วันที่ 5 พฤศจิกายน 2550
วันนี้เป็นวันจันทร์แรกของสัปดาห์ที่ 27 สัปดาห์สุดท้ายของการเรียนต่อที่นี่ของผม นับไปนับมาก็เหลือ 8 วันแล้วครับ เอ๊ะ..อย่าเพิ่งแปลกใจ แพราะเมื่อวานยังเหลือ 10 วันอยู่เลย มาวันนี้จะเหลือ 8 วันได้อย่างไร ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เป็นเพราะว่า ผมแอบเลื่อนตั๋วกลับร่นเข้ามาเป็นวันที่ 13 แล้วน่ะสิ แต่อย่างไรก็ตาม ผมยังคงต้องนอนที่กรุงเทพคืนหนึ่งอยู่ดี เพราะว่าเคื่องบินจะออกเวลาราว 4 ทุ่มของสิงคโปร์ และผมต้องเดินทางกลับหาดใหญ่ในวันรุ่งขึ้นตอน 6 โมงเช้านิดๆ นับว่าเป็นการเดินทางที่ค่อนข้างสาหัสเอาการ แต่นั่นแหละ ผมสามรถกลับบ้านได้เร็วขึ้นหลายชั่วโมง สามารถไปส่งลูกสาวไปโรงเรียนได้ ส่งเมียไปทำงานได้ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> เช้านี้เป็นวันแรกที่พี่พิชัยได้เริ่มทำงาน เราออกจากบ้านกันตั้งแต่ 7 โมงนิดๆ กะจะเดินไปทำงาน แต่นั่นแหละ หลายวันมานี้ฝนตกเกือบทุกเช้าเหมือนดั่งเช่นเช้านี้ จึงต้องจับรถเมล์ไปโรงพยาบาลกัน พี่พิชัยต้องเริ่ม round ผมแนะนำเรื่องการดูแฟ้มผู้ป่วย การสั่งยา และบางอย่างที่สำคัญ พี่พิชัยท่าจะเป็นคนเรียนรู้ได้เร็วทีเดียวเมื่อเทียบกับผม ซึ่งต้องดูสุกี้ เพื่อนซี้จากมาเลเซียสอนแบบให้ดูไปเรื่อยๆ (ฮา) <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> ช่วงเช้าวันนี้ผมน่าจะต้องว่าง เพราะเขาเว้นให้ทำงานวิจัย แต่เนื่องจากเพื่อนสาวจากฟิลิปปินส์เธอยังไม่มาทำงาน ไม่รู้ว่าป่วยเป็นอะไรอีก ผมจึงต้องถูกเรียกไปช่วยครูลี ก่อนลงไปผมได้มอบผ้าไหมที่นำมาจากเมืองไทยให้ครูหาญ บอกว่าเอามาฝากภรรยาท่าน ท่านเลยถามว่า ทำไมต้องฝากเมีย ผมเลยบอกว่า เพราะครูคงได้ของมากมายแล้ว ผมเลยเลือกที่จะซื้อของให้เมียท่านมากกว่า ขวางดีไหมล่ะ ครูบอกว่า เดิมทีที่จะจัดเลี้ยงผมวันนี้ขอเลื่อนออกไปเป็นคืนวันจันทร์หน้า เพราะว่าวันนี้ได้ข่าวว่าคนไข้เยอะมาก คงไปกินกันไม่ทัน ผมก็มารู้ว่าจริงๆก็เป็นเช่นนั้น เพราะเฉพาะที่คลินิกครูลีที่ผมต้องลงไปช่วยอย่างจำเป็นนั้น กว่าจะเสร็จก็ปาเข้าไปบ่ายโมงครึ่ง <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> ส่วนในช่วงบ่ายซึ่งเป็นหน้าที่ของผมจริงๆนั้น ได้ข่าวมาว่าเราจะมีคนไข้ราวๆ 40 กว่าคน ซึ่งวันนี้เฮงฟุก เพื่อนผมลาหยุด อาร์ลีนลาป่วย คงเหลือแต่ผมกับแคโรไลน์ซึ่งเป็น MO มาหมาดๆ ไม่ได้รู้เรื่องอะไรเท่าไหร่เลย คิดแล้วก็วิตก ไหนจะมีนักศึกษาแพทย์จะมานั่งดูอีก และวันนี้ก็มีพยาบาลจากมาเลเซียมาใหม่อีกคน สุกี้ส่งมาดูงานเช่นเคย เขาก็ให้มาอยู่กับผม นึกถึงคำที่ครูลีเรียกผมอยู่หยกๆว่า “international trainer” แต่ฮาไม่ออกครับ เพราะไม่รู้จะสอนอะไรพวกเขาเหล่านั้นดี เนื่องจากคนไข้มากเหลือเกิน ต้องรีบตรวจให้เสร็จ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> กว่า 3 โมงครึ่งครูหาญของผมจึงลงมาตรวจคนไข้ ทราบมาว่าท่านก็เพิ่งเลิกจากคลินิกพิเศษจากชั้นบนมา ครูผมนี่ทำงานหนักมากเลยนะครับ แถมระหว่างการตรวจก็ต้องวิ่งไปที่ห้องคลอดราว 3 ครั้งเห็นจะได้ แคโรไลน์จึงเดินมาหาผมบ่อยมาก เนื่องจากเธอไม่รู้เรื่องจริงๆ น่าสงสารครับ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> กว่าจะเลิกงานก็ 18.10 น. ผมกับพี่พิชัยก็รีบกลับบ้าน เพราะว่าคืนนี้เวลา 1 ทุ่ม จะเป็นงานเลี้ยงส่งผมของ J&J งานนี้เลี้ยงส่งผมกับหมอยานจากอินโดนีเซีย เลี้ยงรับพี่พิชัย หมออ้วน และหมออัน (Anh) จากเวียดนาม เขาจัดเลี้ยงที่ Brewerkz ที่โปรดของผม ฮ่า ฮ่า งานนี้ท่าจะได้เมาอีกรอบ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> ผมไปสายประมาณครึ่งชั่วโมง เพราะว่ารถเมล์มาช้าเสียเหลือเกิน นี่ถ้าไปกับรถไฟฟ้าคงจะดีกว่านี้ เมื่อไปถึงก็พบว่าเขามีโต๊ะใหญ่จากภาควิชาผ่าตัดหัวใจของหมอยานเขามาเลี้ยงส่งอยู่แล้ว พวกผมเลยนั่งอีกโต๊ะหนึ่ง เลยได้รู้จักกับเควก (Quac) จากเวียดนาม ซึ่งที่จริงก็เจอเขาทุกครั้ง แต่ไม่มีโอกาสได้คุยเต็มที่ เจอหมออันซึ่งเพิ่งมาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมานี่เอง งานนี้ผมโทรเรียกหมออ้วนที่มาจากขอนแก่นให้มาร่วมงานด้วย หมอเคตุท (Ketut) ซึ่งเป็นหมอผ่าตัดหัวใจจากอินโดฯก็มา งานนี้เบ็ดเสร็จรวมผมก็ 7 คน แต่แปลกที่เรากลับรูสึกสนิทสนมกันมาก ผมบอกเจสิก้าว่า งานนี้ดีจริงๆ เลี้ยงมาหลายครั้งก็ครั้งนี้แหละที่รู้สึกว่ารู้จักเพื่อนมากขึ้น เธอบอกผมว่า ผมคุยเก่งขึ้น กลายเป็นว่าคืนนี้ผมพูดมากที่สุด เทียบกับครั้งแรกๆของงานเลี้ยงที่ผมเงียบๆ ดูขรึมๆ (เพราะฟังไม่รู้เรื่อง ฮา) ผมบอกไปว่าเพราะทุกครั้งไม่มีเบียร์ต่างหากเล่า เราได้แลกเบอร์ติดต่อกันทุกคน ผมเลยบอกว่า ต่อไปนี้จะไปเวียดนาม (โฮจิมินห์หรือไซ่ง่อน) บาหลี สุราบายา ผมไม่ลำบากแล้ว ต้องรวมจาการ์ต้า บ้านของดันดีด้วยสิ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> งานเลี้ยงเลิกราวเกือบ 4 ทุ่ม ผมมอบผ้าคลุมไหล่ผ้าไหมที่หอบหิ้วมาจากเมืองไทยส่งให้เจสิก้า เพื่อเป็นการขอบคุณสำหรับการดูแลตั้งแต่ก่อนที่ผมจะมาที่นี่ ถ้าไม่มีเจสิก้า ชีวิตผมคงลำบากกว่านี้ ขอบคุณจริงๆครับ
ยินดีต้อนรับกลับบ้านครับคุณหมอ
ร่วมยินดีที่จะได้กลับบ้านครับ
สวัสดีครับคุณกุ้งคอกาแฟเต็มร้อย
ผมนี่ social สุดๆ ครับ จะมีโอกาสไหนที่ได้เจอเพื่อนต่างชาติมากมายกว่านี้อีกแล้วคงไม่มี
อาจารย์ผมเคยสอนไว้ว่า เวลาไปเรียนต่อน่ะ หนังสืออ่านเองได้ ผ่าตัดก็ได้ทำ แต่การมีเพื่อนเป็นสิ่งที่คนอื่นอาจจะละเลย แต่ผมไม่ปล่อยให้โอกาสอย่างนี้ผ่านเลยไปหรอก เวลาไปกินก็ผลัดกันจ่าย แรกๆเขาจ่าย หลังๆขอผมจ่ายบ้าง
อนาคตข้างหน้าเราก็จะได้มีความสัมพันธ์กันอีกยาวนาน จัดประชุมก็หาวิทยากรได้ง่ายขึ้น
alc อยู่บ้านไม่ค่อยได้ดื่ม เพราะว่าค่ำลงก็นอนครับ ลูกๆขอร้องงงงง อย่างดีก็ทุกคืนวันศุกร์ ซดซะ 1 กระป๋อง ทั้งนี้เพราะว่าการดื่มกาแฟก่อนนอนนั้น บั่นทอนสุขภาพครับ ฮ่า ฮ่า
เจ็บใจ เจ็บใจ เขียนตั้งมาย net ล่ม
สวัสดีครับโสทร
ณ นาโยง
ช่วงนี้ฝนน่าจะตกทุกวัน ได้กินเห็ดเหม็ดแล้วหรือยังครับ แกงกินกับกุ้งน่าจะได้แรง
อีกไม่นาน ตรังก็จะใกล้เข้ามาอีกนิดแล้วครับ แล้วจะชวนอาจารย์เต็มไปเยี่ยม
พี่แดงครับ
ถึงตอนนี้ก็ยังไม่แน่ใจนักว่า ภาษาจะดีขึ้นบ้างมั้ย สงสัยน่าจะถูกกลืนไปบ้างแล้ว ลา
คนไข้ส่วนมากถามผมว่า เป็นคนฟิลิปปินส์รึเปล่า ผมจะดีใจทุกครั้ง เพราะว่า เป็นที่รู้กันว่าฟิลิปปินส์นั้น ภาษาดีกว่าเราเห็นๆ
คนไข้บางคนเมื่อทราบว่าผมเป็นคนไทย เขาก็จะพูดว่า สวัสดีค่ะ ขอบคุณค่ะ น่าชื่นใจไหมพี่
สวัสดีครับท่านอัยการชาวเกาะ
ดูยังไง ยังไง หน้าคุณบัณฑูรก็คล้ายกับดาราหนังคนหนึ่งทุกทีสิน่า คนที่ชอบแสดงหนังช่อง ๗ บางทีก็เล่นเรื่องจักรๆวงศ์ๆ น่ะครับ
ไม่ใช่พระเอกนะครับ อย่าเพิ่งดีใจไป
พี่โอ๋ครับ
มีเพื่อนหมอหลายคนเลย ก็พูดกับผมว่า อยากเป็นคนไทย เพราะชีวิตดูสบายกว่าคนที่นี่ ค่าครองชีพต่ำ มีที่ให้เที่ยวมากมาย ค่ารักษาพยาบาลก็ไม่โหด ฯลฯ
คนไข้บ่นกับผมบ่อยครับ เหมือนอย่างที่ผมบันทึกไว้ตอนแรกๆนั่นแหละ เขาอยากเป็นคนไทยเหมือนกัน
สิ่งหนึ่งที่ผมไม่ค่อยภูมิเท่าไหร่ก็คือ เรื่องการเมือง การโกงกิน ความเชื่องช้าในระบบงานบางอย่าง (ไม่อยากใส่ ฯลฯ ครับ)
ปล. อาจารย์จันคลอดแล้วยังครับ
สวัสดีค่ะ
sasinanda
เวลาผ่านไปเร็วจัง จะได้กลับบ้านเสียที
คุรหมอไปที่สิงคโปร์นี่ ได้ประสบการณ์มาก และเพื่อนมากด้วยค่ะ คุ้มค่าค่ะ
ฮั่นแน่ คุณศศินันท์เปลี่ยนรูปแล้ว
เวลาผ่านไปเร็วครับ เมื่อเช้าเพิ่งตื่นเอง ทำงานไปเดี๋ยวเดียวก็เที่ยงแล้ว คืนนี้ก็มาถึง ก็นอนหลับ ตื่นมาพรุ่งนี้ก็เป็นอีกวัน
สัจธรรมอันนี้ค้นพบได้ด้วยตัวเองครับ มันเหมาะสำหรับคนขี้เกียจที่ชอบผลัดวันประกันพรุ่งอย่างผม มีไว้เตือนตัวเอง เตือนสติเวลาขี้เกียจ (เป็นประจำ)
เรื่องเพื่อนเยอะนี่หายห่วงเลยครับ เพราะการบ้านของผมคือ หาเพื่อน หาเครือข่ายครับ
สวัสดีค่ะ คือว่าพี่เรียนอยู่ที่ฟิลิปปินส์เหรอค่ะ คือว่าอยากทราบรายละเอียดเกี่ยวกับการเรียนหมอที่โน่นอ่ะค่ะ ว่าชีวิตความเป็นอยู่ เป็นไง และอื่นๆอีกมากมาย อิอิ
ตอนนี้เรียนเภสัชอยู่ค่ะ กะว่าจบแล้วอยากเรียนต่อที่โน่น
ไง add mailมาคุยกันนะค่ะ [email protected]
noree ครับ
ผมเรียนที่สิงคโปร์ครับ