เต้าเต๋อซิ่นซีเปลี่ยนฉันเป็นคนใหม่

เมื่อฉันได้พบกับเต้าเต๋อซิ่นซี

"อ โรคยา ปรมาลาภา"

การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ

       ก่อนหน้านี้คำพูดนี้ไม่มีอิทธิพลกับดิฉันมากนัก เพราะเหตุใด? เพราะดิฉันเป็นคนที่แข็งแรงมากๆ ปีหนึ่งจะเป็นหวัดเพียง 1 ครั้ง ช่วงเปลี่ยนฤดูจึงทำให้ดิฉันหลงลืมสิ่งสำคัญของชีวิตไป

      ดิฉันชื่อ ชิดชนก ทองรักชาติ อายุ 24 ปี ปัจจุบันกำลังศึกษา โครงการบริหารธุรกิจอสังหาริมทรัพย์คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และกำลังจะศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราคำแหงควบคู่ไปด้วยดิฉันจบการศึกษาจาก คณะศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยศิลปากร และเหตุการณ์ที่ทำให้มุมมองของชีวิตดิฉันเปลี่ยนไปได้เริ่มต้นขึ้น

      เมื่อเดือนต้นเดือนมิถุนายน เกิดอุบัติเหตุกับหลังเท้าด้านขวา เนื่องจากขวดแก้วขนาดใหญ่ตกใส่ ส่งผลให้เอ็นอักเสบ แต่ก็ยังคงใช้ชีวิตเป็นปกติไม่รู้สึกอะไรเพราะคิดว่าเดี๋ยวก็คงจะหายเป็นปกติ ประจวบกับช่วงนั้นดิฉันเป็นผู้ช่วยนักวิจัยและจะต้องมีรายงานที่จะต้องส่ง จึงทำให้ทำงานหน้าคอมพิวเตอร์จนถึงตี 2-3 ทุกคืนเป็นเวลาเกือบหนึ่งอาทิตย์

      เมื่อฉันตื่นนอนมาในเช้าวันหนึ่งเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นดิฉันปวดร้าวไปทั้งตัวขยับแทบไม่ได้เลย ปวดตามข้อต่างๆ เมื่อไปพบแพทย์ปรากฏว่าค่าการอักเสบของดิฉันอยู่ที่ประมาณ ESR90 และน่าจะเป็นโรคSL คือแพ้ภูมิคุ้มกันตนเองโดยจะลงที่ข้อและแล้วดิฉันก็ได้กลับไปพักผ่อนที่บ้านโดยกินนอนอยู่กับที่นอน หากจะลงไปข้างล่างก็จะมีคุณพ่อแบกตัวดิฉันขึ้นและลงบันได้ เป็นภาพที่สะเทือนใจฉันเป้นอย่างมาก เพราะอายุขนาดนี้แล้วจะต้องเป็นฝ่ายคอยดูแลพ่อและแม่ไม่ใช่หรือ แต่เมื่อถึงคราวที่เจ็บไข้ก็หนีไม่พ้น ที่พ่อกับแม่ที่คอยดูแล ภาพของคุณแม่ที่ต้องตื่นมากลางดึกเพื่อมาคอยปลอบประโลมเนื่องจากเสียงโอดครวญด้วยความเจ็บปวดของฉัน ยิ่งทำให้ฉันเข้าใจถึงความรักที่ยิ่งใหญ่ที่ไม่สามารถหาจากที่ไหนได้อีก ก็คือรักของบุพการีผู้ให้กำเนิด ดิฉันยังคงมีความพยายามที่จะไปเรียนโดยมีคุณแม่คอยเข็นรถเข็นพาไปเรียน และคอยจดLecture ให้เนื่องจากฉันปวดข้อมือเกินกว่าที่จะเขียนได้ หลังจากนั้นดิฉันก็เริ่มใช้ไม่เท้า พอจะช่วยเหลือตัวเองได้บ้างแต่อาการอักเสบของเท้าด้านขวา หัวเข่าด้านซ้าย และข้อมือ ด้านขวา ก็ยังไม่ดีขึ้น

      จนกระทั่งแสงสว่างก็ได้มาเยือนฉันเมื่อวันศุกร์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ.2550 เวลา 10:00 น. คุณพ่อโทรมาและพูดด้วยน้ำเสียงยินดีว่าให้ติดต่อคุณ ณิรุชา หงส์เวียงจันทร์ หรือคุณอาภา เพราะท่านกำลังจะเข้าไปฝึกเทคนิคเต้าเต๋อซิ่นซี ที่ อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี ซึ่งเป็นสถานที่ที่จะสามารถขจัดโรคที่แพ้ภูมิคุ้มกันตัวเอง ของดิฉันได้ และเป็นครั้งแรกที่ดิฉันได้พบกับเทคนิคเต้าเต๋อซิ่นซี ซึ่งเป็นcourse สำหรับผู้ถือศีลกินเจ ดิฉันต้องขอขอบคุณท่านอาจารย์ที่เต้าเต๋อที่ให้โอกาสดิฉันเข้าร่วมเนื่องจากกิจกรรมได้ล่วงเลยมาเกือบ1 วันแล้ว

      เมื่อมาถึงก็ได้พบกับความร่มรื่น และความสดชื่น เป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยพันธุ์ไม้นานาชนิด ดิฉันได้ร่วมทุกๆกิจกรรมที่จัดขึ้นได้แก่ การรำมวยเต้าเต๋อซิ่นซี กายบริหารเต้าเต๋อซิ่นซี เต้นรำเต้าซิ่น และนั่งสมาธิ และเมื่อถึงวันที่ 5 ของการฝึกดิฉันได้เป็นตัวแทนไปนั่งสมาธิบนเวทีร่วมกับเพื่อนๆชาวเต้าซิ่นอีก 5 คน เมื่อเริ่มนั่งดิฉันรู้สึกถึงมีบางสิ่งกำลังทิ่มเท้าข้างขวาของดิฉันตลอดเวลาการนั่ง เมื่อครบเวลาแล้วดิฉันก็เตรียมตัวกลับโดยไม่ได้คิดถึงเท้าข้างขวาแต่อย่างไรจนเมื่อกลับถึงบ้านจึงรู้สึกได้ว่าอาการเจ็บและปวดที่เท้าข้างขวาได้หายไปแล้ว แต่ท่านอาจารย์ได้บอกกับดิฉันล่วงหน้าแล้วว่าร่างกายของดิฉันยังไม่หายขาดอาจจะมีการปรับร่างกายต่อที่บ้าน และเป็นจริงดังอาจารย์ว่าเช้าวันที่ 17 ตุลาคม พ.ศ.2550 หัวเข่าด้านซ้ายและข้อมือด้านขวาบวมและปวดมากมาก แต่ดิฉันก็ยังคงมุ่งมั่น คือยังคงเปิดCD มวยและกายบริหารเต้าซิ่นอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งภาวนาว่าขอให้ได้มาฝึกเทคนิคเต้าเต๋อซิ่นซีขั้นที่1 ที่จะมีขึ้นในวันเสาร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2550 ด้วยเถิด และคำขอก็เป็นผลเมื่อดิฉันได้รับความกรุณาจากอาจารย์ที่เต้าเต๋อให้เข้าร่วมได้

      ดิฉันเดินทางมาถึงวันที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2550 เวลา 17:00 น. พร้อมไม้เท้าคู่กาย ดิฉันได้พบท่านอาจารย์จ้าว เมี่ยวกว่อผู้คิดค้นเทคนิคเต้าเต๋อซิ่นซี ซึ่งท่านได้พูดกับดิฉันว่า ปล่อยวาง ซึ่งยากมาเนื่องจากดิฉันเป็นคนคิดมาก และคิดเล็กคิดน้อยเสียทุกเรื่อง ดิฉันได้เข้าร่วมทุกกิจกรรมเช่นเคย และแล้วปาฏิหาริย์ก็ได้เกิดขึ้นกับดิฉัน

      วันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2550 วันนี้ได้มีการฝึกพัฒนาศักยภาพซอฟท์แวร์ร่างกายให้แก่ตนเองโดยให้ทุกๆคนในกลุ่มช่วยกันจัดสรรคำพูดให้ โดยถือเป็นความโชคดีที่พี่ๆได้ให้โอกาสแก่ดิฉัน

     โดยใช้สื่อที่พัฒนาดังนี้

      1.ฉิ่งจ้าวเหล่าซือ เก๋ยหว่อ เต้าเต๋อซิ่นซี

      2.ขอให้ดิฉันจงค้นหาภาพลักษณ์อันสูงใหญ่ของเต๋าในดวงจิตของดิฉันกลับคืนมา พัฒนาร่างกายให้สมบูรณ์ รังสรรค์ชีวิตให้ผาสุก

      ¥     ขอให้บริเวณหัวเข่าด้านซ้าย และข้อมือด้านขวาของฉันจงไม่เจ็บไม่ปวด ไม่บวม ไม่อักเสบ

      ¥     ขอให้ภูมิคุ้มกันในร่างกายของดิฉันจงทำหน้าที่เป็นปกติ

      ¥     อาการอักเสบของกล้ามเนื้อเส้นเอ็น เส้นประสาทและพังพืดจงสลายหายไป หายไปตามธรรมชาติ

      ¥  ขอให้กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น เส้นประสาท ทุกส่วนจงผ่อนคลายเบา เลือดลมไหลเวียนดีทั่วร่างกาย จิตใจแจ่มใสเบิกบาน

      ¥     เดินเหินสะดวก ยิ่งเดินยิ่งดี ยิ่งเดินยิ่งเบาสบาย

      3. ดี

       โดยที่ดิฉันจะท่องข้อที่ 1 และ 2 เป็นเวลา 8 นาที แล้วจึงพูดคำว่า ดี อย่างหนักแน่น

       ในการสื่อพัฒนาให้ตนเองในครั้งนี้พี่ๆทั้งกลุ่มได้โอมล้อมดิฉันไว้ ทุกคนยืนประสานมือเป็นฟันปลา และร่วมส่งพลังแห่งความรักให้แก่ดิฉันตลอด 8 นาที  ในการท่องเริ่มแรกนั้นดิฉันยังไม่รู้สึกอะไร เมื่อท่องถึงรอบที่ 4 ก็เริ่มมีน้ำตาแห่งความปิติไหลออกจากดวงตาของดิฉันเมื่อท่องถึงคำว่า ขอให้ดิฉันจงค้นหาภาพลักษณ์อันสูงใหญ่ของเต๋าในดวงจิตของดิฉันกลับคืนมา และดิฉันรู้สึกว่าตนเองนั้นยิ้มมากขึ้นเรื่อยๆ และท่องเสียงดังและมั่นใจมากขึ้นเรื่อยๆ รู้สึกเหมือนมีไออุ่นๆ โอบล้อมตัวดิฉัน รู้สึกผ่อนคลายและเบาสบายจริงๆ เมื่อครบ 8 นาทีแล้ว ดีฉันจึงพูดว่า ดี ด้วยคำหนักแน่น และดิฉันก็ได้ลุกขึ้นยืนและค่อยๆเดินโดยไม่ได้ใช้ไม้เท้า นำมาซึ่งความปลาบปลื้มของตัวดิฉันและพี่ๆในกลุ่มยิ่งนัก เมื่อถึงเวลาขึ้นไปพูดบนเวทีดิฉันรู้สึกถึงพลังความรักความห่วงใยที่เพื่อนๆชาวเต้าซิ่นทุกๆท่านมีให้แกดิฉันจนล้นเหลือ เมื่อพูดจบ ดิฉันจึงได้เดินลงจากเวทีด้วยตนเอง รู้สุกไม่เจ็บไม่ปวด รู้สึกเบาสบายยิ่งนัก อีกทั้งได้ยินเสียงปรบมือเป็นเวลายาวกึกก้องห้องประชุมอีกด้วย          

        วันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ.2550 มีกิจกรรมให้ทุกๆกลุ่มร่วมกันคิดการแสดง โดยที่พี่ๆได้ร่วมกันคิดและฝึกซ้อมการแสดงอย่างขะมักเขม้น แสดงให้เห็นถึงพลังแห่งความสามัคคี เป็นความรู้สึกที่ดีมากๆ

         เวลา 15:30 น. ทุกคนได้ร่วมทำความดีโดยการปลูกต้นมะละกอด้วย 2 มือของตนเอง ยิ่งทำให้ดิฉันมีความสุขและคิดไปไกลว่า อีก 3-4 เดือนข้างหน้า ต้นไม้ที่ดิฉันปลูกคงจะออกดอก ออกผล ให้ได้รับประทานกัน คิดแล้วก็อดที่จะอมยิ้มไม่ได้

         เวลา 18:00 น. เป็นเวลาที่ทุกๆกลุ่มได้แสดงความสามารถ ที่ได้ซักซ้อมกันอย่างดี ทุกกลุ่มแสดงได้ดีจริงๆ เมื่อถึงเวลาที่กลุ่มของดิฉันได้ขึ้นแสดง สิ่งมหัศจรรย์ก็ได้เกิดขึ้นอีกครั้งเมื่อดิฉันไม่รู้สึกเจ็บปวดเลยแม่แต่น้อย รู้แต่เพียงว่าดิฉันจะต้องแสดงออกมาให้ดีที่สุดเพื่อความสุข และอยากจะเห็นรอยยิ้มของเพื่อนๆชาวเต้าซิ่นในค่ำคืนนี้ และก็สำเร็จตามที่มุ่งมาตรปรารถนาไว้

        เรื่องราวอันมหัสจรรย์ของเต้าเต๋อซิ่นซีมีให้เห็นอยู่มากมาย เต้าเต๋อซิ่นซีรับใช้มนุษย์โดยไม่ปริปาก ไม่หวังผลตอบแทน จากผลอันอัศจรรย์ที่ดิฉันได้รับ ยิ่งทำให้ดิฉันเกิดความเด็ดเดี่ยว แน่วแน่ที่จะศึกษาเทคนิคเต้าเต๋อซิ่นซีอย่างจริงจัง และจะใช้ความรู้ความสามารถที่ดิฉันมีเผยแพร่เทคนิคเต้าเต๋อซิ่นซีให้กว้างขวางออกไป และดิฉันจะช่วยเหลือผู้อื่นให้พบกับความสุขให้ได้มากที่สุด 

               ชิดชนก ทองรักชาติ(ฝน)วันศุกร์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550