เราต้องเก็บของทุกชิ้นที่นำมากลับให้หมด พร้อมทั้งเก็บความทรงจำ เก็บคุณค่าแห่งชีวิตและความประทับใจที่หาที่เปรียบมิได้กลับไปทำงานเพลงพื้นบ้านของเรา ที่โรงเรียนบรรหารแจ่มใสวิทยา 1 เรามางานนี้ได้ เพราะความมหัศจรรย์ในเพลงอีแซวแท้ ๆ

 

มหัศจรรย์เด็กไทย

ที่เมืองทองธานี

(ความน่าพิศวง ประหลาดใจ)

3 พฤศจิกายน 2550  

บูธ 32 ฮอล 8

ตอนที่ 3  ยิ่งกว่ามีเซอไพรซ์

           เช้าตรู่เกือบที่จะรุ่งสางแล้วสำหรับวันสุดท้ายของงานมหัศจรรย์เด็กไทย เวลา 05.00 น. ผมออกเดินทางจากดอนเจดีย์ไปยังอิมแพค  เมืองทองธานี ผมและเด็ก ๆ มีความสุขใจ พวกเราเหนื่อยกันมาก เด็ก ๆ นักแสดงทุกคนที่เคยเป็นทั้งคนไม่สนใจเรียน เกเรไม่เข้าห้องเรียน ไม่มาซ้อมวง ผมได้บอกกับพวกเขาว่า วันนี้เราไปในฐานะ มหัศจรรย์เด็กไทย เพลงอีแซวด้นสด เวทีแรกเราคุ้นเคยเพราะได้ขึ้นไปแสดง 2 รอบแล้ว ส่วนในเวที ที่ฮอล 7 เราไม่เคยได้ไปสัมผัส ครูหวั่น ๆ อยู่ในใจเหมือนกัน วันนี้เด็ก ๆ ไม่ค่อยหลับ เราไปหยุดพักรถที่ปั๊มเจ็ท ให้เด็กลงไปพัก 15 นาที

          เราเดินทางไปถึงอิมแพค เมืองทองธานีเวลาประมาณ 07.30 น. วันนี้ประตูด้านหลังฮอล 8 เปิดให้เข้าได้แล้ว  ผมพาชุดคณะนักแสดงไปที่เวทีฮอล 7 เพื่อที่เด็ก ๆ จะได้เห็นและคุ้ยเคยกับสถานที่ก่อนขึ้นไปแสดง และตรงไปยังบูธที่ 32 ของพวกเรา ทุกอย่างเป็นไปเช่นเดิม นักแสดงทุกคนเปลี่ยนเป็นชุดการแสดง  ผมบกกับเด็ก ๆ ว่าจะต้องทำเวลาหน่อยนะ ครูอยากให้พวกเราขึ้นไปแสดงที่เวทีภาคกลางก่อนที่จะไปที่เวที ฮอล 7 ขณะที่เด็ก  ๆ เขาแต่งตัวกัน ผมก็ใช้เวลาไปเก็บภาพตามบูธที่น่าสนใจ ที่เวทีการแสดง พอกลับมา ยุ้ย-รัตนา บอกกับผมว่า เมื่อกี๊นี้มีอาจารย์คนที่ผมยาว ๆ สวมเสื้อคลุมสีเข้ม ๆ มาหาอาจารย์ ถามว่าจะให้ขึ้นเวทีแสดงเป็นคิวที่1 จะได้ไหม ผมถามยุ้ยว่า แล้วหนูตอบอาจารย์ไปว่าอย่างไร ยุ้ย บอกว่า เรายังไม่พร้อม ผมให้เด็กพาผมไปที่อาจารย์คนจัดคิว ได้พบกันพอดี จึงทำให้ได้คิวแสดงเป็นชุดที่ 1 ณ เวทีภาคกลางรอบสุดท้าย

        

          เมื่อนักแสดงเพลงอีแซวแต่งตัวเสร็จเรียบร้อย ทำพิธีไหว้ครูเหมือนกับทุกวัน (งานนี้เราไมได้ไหว้ครูโดยการร้องแต่เป็นการบอกครูรวม ๆ ที่บูธ) แจ๊ค, ตูมตาม, ขวัญ และนุ๊ก นำอุปกรณ์ให้จังหวะไปเชื่อมต่อที่บนเวที นักแสดงเดินขึ้นไปบนเวทีเมื่อเวลาประมาณ 09.25 น. เริ่มทำการแสดง ในขณะที่เก้าอี้นั่งชมยังไม่มีคนมานั่งรอชมการแสดงเลย (ไม่มีชุดใดอยากแสดงเป็นคณะแรก) อิมเริ่มขับเสภาด้วยเสียงที่สดใสมาก ทั้งที่เครื่องเสียงไม่ดีเอาเสียเลย พอร้องเพลงบูชาครูจบที่นั่งชมก็เกือบจะเต็ม มีผู้ชมยืนดูตอนท้าย ๆ หลังจากเก้าอี้บ้างพอสมควร วันนี้เป็นรอบสั่งลา เราเล่นเพลงสนุกมีคำร้องหนัก ๆ บ้างแต่ใม่ถึงกับหยาบคาย เล่นเรื่อง ปัญหาใหญ่ใต้สะดือ แล้วตามด้วยเรื่อง ปัญหาสังคมไทยในอดีตกับปัจจุบัน แล้วตามด้วยการด้นกลอนสด ของอิม-หทัยกาญจน์ เมืองมูล โดยมีตัวหลอกออกมาร้องเป็น อิม ก่อน 2 คน จึงจะถึงตัวจริง เรียกเสียงฮาได้ ในที่สุดก็มาถึงด้นสดของอิม อิมเขาก็ใจกล้าที่จะร้องตามคำที่ท่านผู้ชมบอกให้ด้น คำแรก เป็น เมืองทองธานี และตามด้วย มหัศจรรย์เด็กไทย มีคำอื่น ๆ อีก โดยใช้เวลา 10 นาที รวมทั้งเดินไปรับรางวัลหลายครั้งในแต่ละด้านของเวที สุดท้ายเป็นเพลงลาที่ร้องครบทุกบทของเรา การแสดงจบลงด้วยคำพูดของยุ้ย-อิมที่ว่า ขอลาท่านไปก่อน พบกันใหม่ที่ ฮอล 7 ในเวลา 10.30 น. ใช้เวลาบนเวทีไป 50 นาทีเศษนักแสดงเดินลงจากเวทีไปยังฮอล 7 ทันที มีผู้ชมลุกจากที่นั่งตามเด็ก ๆ ไปเป็นจำนวนมาก  

          ที่เวทีกลางของฮอล 7 เวทีสวยงาม พวกเราไปถึงกำลังเป็นการแสดงของมวยไทยกับอาวุธโบราณ และตามด้วยโฟล์คซอง แล้วก็ต่อด้วยเพลงอีแซว เวลา 11.10 น. เริ่มการแสดงเพลงอีแซว ที่เวทีนี้ ระบบเสียงชัดเจน แจ่มใสดีมาก น้องๆ ที่ควบคุมเครื่องเสียงมีระดับมาก ปรับระบบได้อย่างมืออาชีพ เวลาพูดจะเป็นเสียงประเภทหนี่ง เวลานักแสดงร้องจะมีเสียงก้องเล็กน้อยตามมา ทำให้ฟังเสียงร้องกว้างกังวานสดในไพเราะมาก เริ่มการแสดงด้วยบทบูชาครูสั้น ๆ ตามด้วยเทิดพระ เกียรติในหลวง เศรษฐกิจพอเพียงฉบับย่อ จบแล้วเป็นการทักทายท่านผู้ใหญ่ที่เป็นประธานนั่งชมการแสดงอยู่ จากนั้นเป็นการเล่นเพลงปลอบใจ ปะทะคารมแบบถึงแก่นแท้ของเพลงพื้นบ้าน ชุดด่ากระทบ เรียกเสียงฮาดัง ๆ ได้กระหึ่มฮอล 7 เสียงปรบมือเป็นระยะ ๆ เมื่อแก้กลอนกันได้โดยที่ผู้ชมคิดไม่ถึง แล้วก็มาถึงเพลงลา เวทีนี้ยุ้ยกับอิมทำหน้าที่ร้องได้อย่างจับใจท่านผู้ชม จากเสียงหัวเราะ เสียงฮาอย่างสนุกสนานกลายมาเป็นความเงียบ และเดินออกไปมอบรางวัลให้กับคนร้อง ความสดใสไพเราะและกังวานหวานแว่วของ 2 สาวจากดอนเจดีย์ สะกดผู้ชมให้นั่งนิ่งฟังได้อย่างไม่กระพริบตาจนจบบทกลอนเป็นเวลา 7 นาที เวทีนี้ใช้เวลาแสดงไป 35 นาที ความจริงเล่นสัก 1 ชั่วโมงก็ได้ แต่พวกเรายังมีภารงานอีกตลอดทั้งวัน ในตอนสุดท้าย ยุ้ย-อิม ได้พูดลาไว้ว่า  หนูขอฝากศิลปะพื้นบ้านเอาไว้ในหัวใจของคนไทยทุกคน โปรดอย่าลืมศิลปะการแสดงของท้องถิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ของแผ่นดินไทย พบกันใหม่โอกาสหน้า สวัสดีค่ะ

        

          พวกเราอิ่มใจไปกับเสียงปรบมือ เงินรางวัล และคูปองรับประทานอาหารที่ท่านนำเอามาให้เด็ก ๆ ส่วนที่หลังเวที มีผู้มารอพบผมหลายราย มาขอนามบัตร ให้เด็ก ๆ วิ่งไปเอาที่บูธ 32 มาแจก มาพบอิม ขอถ่ายภาพร่วมด้วย มาขอทราบจะติดต่อไปแสดง และมาขอซื้อวีซีดี ซึ่งผมจะจัดส่งไปให้ในวันสองวันนี้ ผมให้คนอื่น ๆ เดินไปที่บูธก่อน อิมกับยุ้ยและผมค่อยตามไปทีหลัง 

           การรับประทานอาหารกลางวันในวันนี้ จัดแบ่งออกเป็น 3 ชุด ใช้คูปองที่ได้รับจากฮอล 7 ไปแลกซื้ออาหารของเมืองทองธานีได้ วันนี้เลยได้ทั้งอิ่มใจและอร่อยลิ้นกันทั่วทุกคน งานของเรายังไม่จบ ในช่วงบ่ายผมได้รับเอกสารจากผู้ประสางานแจ้งว่าให้ทุกบูธเก็บของได้ตั้งแต่เวลา 15.00 น. เป็นต้นไป เมื่อเด็ก ๆ ทุกคนรับประทานอาหารกันเสร็จเรียบร้อยแล้วก็เข้าสู่หน้าที่การแสดงผลงานต่อ เมื่อเวลา 13.00 น. โดยแป้ง-ท็อป เป็นพิธีกรร้องด้วยพูดเด้วย ไล่กันไปทีละคู่ ชุดที่ไปรับประทานอาหารกลับมาก็ให้อีกชุดหนึ่งไป ส่วนที่โต๊ะเอกสารยังได้รับความสนใจโดยตลอด บางท่านขอเดินเข้ามานั่งพูดคุยกับผมในบูธซึ่งคับแคบมาก คุยกันถึงเรื่องที่ไปที่มาของการทำวงเพลงพื้นบ้านจนประสบความสำเร็จมีงานแสดงเป็นอาชีพให้กับนักเรียนได้ ทำมาได้อย่างไร นานแค่ไหน ทำอย่างไรจึงมีความยั่งยืน ผมบอกแนวทางแล้วก็ให้นักแสดงมาช่วยอธิบาย

           ในช่วงเวลาที่เด็กๆ ของผมกำลังทำหน้าที่นำเสนอผลงานอยู่นั้น บูธต่าง ๆ ในโซนภาคกลางเริ่มทยอยขนของออกไปทางประตูออกและประตูด้านหลังฮอล จนถึงเวลา 14.00 น. ที่บูธภาคกลางเหลือ 2-3 บูธ (ความจริงมองเห็นเพียง 2 บูธ) เด็ก ๆ อยากเปลี่ยนชุดการแสดงเป็นชุดนักเรียน ผมบอกกับเด็ก ๆ ว่า เวลาที่เราจะต้องทำหน้าที่จะต้องถึง 15.00 น. จึงจะเปลี่ยนชุดการแสดงออกได้ (มี 2-3 คนเปลี่ยนชุดออก) ผมให้อิม-ยุ้ย ทำหน้าที่เสนอผลงานที่ด้านหน้าบูธ ยังคงมีผู้ชมมาให้กำลังใจมากพอสมควร มาขอถ่ายภาพ มาร่วมสนุกโดยการเต้น และรำด้วยกับผู้แสดง

            จนถึงเวลา 14.30 น. เด็ก ๆ เขาร้องเพลงลา โดยนำเอาทุกเพลงที่มีอยู่ในคิวมาร้องทั้งหมด เป็นแบบต่อเนื่องกันไป ลาล้าลา ลาหล่าลา ล้าลาลาลา  ลาล้าลา ลาหล่าลา ล้าลาลาลา ผมมองไปที่ทางเดินด้านหลังเวทีภาคกลางเห็นท่านผู้ใหญ่ของ สพฐ.เดินมากับคณะ  ผมบอกกับเด็ก ๆ ว่า หนูแสดงต่อไปเรื่อย ๆ นะ เราอาจจะได้พบกับบุคคลสำคัญของงาน ผมเดินไปทางด้านหน้าประตูทางออกฮอล 8 เข้าไปทักท่านเลขานุการ สพฐ.และเรียนกับท่านว่า เด็กกำลังแสดงอยู่ครับและต้องการที่จะถ่ายรูปกับท่าน ท่านบอกกับผมว่า เดี๋ยวไป แต่ต่อจากนั้นมีคนนำท่านเดินออกจากฮอล 8 ไปแล้ว น้อง ๆ ที่ยังเหลืออยู่ที่บูธบอกกับผมว่า พี่ ท่านคงไม่มาแล้ว เพราะว่ามีคนพาท่านออกไปทางประตูทางออกแล้ว  ผมไม่ได้คิดอะไรต่อ ยังคงยืนฟังเด็ก ๆ ของผมร้องเพลงลาด้วยเสียงที่ดังฟังชัดเจนในฮอล 8 (ที่อื่นเขาเก็บกับเกือบที่จะหมดแล้ว) และแล้วก็ยิ่งกว่าเซอไพรซ์จนได้ เมื่อบุคคลสำคัญของผมและเด็ก ๆ เดินกลับมา โดยท่านมุ่งหน้ามาที่บูธ 32 แน่นอน 

          ผมเดินไปรับท่านและเดินนำมาที่บูธ 32 เด็ก ๆ ยกมือไหว้ท่านด้วยความเคารพ คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา ให้ความเมตตามาเยี่ยมบูธการแสดงเพลงอีแซวด้นสดเมื่อเวลา 14.40 น.ถึง 14.47 น. พร้อมด้วยคณะของท่าน มีท่านดร.ปัญญา แก้วกียูรมาด้วย คุณหญิงได้พูดกับเด็ก ๆ ว่า

      -    คราวนี้ไม้ได้แสดงที่เวทีโน้นไม่เป็นไร โอกาสหน้ายังมีอีกนะลูก

      -    ไหนลองด้นกลอนสด เรื่องการเลือกตั้งให้ครูฟังหน่อย เด็ก ๆ ขอนำเสนอเรื่องเทิดพระเกียรติในหลวงแทน

      -     นี่เป็นลูกศิษย์ของอาจารย์เขา คนนี้เก่งมาก ฝึกลูกศิษย์ให้เป็นนักแสดงพื้นบ้านระดับมืออาชีพได้ทุกรุ่น

      -    ดูอาจารย์ผอมลงไปหน่อยนะ  ใช่ไหม (คุณหญิงหันมาทางผม)

      -    ขอบใจลูก ๆ ทุกคนที่มีความตั้งใจในการมาร่วมกิจกรรมครั้งนี้

        

          เด็ก ๆ ทุกคนได้ถ่ายภาพร่วมกับคุณหญิง กษมา สมความตั้งใจ ในช่วงท้าย ดร.ปัญญาได้พูดกับเด็ก ๆ ก่อนที่จะลาว่า "ขอให้ตั้งใจเรียนให้เก่ง ๆ นะลูก ศิลปะพื้นบ้านก็อย่าไปทิ้ง ขอให้ทำคู่กันตลอดไป "

          เมื่อคณะของท่านเลขา สพฐ.จากพวกเราไปแล้ว ไม่มีนักแสดงของผมคนไหนบอกว่า เบื่อ เหนื่อย อยากจะกลับบ้าน ทุกคนเงียบกันไปหมด ยังคงยืนพูดกันด้วยเสียงเบา ๆ ว่า วันนี้มีเซอไพรซ์ยิ่งกว่าเมือวานหลายเท่า ไม่น่าเชื่อ ผมบอกกับเด็ก ๆ ทุกคนว่า 15.00 น. แล้ว เก็บข้าวของไปที่รถเพื่อเดินทางกลับได้แล้วนะ เราต้องเก็บของทุกชิ้นที่นำมากลับให้หมด พร้อมทั้งเก็บความทรงจำ เก็บคุณค่าแห่งชีวิตและความประทับใจที่หาที่เปรียบมิได้กลับไปทำงานเพลงพื้นบ้านของเรา ที่โรงเรียนบรรหารแจ่มใสวิทยา 1 เรามางานนี้ได้ เพราะความมหัศจรรย์ในเพลงอีแซวแท้ ๆ

   

         

 

(ในตอนต่อไป ผมจะนำเอาความรู้สึกของเด็ก ๆ ในวงเพลงมาเล่าต่อครับ)