ภูมิความรู้ของพี่น้องเกษตรกรบ้านเราโดยเฉพาะจากผู้เฒ่าผู้แก่ที่ได้ถ่ายทอดสืบต่อกันมา ยังมีอีกหลายเรื่องราวที่น่าสนใจ และสามารถเชื่อมโยงเข้ากับองค์ความรู้จากโลกตะวันตกได้อย่างกลมกลืน
เช่นเดียวกันกับองค์ความรู้เรื่อง ดินเย็น อุณหภูมิดิน หรือ ที่ฝรั่งเรียก Growing Degree Days
เมื่อครั้งที่ผู้บันทึกยังเล่าเรียนในสำนักตักสิลา มหาวิทยาลัย ได้มีโอกาสลงเรียนวิชาที่ศูนย์ MCC จำได้ว่ามีการสอนเรื่องแบบจำลองระบบการผลิตพืช (crop modeling) (ท่านสามารถตามอ่านรายละเอียดได้ในบันทึกของท่าน ดร. อรรถชัย ได้ครับท่านเป็นปรมาจารย์ด้านนี้) (แต่ตอนนั้นผมเรียนกับดร. เมธี ครับ)
กล่าวโดยสรุปก็คือ นักวิชาการสมัยใหม่ท่านใช้ค่าอุณหภูมิเฉลี่ยสะสมในแต่ละวัน มารวมกันเพื่อคาดการณ์ระยะการเจริญเติบโตของพืชได้ครับ ว่าพืชจะงอกวันไหน ระยะออกดอกเมื่อไร เก็บเกี่ยวได้เมื่อไหร่ โดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ช่วยประมวลข้อมูล
ผมได้ฝากความรู้วิชาดังกล่าวไว้กับอาจารย์หลังจากสอบเสร็จ เนื่องจากเป็นโรคกลัวคอมพิวเตอร์ เลยไม่ได้ทำวิทยานิพนธ์ด้านนี้ (ก็อาจารย์ท่านบอกว่าต้องไปเรียนเขียนโปรแกรมภาษาเบสิค ภาษาฟอร์แทนฟอร์แฮนด์อะไรก็ไม่รู้ก่อน)
จนกระทั่งมาพบกับพี่น้องเกษตรกรผู้เฒ่าแม่แก่ เมื่อมาอยู่ที่อีสานนี่แหละครับ
คุณยายท่านบ่นให้ลูกชายว่า “ให้รีบไปหว่านกล้า เดี๋ยวพ้นเดือนนี้แล้วดินมันจะเย็น กล้าข้าวจะขึ้นไม่แรง”
พ่อเฒ่าในที่ประชุมเรื่องปลูกป่ายกมือบอกผมในที่ประชุมเตรียมปลูกป่าชุมชนว่า “หัวหน้าจะปลูกป่าให้รีบเด้อบ่ต้องถ้าฝนมาหลาย เดี๋ยวดินมันเย็น เบี้ยไม้สิบ่ใหย่”
ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนกับ อ.สินี ผบ.ทบ.ของท่านพี่บางทราย ท่านก็ยืนยันว่าเคยได้พบองค์ความรู้นี้จากทั้งทางภาคกลาง และภาคใต้เหมือนกัน
แสดงว่าผมฉลาดน้อยกว่าผู้เฒ่าแม่แก่บ้านเราเพราะ กว่าจะรู้ต้องไปเสียค่าลงทะเบียนหน่วยกิจตั้งหลายบาท
แล้วท่านนักวิชาการทั้งหลายละครับได้ใช้ความรู้นี้ไปประกอบการวางแผนส่งเสริมการเกษตรหรือไม่ครับ
สวัสดีครับ
แวะเข้ามาอ่านครับ
หลายๆ เรื่องก็เป็นเหมือนอย่างที่ท่านว่า คือเป็นเรื่องใกล้ตัว แต่เราไม่รู้จัก
ผมเข้าใจว่า เป็นเพราะเราไม่ได้รวบรวม สะสมข้อมูล แล้วจัดระเบียบให้เป็นหมวดหมู่ องค์ความรู้ที่มีอยู่จึงกระจัดกระจาย ไล่เรียงลำดับยาก ระบบของฝรั่งทำให้เราเห็นภาพได้ชัด ทั้งๆ ที่หลายๆ เรื่องเราก็หาเรียนรู้ได้ แต่บางทีนึกไม่ออก
อ้ายเปลี่ยนที่คิดฮอด
อ้ายเปลี่ยนที่กึ้ดเติง (เลียนแบบออตบ้าง)
น่าสนใจมากครับ สำหรับองค์ความรู้ที่เป็นภูมิปัญญา หากได้รับการบันทึกและถ่ายทอดอย่างเป็นระบบก็เป็นเรื่องที่ดีมาก เด็กรุ่นหลังคงไม่เข้าใจคำว่า "ดินเย็น" และ "ดินร้อน"
ผมเคยไปทำงานกับพี่น้องชาวเขา ก็มีพื้นที่เย็น พื้นที่ร้อน
พื้นที่เย็นปลูกฝิ่นได้ผลงอกงามดี พื้นที่ร้อนปลูกข้าวไร่ ปลูกเผือกได้ผลดีเป็นต้น งานวิทยานิพนธ์ผมก็ทำบนดอย แต่เน้นเรื่อง Self Health care เป็น Postpartum ครับ ไปที่ดงหลวงจะได้ไปแลกเปลี่ยนกัน
อะไรๆก็ที่ดงหลวง เราจะมีเวลาคุยทุกเรื่องมั้ยครับนี่??
กึ้ดเติงหาอ้ายเปลี่ยนครับ บ้านเฮาหนาวลงทุกวันแล้ว
เพื่อความสุนทรียะของชีวิต ชวนอ้ายไปฟังเพลงโตยกั๋นครับ http://gotoknow.org/blog/fortune/143636?page=1
คิดว่าอ้ายเปลี่ยนคงชอบเพลงนี้ด้วยครับ