ฟ้อนกิ่งกะหล่า” เป็นศิลปะการแสดงของชาวไต ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยนิยมแสดงในเทศกาลออกพรรษาตามตำนานที่เชื่อว่า ในครั้งพุทธกาลองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเมื่อได้ทรงตรัสรู้แล้ว ได้เสด็จไปโปรดพระมารดาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ครั้นพอถึงวันออกพรรษาจึงได้เสด็จกลับลงมายังโลกมนุษย์ บรรดามนุษย์และเล่าเทพยดา ตลอดจนสัตว์ต่างๆในป่าหิมพานต์ ต่างพากันปิติยินดีจึงได้มารอรับเสด็จพระพุทธองค์ โดยนกกิ่งกะหล่า( กินรา-กินรี ) มาฟ้อนด้วยลีลาอันอ่อนช้อยงดงาม จากตำนานนี้ชาวไตจึงได้ยึดถือปฏิบัติมาจนทุกวันนี้ เมื่อถึงเทศกาลออกพรรษาจึงได้จัดให้มีการแสดงฟ้อนกิ่งกะหล่าขึ้นทุกปี

ฟ้อนกิ่งกะหล่า

              ก่อนอื่นต้องขออภัยเพื่อนพี่น้องชาวgotoknow ด้วยนะครับ ที่ช่วงปิดภาคเรียน ผมแอบไปพักผ่อนที่บ้านเชียงใหม่ และทราบข่าวว่ามีหลายท่านบ่นถึง วันนี้กลับมาถึงเมื่อเช้ามืดครับ หลังจากพักผ่อนได้ที่แล้ว ก็ขอเสนอการแสดงชุดต่อไปเลยนะครับ การแสดงชุดนี้ได้แรงบันดาลใจจาก อ.ขจิต และ พี่อึ่งอ๊อบ ช่วงที่ไป อบรม blog ให้คณะพยาบาลศาสตร์แมคคอร์มิค มหาวิทยาลัยพายัพ ได้เล่าให้ฟังว่า ได้ชมการแสดง ชุดฟ้อนกิ่งกะหล่าที่ร้านอาหารเฮือนข้าเจ้า เล่าแบบที่ผู้เล่าประทับใจมาก ผู้ฟังเกิดจินตนาการตาม และช่วงนี้เป็นช่วงออกพรรษาโดยมีมีความเกี่ยวข้องกับการแสดงชุดนี้ จึงต้องรีบขอนำมาเสนอในวันนี้ครับ

                การ ฟ้อนกิ่งกะหล่าเป็นศิลปะการแสดงของชาวไต ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยนิยมแสดงในเทศกาลออกพรรษาตามตำนานที่เชื่อว่า ในครั้งพุทธกาลองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเมื่อได้ทรงตรัสรู้แล้ว ได้เสด็จไปโปรดพระมารดาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ครั้นพอถึงวันออกพรรษาจึงได้เสด็จกลับลงมายังโลกมนุษย์ บรรดามนุษย์และเล่าเทพยดา ตลอดจนสัตว์ต่างๆในป่าหิมพานต์ ต่างพากันปิติยินดีจึงได้มารอรับเสด็จพระพุทธองค์  โดยนกกิ่งกะหล่า( กินรา-กินรี ) มาฟ้อนด้วยลีลาอันอ่อนช้อยงดงาม  จากตำนานนี้ชาวไตจึงได้ยึดถือปฏิบัติมาจนทุกวันนี้ เมื่อถึงเทศกาลออกพรรษาจึงได้จัดให้มีการแสดงฟ้อนกิ่งกะหล่าขึ้นทุกปี 

               ดนตรีที่ใช้ประกอบการฟ้อนกิ่งกะหล่าประกอบด้วย  กลองก้นยาว 1 ใบ ฆ้อง 2 ใบและ ฉาบ 1 คู่ กลองเป็นตัวกำหนดจังหวะในการฟ้อนจังหวะในการตีกลองในการฟ้อนจะแตกต่างจากการตีในงานแห่ทั่วๆไป