมยินดี(AI)แก่กันในวงสนทนา และทุกคนบอกว่าควรจะมีการสนทนาน้ำชาลักษณะนี้บ่อยๆ บรรยากาศดีๆแบบนี้ผมแอบสังเกตเห็น บางคนเสียงสั่นเครือ ด้วยความปิติ ผมเห็นรอยยิ้มของทุกคน ผมเห็นดอกไม้แห่งความหวังและกำลังใจที่กำลังเบ่งบานในใจทุกคน

ผมในฐานะผู้ประสานงานและผลักดันให้เกิดวงน้ำชา สนทนาปัญหาบ้านเฮา วันนี้ขึ้น ผมความสุขและสุขมากขึ้นเมื่อเห็นจิตสาธารณะคนรักเมืองปายทุกคน นับเป็นภารกิจที่ทำให้ผมหัวใจพองโตกับการเริ่มต้นในครั้งนี้ ในฐานะคนเมืองปาย

ผมบอกให้ทุกท่านแล้วว่า เป็นการเริ่มต้นที่ดี และจากนี้ต่อไปเราจะร่วมกันพัฒนาบ้านเกิดของเรา อย่างไม่หยุดยั้ง