เจ้าคุณพิพิธธรรมสุนทรท่านสอนเกี่ยวกับหลักการทำงานไว้ว่าคนจะทำงานให้ดีต้องยึดหลักคือ อย่าอวดรู้ อย่าชูความริษยา อย่าดูแคลน อย่าแสนงอน อย่าซ่อนเงื่อน อย่าเซือนแซ อย่าแส่เรื่องของเพือก อย่าเสือกเรื่องงานของเขา อย่าเอาแต่งานของตัว อย่ากลัวเขาว่า อย่านินทาเจ้านาย อย่าขยายความลับ อย่าจ้องจับผิด อย่าคิดไม่ซื่อ อย่าดื้อจนด้าน อย่าด้านจนแค้น

 

   

           เมื่อเราทำงานใดก็ตาม จุดประสงค์ก็อยากให้งานสำเร็จเจริญรุ่งเรือง มีความสุขกับงานและมีค่าใช้จ่ายที่เพียงพอมาสู่ตัวเรา เพื่อเลี้ยงตนเองและครอบครัว แต่บางทีการทำงานก็ทำได้ไม่นาน เราก็ถูกเชิญออก เนื่องจากเราขาดหลักในการทำงานคือทำงานไม่เป็น หรือขาดศิลปะในการทำงาน เรียกง่ายๆว่า "มีแต่ศาสตร์แต่ขาดศิลป์"

           บางทีเรามีความรู้ครบในงานนั้น แต่เราก็ขาดศิลปะในการทำงานซึ่งไม่มีสอนในมหาวิทยาลัย  เราไม่รู้ว่าทำงานอย่างไรจึงจะได้ผลดี นักปราชญ์ได้บอกหลักการทำงานว่า การทำงานให้ดี ต้องยึดหลักศาสตร์และศิลป์ในการทำงานคือ :- 

<p>              อย่าอวดรู้ อย่าชูริษยา อย่าดูแคลน อย่าแสนงอน อย่าซ่อนเงื่อน อย่าเซือนแซ อย่าแส่เรื่องของเพือก อย่าเสือกเรื่องงานของเขา อย่าเอาแต่งานของตัว  อย่ากลัวเขาว่า  อย่านินทาเจ้านาย อย่าขยายความลับ อย่าจ้องจับผิด อย่าคิดไม่ซื่อ  อย่าดื้อจนด้าน อย่าด้านจนแค้น</p> <div style="text-align: center"></div>   <p>            ๑.อย่าอวดรู้คือยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นบ้าง</p>

             ๒. อยาดูแคลน คืออย่าดูแคลนฝีมือคนอื่นด้วยปาก สายตา ด้วยทัศนคติหรือด้ยความลำเอียง คนเราต้องดูว่าผู้อืนมีฝีมืออย่างไร เก่งด้านใดก็ใช้งานเขาให้ถูกด้าน อย่าคิดว่าเขาโง่ บางทีเราแหละโง่ที่ไม่เข้าใจเขา

            ๓. อย่าแสนงอน คือมีเรื่องอะไรอย่างอนเกินไป ยอมปรับความเข้าใจกันบ้าง  ไม่ว่าการทำงานหรืออยู่บ้านงอนเกินไปก็ไม่ดี ขอให้รู้ลดทิฏฐิมานะลงมาหากันบ้าง อย่าเป็นตัวร้ายมากกินไป

            ๔. อย่าซ่อนเงื่อน คืออย่าทำอะไรด้วยความประสงค์ร้ายใคร ๆ ด้วยการซ่อนเงื่อนงำไว้เพื่อให้งานผิดพลาดหรืออย่าวางยาผู้อื่นในการทำงาน เห็นใจคนบ้างถ้าเราโดนวางยาจะเกิดอาการอย่างไร อกเขาอกเราเอามาใส่เถอะ

             ๕.อย่าเซือนแซ คือทำอะไรก็ต้องใจทำจริง ๆ อย่าผลัดวันประกันพรุ่ง ต้องยึดคติว่า "ทำเดี๋ยวนี้" เพราะถ้างานไม่เสร็จบางทีทำให้เพื่อนร่วมงานเสียหาย บางทีลูกจ้างไม่ได้เงินเดือนเพราะการแซเซือนหรือเซือนแซ ลูกเมียรอกินข้าวฉลองวันเงินเดือนออก แต่ต้องรอเก้อเพราะฝายบุคคลลืมส่งข้อมูลบางอย่างทำให้ลูกจ้างต้องอดรับเงินเดือนไปอีกสองสามวัน วิ่งหาหลักฐานกันวุ่นวาย...

              ๖. อย่าแส่เรื่องของเพือก คืออยาทำงานเกินขอบเขตตนเองงานของเขาเราอย่าไปยุ่งเป็นดี จงทำงานมีระบบกฏเกณฑ์ที่ดี อย่าสั่งงานข้ามหัว 

            ๗.อย่าเสือกงานของเขา คืองานเขาอย่าไปยุ่ง ถ้าเขาไม่ไหว้วาน ไม่ขอร้องให้ช่วย อย่าไปวุ่นวายทำของเขาเลย    

           ๘.อย่าเอาแต่งานของตัว คือให้มีน้ำใจบ้าง ยามผู้อื่นทำงานไม่เสร็จ เขาขอร้องให้ข่วยก็ช่วยกันบ้าง หัดมีน้ำใจ น้ำใจอย่าให้มันอยู่ลึกนัก คิดถึงทีเขาทีเรา เขาฝากงานควรมีน้ำใจเอื้อเฟื้อกันและกัน  

            ๙. อย่ากลัวเขาว่า คือเมื่อมีการประชุมเขาเปิดโอกาสให้แสดงความคิดค่อยแสดง การเสนอความคิดนั้นอย่าเสนอความแค้น เมื่อมีการประชุมเขาให้เสนอก็เสนอด้วยความหวังดี แบบตินอกวงอย่าทำ

              ๑๐. อย่าด่าเจ้านายคือเมื่อเราเป็นลูกน้องต้องเคารพนายและทำงานอย่ามั่วงาน ไม่ฟ้องนายไม่ขายเพื่อน สัตว์ดีรักเจ้าของ ลูกน้องดีรักนาย 

             ๑๑.อย่าขยายความลับ คือความลับของตัวหรือขององค์กรอะไรเป็นความลับอย่านำไปขยาย ปิดเวลาควรปิดเปิดเวลาที่ควรเปิด กาลเทศให้รู้ไว้สำหรับเราคนทำงาน

              ๑๒.อย่าจ้องจับผิด คืออย่ามัวแต่คอยจับผิดคน แต่ให้เราจับถูกงานและทำถูกต้องดีกว่า

              ๑๓. อย่าคิดไม่ซื่อ คือต้องมีความซื่อสัตย์ต่อกัน อย่าคอรัปชั่น อย่าคิดไม่ซื่อกับใครๆ 

             ๑๔. อย่าดื้อจนด้าน คือหัดเชื่อคนบ้าง เขาแนะนำก็ต้องฟัง เขาบอกต้องฟังก่อนให้เข้าใจ เขาสั่งต้องเชื่อหรือ "บอกฟัง สั่งเชื่อ" จะทำให้เราเป็นคนมีคุณค่า 

             ๑๕. อย่าค้านจนแค้น คือเมื่อทำงานถ้าไม่เห็นด้วยกับแนวคิดใคร อย่าหักหน้ากัน เมื่อมองเห็นทิศทางจงขอโอกาสเสนอความคิดเห็นหรือแสดงเหตุผล

            สิ่งเหล่านี้คือศาสตร์และศิลป์หรือหลักปฏิบัติงานที่เป็นประโยชน์แก่ทุกคนและทุกหน่วยงาน สิ่งที่ต้องระวังที่สุดคือความอวดรู้ ความริษยา  ศาสตร์และศิลป์เหล่านี้ ถ้าเราท่องจำขึ้นใจ และนำไปปฏิบัติ ย่อมนำสมบัติที่ดีมาสู่องค์กรและสังคม ปลาเป็นย่อมว่ายทวนน้ำได้ คนทำงานเป็นย่อมพยายามเอาชนะอุปสรรค์ได้เช่นกัน

</font></span></font></span><p>                                         </p>