สร้างสังคมไทยให้เป็นสังคมแห่งการอ่าน

โรงเรียน :สังคมการอ่านอย่างต่อเนื่อง
          หลังจากได้รับการปูพื้นฐานอุปนิสัยรักการอ่านมาจากบ้านเมื่อเด็กมาโรงเรียนเขาควรได้รับการส่งเสริมเรื่องการอ่าน อย่างต่อเนื่องดังนี้
          
ครูอาจารย์เป็นแบบอย่าง  เช่นเดียวกับที่เด็กมีพ่อแม่เป็นแบบอย่างในการอ่านที่บ้านหากนักเรียนเห็นครูอาจารย์ที่ตน ชื่นชอบอ่านหนังสือ เด็กจะรู้สึกคล้อยตามแต่ในทางตรงข้าม หากครูอาจารย์แทบไม่เคยหยิบหนังสือขึ้นมาอ่านให้เห็น เป็นเรื่องยากที่จะปลูกฝังให้ลูกศิษย์รักการอ่านได้ในเมื่อครูเองก็ไม่อ่าน
          ห้องสมุดโรงเรียน  มีหนังสือหลากหลายประเภทให้นักเรียนเลือกอ่านตามวัยและความสนใจของเขาไม่ใช่มีแต่หนังสือเรียน สารานุกรม หรือหนังสือวิชาการเพียงอย่างเดียวเพราะเด็กแต่ละคนมีความสนใจไม่เหมือนกัน อาทิ เรื่องสั้น นวนิยาย ประเภทต่างๆสารคดี หนังสือแปล วรรณกรรมเยาวชน แฟนตาซี บทกวี บทละคร หนังสือพิมพ์ วารสารนิตยสาร และหนังสือ คู่มือ รวมไปถึงชั้นหรือตู้หนังสือตามจุดต่างๆในโรงเรียน
          กิจกรรมเสริมการอ่าน  ใช่ว่าเด็กทุกคนจะได้รับการปลูกฝังนิสัยรักการอ่านมาจากบ้านบางครอบครัวพ่อแม่ไม่ใช่นัก อ่าน ไม่เคยอ่านหนังสือให้ลูกเห็นโรงเรียนจึงมีบทบาทสำคัญมากในการพัฒนาเด็กกลุ่มนี้ (น่าจะเป็นกลุ่มใหญ่ในบ้านเรา)ให้ หันมารักการอ่านโดยไม่รู้สึกว่าถูกบังคับการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านขึ้นในโรงเรียนเป็นแนวทางหนึ่งที่จะช่วยสร้างบรรยากาศแห่งการอ่าน กระตุ้นและชักจูงใจให้เด็กกลุ่มนี้สนใจอ่านหนังสือมากขึ้น เช่นแข่งขันตอบคำถามจากการอ่าน จัดงานสัปดาห์ แห่งการอ่านจัดเวทีให้แลกเปลี่ยนความเห็นเรื่องหนังสือในดวงใจเชิญนักเขียนที่นักเรียนชื่นชอบมาพูดคุยที่โรงเรียนเป็นต้น
          นายอมร  เฉลิมศรี  อาจารย์วิชาภาษาไทยระดับมัธยมปลายโรงเรียนเบตง (วีระราษฎรประสาท) จังหวัดยะลา เจ้าของรางวัลโรงเรียนส่งเสริมการอ่านดีเด่น กล่าวถึงวิธีส่งเสริมการอ่านในโรงเรียนว่าได้จัดตั้งชมรมรักการอ่านขึ้นและจัดประกวด ยอดนักอ่านในแต่ละเดือนโดยให้อ่านเรื่องสั้นแล้วสรุปเป็นบันทึกรักการอ่านเทอมละ 10 เล่มจัดแรลลี่รักการอ่านโดยให้เด็กจับ กลุ่มทีมละ 5 คน แล้วอ่านหนังสือให้ได้ 80 เล่มภายใน 1 เทอมจากนั้นครูและนักเรียนจะร่วมกันประเมินเพื่อตัดสินให้รางวัล
          ด้านนางสุกัญญา  เกียรติคุณ  อาจารย์บรรณารักษ์ ประจำโรงเรียนพูลตาหลวงวิทยา จังหวัดชลบุรีที่ได้รับรางวัลโรง เรียนส่งเสริมการอ่านดีเด่นเช่นกันกล่าวว่าโรงเรียนจัดชุมนุมรักการอ่านขึ้นทุกวันอังคารและวันพฤหัสบดี เช่น แรลลี่สารานุกรมแข่งขันตอบคำถามจากหนังสือ การเล่านิทาน แข่งขันเปิดพจนานุกรมโดยทุกกิจกรรมจะมีของขวัญหรือของรางวัลให้เด็กด้วยเพื่อจูงใจให้เด็กรู้สึกสนุกที่จะอ่านซึ่งผลจากการจัดกิจกรรมทำให้เด็กสนใจอ่านหนังสือ เข้าห้องสมุดและยืมหนังสือมากขึ้น
          นายจิระเดช  เหมือนสมาน  อาจารย์วิชาภาษาไทยโรงเรียนวัดทองเพลง เขตคลองสาน กรุงเทพฯ ครูส่งเสริมการอ่านดี เด่นมีเทคนิคให้เด็กรักการอ่านด้วยการเล่านิทานให้เด็กเล็กๆ ฟังส่วนเด็กโตจะทำรายงานเรื่องต่างๆ เพื่อให้นักเรียนเข้าไปค้นคว้าหาความรู้ในห้องสมุด มีมุมหนังสือในห้องเรียนทุกห้องไว้ให้เด็กๆส่วนช่วงพักกลางวัน นักเรียนในโครงการส่งเสริมการอ่านจะนำกระเช้าความรู้ที่บรรจุหนังสือหลากหลายประเภทเดินไปตามจุดต่างๆทั่วโรงเรียนเพื่อให้เพื่อนนักเรียนเลือกอ่าน
          กิจกรรมเหล่านี้เป็นเพียงตัวอย่างการส่งเสริมการอ่านในโรงเรียนที่กระตุ้นให้เด็กนักเรียนเข้าห้องสมุดหรือหยิบหนังสือขึ้นมาอ่าน โดยเฉพาะนักเรียนกลุ่มที่ไม่ได้รับการปูพื้นฐานการอ่านมาจากครอบครัวซึ่งโรงเรียนไม่ควรละเลยเพราะสำหรับเด็ก เหล่านี้แล้วแม้จะจัดห้องสมุดไว้ดีมีหนังสือหลากหลายเพียงใดหากไม่มีการกระตุ้นให้เขาเดินเข้าไปหาหนังสือเหล่านั้น ห้องสมุดก็มีบทบาทเพียงห้องเก็บหรือแสดงหนังสือเท่านั้น

          เรียบเรียงจาก  เส้นทางสู่นักอ่าน  โดย  นันทิยา   ตันศรีเจริญ  สานปฏิรูป ปีที่6 ฉบับที่ 59 กุมภาพันธ์ - มีนาคม 2546