ขอแลกเปลี่ยนความคิดเรื่องการดูแลครูรุ่นใหม่ให้มีคุณภาพและรักในวิชาชีพครูต่อจากตอนที่แล้วในประการที่ 2และ 3 ครับ
ประการที่สอง กระทรวงศึกษาธิการควรมีแผนการบรรจุครูหลักสูตร 5 ปี กันทุกคน ไม่ควรปล่อยให้พวกเขาต้องดิ้นรนหาตำแหน่งสอบบรรจุกันเอง เพราะเคยมีบทเรียนมาแล้วจากการผลิตครูหลักสูตรคุรุทายาท ซึ่งเป็นหลักสูตรผลิตครูที่มีคุณภาพ แต่เมื่อเขาจบออกมาก็ไม่สามารถมีตำแหน่งรองรับเขาได้ทั้งหมด ทำให้หลายคนต้องไปประกอบอาชีพอื่น(น่าเสียดาย) และครูรุ่นนี้เมื่อไปอยู่โรงเรียนใดก็ได้รับการชื่นชมและเป็นกำลังหลักให้แก่โรงเรียนเป็นอย่างดี จึงไม่อยากให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย ซึ่งทราบว่าครูหลักสูตร 5 ปี รุ่นแรกได้มีการเตรียมการให้บรรจุไว้แล้ว แต่ก็ยังขาดความชัดเจนและการกำหนดแผนที่ต่อเนื่อง
ประการที่สาม ตาม พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา มาตรา 56 กำหนดให้ผู้ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งในตำแหน่งครู ต้องให้มีการเตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้มในตำแหน่งครูผู้ช่วย เป็นเวลาสองปีก่อนแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งครู (แทนการทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ) ในเรื่องนี้สถานศึกษาน่าจะจัดให้มีครูพี่เลี้ยงที่ดี(คล้ายกับข้อเสนอแนะประการแรก) เพื่อหล่อหลอมกล่อมเกลาเขาอย่างเป็นระบบตลอด 2 ปี พร้อมกับประเมินสมรรถนะความเป็นครูเป็นระยะๆ และพอครบ 2 ปี เมื่อประเมินโดยสรุปแล้วเห็นว่าเขามีความพร้อมที่จะเข้าสู่ตำแหน่งครูได้แล้ว สิ่งแรกที่ควรทำอย่างยิ่งเพื่อสร้างความประทับใจและความเชื่อมั่นในองค์ความรู้ของเขาก็คือ การจัดให้เขาได้ไปศึกษาดูงานในต่างประเทศต้นแบบการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพซึ่งสอดคล้องกับสาขาที่ครูคนนั้นปฏิบัติหน้าที่ อาจเป็นประเทศใกล้เคียง เช่น มาเลเซีย สิงคโปร์ จีน เกาหลี ญี่ปุ่น เวียตนาม หรือไม่ก็ไปประเทศในต่างทวีป เช่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ประเทศในทวีปยุโรป หรืออเมริกา เป็นต้น
เพราะที่ผ่านมาครูเรามีโอกาสน้อยมากที่จะได้ไปดูงานต่างประเทศ บางคนจนเกษียณก็ยังไม่เคยได้ไปก็มี หรือได้ไปก็เมื่อใกล้เกษียณ(ใกล้หมดแรงทำงานแล้ว) แต่บางตำแหน่งกลับได้ไปแล้วไปอีก ซึ่งถ้าเราเปิดโอกาสให้ครูเหล่านี้ได้พบได้เห็น ได้มีประสบการณ์ตั้งแต่แรกที่เข้ามาเป็นครูใหม่ๆ(สดๆ)น่าจะกระตุ้นให้เขาเกิดวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลและนำความรู้ ประสบการณ์มาพัฒนาการจัดการเรียนการสอนให้เกิดการเพิ่มพูนมากขึ้นอย่างต่อเนื่องและยาวนาน
วิธีดำเนินการเรื่องนี้ผมคิดว่าไม่น่าจะเป็นเรื่องยากนัก ถ้าระดับนโยบายเข้ามาวางแผนร่วมกัน หรืออาจประสานงานกับคุรุสภา ประสานงานกับครูให้มีการสะสมเก็บออมเงินส่วนหนึ่งในช่วงระหว่างการเตรียมความพร้อมฯ 2 ปี แล้วใช้งบประมาณของรัฐสนับสนุนอีกส่วนหนึ่ง (วัดครึ่งหนึ่งกรรมการครึ่งหนึ่ง)ก็ได้ หรืออาจมีกองทุนเข้ามาช่วยเหลือครูเพื่อการนี้ หรืออาจหาวิธีอื่นที่เหมาะสมกว่านี้ก็ได้
แล้วท่านล่ะคิดยังไง?
มาช่วยกันดูแลครูรุ่นใหม่ให้มีคุณภาพและรักวิชาชีพครูกันเถอะ(ต่อ)
ถ้าเราเปิดโอกาสให้เขาได้พบได้เห็น ได้มีประสบการณ์ตั้งแต่แรกที่เข้ามาเป็นครูใหม่ๆ(สดๆ)น่าจะกระตุ้นให้เขาเกิดวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลและนำความรู้ ประสบการณ์มาพัฒนาการจัดการเรียนการสอนให้เกิดการเพิ่มพูนมากขึ้นอย่างต่อเนื่องและยาวนาน
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
นาย วรชัย หลักคำ · 3 พ.ย. 2550
dhanarun · 3 พ.ย. 2550
นาย วรชัย หลักคำ · 3 พ.ย. 2550
จอหงวน · 3 พ.ย. 2550
จินตนา กลั่นเกตุ · 3 พ.ย. 2550
dhanarun · 3 พ.ย. 2550
ธนพันธ์ ชูบุญ · 3 พ.ย. 2550
เห็นด้วยอย่างยิ่งตามแนวคิดนี้เพราะ การพัฒนาที่ยั่งยืน คือ การพัฒนาตนพัฒนางานและพัฒนาวิชาชีพไปพร้อมๆกัน เพื่อสร้างศรัทธาวิชาชีพที่ทำอยู่ โดยการนำความรู้ที่ไปพัฒนาตนเองมาพัฒนาผู้เรียนเมื่อผลปรากฎชัดเจนก็ให้การยกย่องและรางวัลเป็นขวัญกำลังใจทำอย่างนี้สม่ำเสมอจะเป็นแรงผลักดันให้การพัฒนาครูอย่างถาวร
ถ้าเห็นด้วยก็ช่วยพูดดังๆให้ สพฐ.ขับเคลื่อนดีไหม?
จากประสบการณ์ความเป็นครู อีกแนวคิดหนึ่งที่น่าสนใจคือ แนวคิดของ หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล ที่นำมาใช้ที่ วิทยาลัยหมู่บ้านจอมบึง จ.ราชบุรี(วิทยาลัยครูจอมบึง)
จัดหลักสูตร 5 ปี โดยคัดเลือกเด็กชนบทที่มีใจรัก ใจชอบที่จะเป็นครูมาเรียน มาอยู่พักประจำ ทุกวันตลอด 5 ปี มีการฝึกวิชาการศึกษา ฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูที่จำเป็น เช่น วิชาช่าง เกษตร แต่เอาจริงเอาจัง (ไม่มั่วเหมือนหลักสูตรปัจจุบัน)
การฝึกสอน ไปฝึกในโรงเรียนชนบทได้ใช้ความรู้ ความสามารถ ทักษะและประสบการณ์เต็มที่ ดูแลเขี่ยวเข็ญกันจริงจัง ทั้งโรงเรียนและอาจารย์นิเทศก์
เมื่อจบหลักสูตร 5 ปีแล้ว กลับภูมิลำเนาตนเอง ไม่ต้องสอบบรรจุ ให้บรรจุเป็นครูในชนบท แต่เมื่อได้วัดผล ประเมินผลดูกลุ่มครูหลักสูตรนี้แล้ว พบว่า เข้มแข็ง มีคุณภาพ รักอาชีพครู หรือ ใช้ได้
จึงอยากเสนอกระทรวงศึกษาธิการ ลองศึกษา รูปแบบนี้ น่าจะเหมาะสมสอดคล้องกับบ้านเมืองเรานะครับ
ท่านอดีตผู้ตรวจฯศธ.ประจวบ คำบุญรัตน์ เคยเล่าให้ฟังเหมือนกัน น่าสนใจมาก เรามัวมองกันแต่อนาคต ไม่ย้อนมองไปที่อดีตที่เขาทำดีดีกันบ้าง
ต้องช่วยกันพูดดังๆครับ ขอบคุณที่นำเรื่องนี้มาเล่าครับ
น่าจะมีมาตรฐานการฝึกวิชาชีพครู สำหรับประเทศไทยได้แล้วนะครับ