เป้าหมายที่แท้จริง
แต่ละมหาวิทยาลัยที่เปลี่ยนสถานะจากหน่วยราชการ ไปเป็น "หน่วยงานในกำกับของรัฐ ซึ่งไม่เป็นส่วนราชการ..." ต้องมีเป้าหมายในเชิงความมุ่งมั่น (purpose) หรือเชิงยุทธศาสตร์ (strategy) ของตนเอง สำหรับใช้เป็นเข็มทิศหรืออุดมการณ์ประจำองค์กร ในการฟันฝ่าความยากลำบากครั้งนี้ไปสู่เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่
เป็นเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่เพื่อสังคมไทย และเพื่อองค์กร โดยที่ผลที่เกิดขึ้นจะต้องคุ้มค่ากับความยากลำบากที่เกิดขึ้น
เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ของมหาวิทยาลัยมหิดล คือการทำหน้าที่มหาวิทยาลัยวิจัยระดับที่แข่งขันและร่วมมือในระดับโลกได้ ให้แก่สังคมไทย
เป็น "มหาวิทยาลัยวิจัย" ในความหมายใหม่ สภาพใหม่ ที่จะต้องร่วมกันนิยามกันต่อไป จุดสำคัญก็คือต้องนิยามในความหมายของ Global Research University ต้องใช้มาตรฐานโลก ไม่ใช่กล้อมแกล้มตั้งมาตรฐานของตนเองโดยไม่มองโลก ต้องแข่งขันและร่วมมืออย่างเท่าเทียมหรือเคียงบ่าเคียงไหล่ ในวงการมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก
ตรงนี้แหละครับ ที่ต้องมีการดำเนินกระบวนการเปลี่ยนวิธีคิดอันจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบและวิธีปฏิบัติ โดยมีประเด็นสำคัญๆ ที่ผมนึกออกตอนนี้ ดังต่อไปนี้
- อาจารย์ ต้องค่อยๆ ให้ความสำคัญต่อ "อาจารย์วิจัย" มากที่สุด ค่อยๆ ทำให้การยอมรับอาจารย์เริ่มจากประสบการณ์ ผลงานและทักษะด้านการวิจัย คือสร้างตัวจากการวิจัยสู่การสอน ไม่ใช่สร้างตัวจากการมีปริญญา สู่การสอน ต่อไปที่การวิจัย อย่างในปัจจุบัน
- ต้องแยกตำแหน่ง "อาจารย์วิจัย" ออกจากตำแหน่ง "นักวิจัย" ซึ่งเป็นระดับทีมงาน ไม่ใช่หัวหน้า
- ในข้อบังคับ/ระเบียบต่างๆ ที่ให้สิทธิออกเสียงแก่ผู้มีหน้าที่ "สอนและบริการวิชาการ" ต้องเปลี่ยนเป็น "วิจัย สอน และบริการวิชาการ"
- ต้องสอน (มีหลักสูตร) ในสิ่งที่ตนวิจัยและสั่งสมความรู้จากการวิจัยและจากการร่วมมือกับผู้ปฏิบัติมาแล้วอย่างโชกโชน มหาวิทยาลัยวิจัยต้องไม่เปิดหลักสูตรโดยที่ตนเองไม่มีงานวิจัยในด้านนั้นในระดับที่เป็นที่ยอมรับ
- มหาวิทยาลัยมหิดลต้องมีการกำหนดเป้าหมายงานวิจัยของตน ว่าจะเด่นด้านใดบ้าง จะวัดผลสำเร็จของงานวิจัยอย่างไร จะมองผลกระทบของผลงานวิจัยของมหาวิทยาลัยมหิดลต่อสังคมไทยอย่างไร จะมีระบบจัดการงานวิจัยเพื่อบรรลุเป้าหมายนั้นอย่างไร จะลดงานแนวใด เพื่อหันไประดมสรรพกำลังในการบรรลุเป้าหมายหลักนี้ จะจัดระบบอื่นๆ อย่างไร เพื่อหนุนการบรรลุผลตามเป้าหมายหลักนี้
วิจารณ์ พานิช
๑ พ.ย. ๕๐
ปรับปรุงแก้ไข ๒๔ ธ.ค. ๕๐
ในความคิดเห็นเมื่อการเปลี่ยนสถานะของมหาวิทยาลัยมหิดลเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับ ก็ย่อมทำให้มีอิสระในการบริหารมากขึ้นจึงน่าจะสามารถพัฒนามหาวิทยาลัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้จะต้องมีการร่วมมือร่วมแรงและร่วมใจฟันฝ่าอุปสรรคในระยะแรกอย่างเต็มกำลัง หากว่าบุคลากรในมหาวิทยาลัยมีวิสัยทัศน์ร่วมกันและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตามความจำเป็น เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายความเป็น“มหาวิทยาลัยวิจัยระดับโลก”ย่อมไม่ไกลเกินเอื้อม สภามหาวิทยาลัยและผู้บริหารทุกระดับจึงต้องสร้างความตื่นตัวด้านการวิจัยในประชาคมมหิดล และผลักดันการสร้างประชาคมวิจัยที่มีความเข้มแข็ง อันมีนัยรวมถึงการปฏิรูปในเชิงโครงสร้างและวัฒนธรรมทางวิชาการที่พึงมุ่งมั่นในการสร้างองค์ความรู้ พร้อมกับการพัฒนาระบบบริหารการวิจัยที่มีประสิทธิภาพ
เห็นด้วยกับท่านอาจารย์เป็นอย่างยิ่งที่ต้องให้ความสำคัญต่ออาจารย์วิจัย และก็เชื่อว่าภาระงานของอาจารย์ควรมีการbalanceและ ต่อเนื่องกันระหว่างวิจัยสอนและบริการวิชาการ แต่มิใช่เป็นการวิจัย สอน และบริการวิชาการแบบconceptเดิมๆ แต่เป็นการผลิตอาจารย์นักวิจัยที่มีคุณภาพนำไปสู่การเพิ่มคุณภาพของการเรียนการสอน ขยายขอบเขตความรู้สู่นักศึกษาเพื่อให้มีโอกาสในการเรียนรู้โดยผ่านการวิจัย และสร้างคนรุ่นใหม่ที่เป็นนักคิดนักค้นคว้าสร้างสรรค์และนักวิจัยที่มีจริยธรรมเพื่อเป็นผู้นำของวิชาชีพไม่ว่าจะเป็นวิชาชีพใด หากเป็นเพียงนักวิจัยแต่ไม่สามารถถ่ายทอดให้กับคนรุ่นหลังได้การพัฒนาย่อมไม่ปรากฏผลลัพธ์แบบพหุภาค จึงจำเป็นที่จะบ่มเพาะให้อาจารย์วิจัยให้มีความสำนึกถึงความเป็นครูที่ดี ในด้านการบริการวิชาการก็น่าจะหมายถึงการขยายขอบเขตความรู้และการทำหน้าที่บุกเบิกการใช้เทคโนโลยีหรือนวัตกรรมที่มาจากการวิจัยสู่สังคมและวิชาชีพ เช่นการบรรยายสัมมนาทางวิชาการเขียนตีพิมพ์บทความวิจัย การประยุกต์ใช้นวัตกรรมที่มาจากการวิจัยทางคลินิก ซึ่งการบริการวิชาการก็ย่อมย้อนกลับมาสู่การพัฒนาและการวิจัยต่อเนื่องต่อเป็นcircle จึงคิดว่าภาระงานของอาจารย์ควรมีทั้งวิจัย สอน และบริการวิชาการจึงจะพัฒนาได้สูงสุด
แต่อย่างไรก็ตามก็ได้เห็นและเรียนกับอาจารย์แพทย์อาจารย์ทันตแพทย์ ที่มีผลงานวิจัยน้อยแต่ทุ่มเทให้กับนักศึกษา ท่านเหล่านั้นมีประสบการณ์สูงสามารถให้การสอนอย่างดีเยี่ยม อ่านและวิเคราะห์paperได้อย่างถ่องแท้ ให้คำแนะนำแก่นักศึกษาในด้านวิจัยทางคลินิกได้อย่างเหมาะสม รวมทั้งสั่งสอนในด้านจริยธรรมให้แก่นักศึกษาสม่ำเสมอเนื่องจากให้เวลาคลุกคลีกับนักศึกษามาก มหาวิทยาลัยมหิดลเป็นมหาวิทยาลัยที่uniqueที่เริ่มต้นจากการมีโรงเรียนแพทย์ โรงเรียนทันตแพทย์และสายวิชาชีพวิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ผลิตบุคลากรไปรับใช้สังคม เราควรดูแลอาจารย์กลุ่มนี้อย่างไรควรมีtractของอาจารย์หรือไม่ เป็นอาจารย์เน้นวิจัยอาจารย์เน้นสอนและบริการ และสร้างคนรุ่นใหม่รวมทั้งสร้างสภาวะแวดล้อมผลักดันให้เป็นมหาวิทยาลัยวิจัยระดับโลก ตามที่พวกเราได้ฝันไว้