ต้องสร้างวิธีคิด สร้างวัฒนธรรมองค์กรขึ้นใหม่ เปลี่ยนจากเดิม มาเป็นวัฒนธรรมแบบ strategic เน้นผลสัมฤทธิ์ ให้อำนาจแก่ผู้ปฏิบัติงานมีผลสัมฤทธิ์สูง
เกี่ยวกับคน
- มหาวิทยาลัยไทยอยู่ในระบบราชการมานาน จนติดวิธีคิดและวัฒนธรรมแบบ bureaucratic และวัฒนธรรมอำนาจรวมศูนย์ เพื่อให้ง่ายต่อการควบคุม
- เมื่อออกมาเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ ก็ต้องสร้างวิธีคิด สร้างวัฒนธรรมองค์กรขึ้นใหม่ เปลี่ยนจากเดิม มาเป็นวัฒนธรรมแบบ strategic เน้นผลสัมฤทธิ์หรือ performance ตามอุดมการณ์และเป้าหมายที่จำเพาะของแต่ละองค์กร และวัฒนธรรมกระจายอำนาจ และความยืดหยุ่น เพื่อให้ใช้ความริเริ่มสร้างสรรค์ได้เต็มที่
- ของเดิม คนที่มีสิทธิ์มีเสียง คือคนที่เป็นข้าราชการ ตำแหน่งสูง ซีสูง รับราชการนาน ต่อไปนี้จะต้องเปลี่ยนไปเป็นให้สิทธิ์ให้เสียงสูงแก่พนักงานที่มี high performance ในหน้าที่ของตน แก่พนักงานที่ปฏิบัติงานที่มีความรับผิดชอบสูง ทำงานที่ยาก หาคนทำได้ดียาก เป็นงานที่องค์กรให้ความสำคัญสูง
- ตำแหน่งบริหาร เดิมให้โอกาสแก่ผู้ที่ทำงานอยู่ในมหาวิทยาลัยนั้นๆ อยู่แล้วเท่านั้น ต่อจากนี้ไปควรสรรหา (จะให้ดียิ่งขึ้นควรใช้วิธีเสาะหาและเชื้อเชิญ) จากทั้งประเทศ หรือในกรณีของมหาวิทยาลัยที่ต้องการเป็น World Class Research University ควรหาจากทั่วโลก มองหาคนมาเป็นผู้นำทางการวิจัย ทางวิชาการ มาริเริ่มงานที่ยาก ไม่ใช่มองเป็นสิทธิของคนในมหาวิทยาลัยที่จะได้ ตำแหน่งในลักษณะ “สมบัติผลัดกันชม”
- ต้องเสาะแสวงหา ชักชวน คนเก่งและดี ที่มหาวิทยาลัยต้องการ มาทำงานสำคัญ โดยมีสิ่งจูงใจสำคัญคือ โอกาสได้ทำงานที่เขาใฝ่ฝันเป็นหลัก ค่าตอบแทนที่สูงเป็นรอง (ไม่ใช่จูงใจด้วยเงินเป็นหลัก) และให้อำนาจตัดสินใจในกิจการที่เขารับผิดชอบ
- ต้อง empower คนเก่งและดี ให้ได้ทำงานผลิตผลงานในความรับผิดชอบของเขา ให้มากที่สุด ลด ละ เลิก กฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อความคล่องตัวในการทำงานให้เกิดผลสำเร็จอย่างมีคุณภาพสูงและรวดเร็วทันการณ์
- ระบบคิดเกี่ยวกับคนจะต้องไม่เน้นเฉพาะ "ลูกหม้อ" แต่มีการหา "เลือดใหม่" เข้ามาเติม เพื่อสร้างสภาพ "ผสมพันธุ์ทางความคิด" เพิ่มทักษะใหม่ๆ ความรู้ใหม่ๆ ที่ไม่มีการสร้างสมขึ้นภายในองค์กร แต่มีอยู่ภายนอกองค์กร ดังนั้นระบบการสรรหาคนในระดับต่างๆ เข้ามาเพิ่มเติมให้แก่องค์กรจึงต้องทำอย่างเอาจริงเอาจัง และในเวลาเดียวกันก็ต้องมีระบบที่ถ่ายคนที่ไม่เหมาะสม ไม่มีความสุข กับกิจกรรมหรือวัฒนธรรมขององค์กรออกไป เราต้องไม่หลอกตัวเองในเรื่องการเข้า-ออกของคน
วิจารณ์ พานิช
๑ พ.ย. ๕๐
แก้ไขเพิ่มเติม ๒๔ ธ.ค. ๕๐