พรบ. ทรัพยากรน้ำแห่งชาติได้ผ่าน ความเห็นชอบของ ครม. เมื่อ ๒๙ พฤษภาคม และเข้าสภานิติบัญญัติแห่งชาติ จนผ่านวาระหนึ่ง “รับร่าง” เมื่อวันที่ ๑๖ ตุลาคม ที่ผ่านมา ขณะนี้อยู่ในระหว่างการแปรญัตติ

 หลายๆท่านที่เป็นแฟนประจำบล็อกของผมอาจจะจำได้ว่า ผมทำงานเชิงนโยบายการจัดการทรัพยากรน้ำของชาติมาเกือบ ๕ ปี

เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียงระดับครัวเรือน และความเป็นธรรมระดับชาติ ทั้งในระดับลุ่มน้ำสาขา ๒๕๐ ลุ่มน้ำ และลุ่มน้ำหลัก ๒๕ ลุ่มน้ำ 

ด้วยความบังเอิญ หรือโชคดี ผมก็ไม่แน่ใจ ทำให้หลายๆอย่างลงตัวอย่างไม่น่าเชื่อ เช่น 

1.    สมัยปลายๆรัฐบาลทักษิณผมก็มีโอกาสประชุมร่วมกับรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องหลายครั้ง จนก่อให้เกิด

·        แนวคิดเชิงนโยบายการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (ในระดับหนึ่ง!) จนสามารถไปร่วมกับกระบวน megaproject ได้ 

·        แต่ก็ยังไม่เกิดผลในทางปฏิบัติเท่าที่ควร

2.    ในช่วงเกิดความสับสนทางการเมืองนั้น ผมได้ปรับแผนการทำงานมาเชื่อมกับทางหน่วยราชการโดยตรง โดยขอความร่วมมือ และเชิญผู้แทนอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ กรมชลประทาน และกรมพัฒนาที่ดิน มาหารือกับภูมิปัญญาพื้นบ้านเพื่อการดำเนินการขับเคลื่อนในทางปฏิบัติและเชิงนโยบายในขณะเดียวกัน ก็ได้ผลในเชิง

·        การนำกรณีตัวอย่างการจัดการทรัพยากรน้ำในระดับแปลงเข้าสู่แผนปฏิบัติงานระดับกรม

·        การรวมรวมภูมิปัญญาการจัดการน้ำในระดับแปลง กลุ่ม และเครือข่าย เข้าเป็นภูมิปัญญาระดับชาติ

3.    ในช่วงเกิดการเปลี่ยนแปลงเป็นรัฐบาลและสภาแต่งตั้ง ก็เป็นโอกาสที่ดีที่สุดที่กฎหมายมหาชน อย่าง พรบ. ทรัพยากรน้ำแห่งชาติ จะได้รับการพิจารณา เพราะกฎหมายแบบนี้มักไม่อยู่ในความสนใจของรัฐบาลเลือกตั้ง เพราะการสร้างความเป็นธรรมอาจทำให้นักธุรกิจใหญ่ๆบางส่วนกระทบกระเทือน และอาจเสียผลประโยชน์ได้ จึงมักมีการดึงเรื่องไปมา จนยากที่จะผ่าน ดังนั้น ทางหน่วยงานที่ทำงานด้านนี้ได้ตั้งท่ารอมาตั้ง ๑๕ ปี กว่าจะมีโอกาสเสนอร่างกฎหมายแบบนี้เข้าสู่สภา 

·        ณ วันนี้  พรบ. ทรัพยากรน้ำแห่งชาติได้ผ่าน ความเห็นชอบของ ครม. เมื่อ ๒๙ พฤษภาคม และเข้าสภานิติบัญญัติแห่งชาติ จนผ่านวาระหนึ่ง รับร่างเมื่อวันที่ ๑๖ ตุลาคม ที่ผ่านมา ขณะนี้อยู่ในระหว่างการแปรญัตติ จึงน่าจะคลอดได้ทันก่อนสภานี้จะสิ้นสุดวาระ

4.    ในการเตรียมการสนับสนุนการทำงานภายใต้ พรบ. ทรัพยากรน้ำแห่งชาติ นั้น ผมได้มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนกระบวนการออกกฎหมายลูกที่สำคัญ คือ อนุบัญญัติประกอบ พรบ. ทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ๒ ฉบับ คือ

·        อนุบัญญัติที่ว่าด้วยที่มาของคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และ คณะกรรมการลุ่มน้ำ

·        อนุบัญญัติที่ว่าด้วย กฎ กติกาการใช้น้ำ ๓ ประเภท 

ในขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนทุกภาคส่วน ทั่วประเทศ

ทั้งความคิดเห็นเพื่อนำไปร่างกฎกระทรวง (รอบที่ ๑)

และนำกฎกระทรวงมานำเสนอให้ประประชาชนช่วยปรับปรุงแก้ไข (รอบที่๒)

ที่ผมต้องตระเวนเดินทางประชุมทุกภาค ตั้งแต่เดือน กรกฎาคม ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน

ที่จะต้องทำให้เสร็จประมาณต้นปีหน้า 

ร่างกฎกระทรวงทั้งสองฉบับ มีเนื้อหาสาระสำคัญคือ

1.     การเกิดประสิทธิภาพการใช้น้ำ สร้างความเป็นธรรมในสังคม และยั่งยืน

a.      ตามภูมินิเวศน์                                                              

 i.      จารีต ประเพณี วัฒนธรรม วิถีชีวิต และ                                                           

 ii.      ทรัพยากรที่มี

b.      ตามความจำเป็นพื้นฐาน                                                             

 i.      ประเภทที่ ๑ น้ำเพื่อการยังชีพพื้นฐาน

  ii.      ประเภทที่ ๒ น้ำเพื่อระบบธุรกิจ และการค้า                                                         

iii.      ประเภทที่ ๓ การใช้น้ำปริมาณมาก ข้ามลุ่มน้ำ หรือเกิดผลกระทบกับผู้ใช้น้ำจำนวนมาก

c.      ตามแผนการพัฒนาประเทศ                                                             

i.      ความพอเพียง พอกิน พออยู่ พอใช้                                                           

ii.      พัฒนาระบบการค้าขาย การพานิช                                                         

iii.      พัฒนาระบบธุรกิจ อุตสาหกรรม

2.     ประเด็นหลักๆ ของกฎหมายลูก

a.      การกำหนดจำนวน องค์ประกอบ คุณสมบัติ และที่มาของ                                                             

i.      คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ                                                           

ii.      คณะกรรมการลุ่มน้ำ ๒๕ ลุ่มน้ำ

b.      บทบาทหน้าที่ของ                                                             

i.      คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ                                                           

 ii.      คณะกรรมการลุ่มน้ำ ๒๕ ลุ่มน้ำ                                                         

iii.      กติกาการใช้น้ำ ๓ ประเภท (ที่คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และคณะกรรมการลุ่มน้ำจะใช้ในการดำเนินงาน) 

ขั้นตอนการรับฟังความเห็น

1.      ใช้การประชุมกลุ่มย่อย (Focus group) 

a.      ก่อนและหลังการออกแบบสอบถาม

b.      ก่อนและหลังการประชุม

2.      การใช้แบบสอบถาม (Questionnaire)

3.      การประชุมระดมความเห็น (Public hearing forum)

4.      ส่งความเห็นผ่านจดหมาย โทรศัพท์ โทรสาร และ เว็บไซท์ 

·       ผมในฐานะที่ปรึกษา จัดทำร่างอนุบัญญัติและทำข้อสรุปรายงานเสนอกรมทรัพยากรน้ำ

·       กรมทรัพยากรน้ำ นำเสนอประเด็นที่ได้เข้าสู่กระบวนการของจัดทำกฎหมายลูก (อนุบัญญัติ) พรบ. ทรัพยากรน้ำ 

วันนี้ผมก็กำลังลุ้นว่ากระบวนการทำงานทั้งหมดจะราบรื่นจนทำให้ประเทศไทยมี พรบ. ทรัพยากรน้ำ และกฎหมายประกอบอย่างครบถ้วนที่สามารถทำงานได้อย่างสมบูรณ์

ที่จะทำให้เกิดความเป็นธรรม มีประสิทธิภาพ และยั่งยืน ในการใช้ทรัพยากรน้ำ

  • ทั้งเพื่อการยังชีพ
  • การพานิช และ
  • การพัฒนาประเทศสืบไป 

มีข่าวอะไรเพิ่มเติม จะนำไปรายงานที่ web ของศูนย์วิจัยน้ำ

http://home.kku.ac.th/wnec/

และรายงานความก้วหน้าที่นี่ครับ 

โปรดติดตามตอนต่อไป