ในสังคมการทำงานก็คงต้องมีบ้างล่ะที่เราจะต้องแว่วยินพี่พ้องน้องพี่เปรยบ่นในทำนองว่า “นโยบายไม่ชัดเจน หรือไม่ก็ไม่มีนโยบาย”
และถ้อยคำเหล่านั้นก็คือมูลเหตุ (ข้ออ้าง) ของการทำงานไม่เต็มที่ หรือแม้แต่การออกอาการตีตรวนที่จะ “ไม่ทำงาน” ...
แต่สำหรับผมแล้ว ภายหลังเข้ามาท่องชีวิตในโลก G2K ผมรู้สึกได้เลยว่ามุมมองเหล่านี้แทบไม่เหลือติดหัวสมองผมเลยก็ว่าได้
นั่นคืออานิสงส์ของการเรียนรู้แบบ เปิดใจและเปิดกว้าง ที่ผมเริ่มค้นพบและค้นเจออย่างน่าตะลึงใจ ... และส่วนหนึ่งพ่อครูบาสุทธินันท์ฯ ก็เคยบอกกล่าวเล่าความกับผมบ่อยครั้งในทำนองว่า “อย่าไปโทษผู้บริหาร เราต้องเข้าใจและเห็นใจท่าน แทนที่จะตีโพยตีพาย ก็หันมาช่วยให้ท่านผู้บริหาร ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของงานที่เรากำลังทำจะดีกว่า..”
ล่าสุดในเวทีประชุมเชิงปฏิบัติการที่ผมจัดขึ้นเมื่อวันที่ 26 ตุลาคมที่ผ่านมา ก็มีบุคลากรบางท่านเปรยบ่นในทำนองนี้ด้วยเหมือนกัน
ผมไม่ปริปากเอ่ยถ้อยคำใดนัก เพราะเดี๋ยวเกรงว่าจะแก้ต่างแทนฝ่ายบริหาร และผมก็ถือเป็นฝ่ายบริหารในระดับต้นขององค์กรด้วยเหมือนกัน แต่ก็โชคดีที่ผู้บริหารอย่างน้อยหนึ่งท่านก็สะท้อนแนวคิดที่น่าสนใจในเชิงปรัชญาว่า “การไม่มีทิศทาง นับเป็นทิศทางอย่างหนึ่ง” (No direction)
ก่อนหน้านี้ - ซึ่งหมายถึงก่อนการเข้ามาเรียนรู้ในโลก G2K ผมก็มีมายาคติต่อระบบบริหารเช่นนั้นมากเหมือนกัน แต่ก็ไม่เคยละวางมือจากการทำงาน ไม่เคยเช้าชามเย็นชาม ... เพราะอย่างน้อยก็ตระหนักเสมอว่า มหาวิทยาลัยคือส่วนหนึ่งของตัวเอง
ถึงแม้จะมีความคิดขัดแย้งในทำนองนี้บ้าง แต่ผมก็ยังเดินหน้าทำงานในระบบของตนเองอย่างไม่ท้อแท้ และเป็นความโชคดีมหาศาล เพราะสิ่งที่ผมคิดและสิ่งที่ผมทำ ล้วนได้รับโอกาสจากผู้บริหารอยู่อย่างไม่ว่างเว้น
กรณีดังกล่าว ผมก็พูดด้วยทัศนคติที่ดีเกี่ยวกับเรื่องนี้กับตนเอง หรือแม้แต่กับลูกน้องว่า “การที่ผู้บริหารไม่พูด หรือสั่งนโยบายดังที่ใจและหูเราอยากได้ยินนั้น แท้จริงคือนโยบายให้เราคิด และสร้างงานได้อย่างเต็มกำลังต่างหาก ...”
ดังนั้น จงคิด และนำเสนอ เพื่อนำไปสู่การลงมือทำ !
ด้วยเหตุเช่นนี้, หลายครั้งผมจึงไม่นิ่งรอให้มีการสั่งการเกี่ยวกับการงาน หากแต่สะกิดเตือนพาลูกน้อง “ลุก” ขึ้นมา “รุก” เคลื่อนงานอย่างกระฉับกระเฉง
ประเด็นเหล่านี้ ผู้อำนวยการกองกิจการนิสิต (นายเกื้อกูล ดวงจันทร์ทิพย์) ได้กล่าวปิดประเด็นอย่างกว้าง ๆ ให้บุคลากรได้นำไปขบคิด โดยหยิบยกโครงสร้างองค์กรและเปรียบเปรยวิถีวัฒนธรรมการทำงาน (ทีมเวิร์ค) ในรูปของ “ต้นไม้และสายน้ำ” ซึ่งผมก็พยายามกะเทาะความตามความเข้าใจของตนเอง ว่า
๑. การทำงานในระบบต้นไม้
ผู้บริหาร เป็น ราก
ลำต้น เป็น หัวหน้ากลุ่มงาน
กิ่งก้าน เป็น หัวหน้างาน
ใบ เป็น ลูกน้อง
ไม่ว่าจะด้วยกลไกใด รากอาจจะดูดซับธาตุอาหารมาเลี้ยงลำต้น – กิ่งก้านและใบเท่านั้น แต่ใบไม้ก็สามารถสังเคราะห์แสงด้วยตนเองได้เหมือนกัน
ฉะนี้แล้ว การทำงานก็ไม่จำเป็นต้องนิ่งเฉยรอให้มีการสั่งการจากฝ่ายบริหารสถานเดียว แต่เราต้องเรียนรู้ที่จะคิดและทำด้วยตนเองบ้าง มิใช่ตีรวนงอมืองอเท้า !
๒. การทำงานในระบบสายน้ำ
แม่น้ำเจ้าพระยา : กำเนิดจากแม่น้ำ ๔ สาย คือ ปิง วัง ยม น่าน
การทำงานในลักษณะเช่นนี้ก็คือ การไม่หยุดนิ่งรอให้มีการสั่งการจากผู้บริหาร แต่จงทำงานในระบบที่ตนรับผิดชอบอย่างเต็มกำลัง คิดและสร้างงานเข้ามานำเสนอ เสมือนแม่น้ำทั้ง ๔ เริ่มต้นด้วยการไหลลงมารวมกันที่จุด ๆ เดียว ซึ่งเรียกกันว่าแม่น้ำเจ้าพระยา
ถึงแม้บางคนอาจแย้งอย่างขบขันว่า แม่น้ำเจ้าพระยาไม่ใช่ผู้บริหาร แต่เป็นองค์กรต่างหาก ...
เชื่อเถอะครับ ผมไม่ยกมือแย้งแน่นอน จะเป็นอะไรก็แล้วแต่ ขอให้คิดและสร้างงานอยู่อย่างต่อเนื่องก็น่าจะเพียงพอแล้ว
ไม่รู้ว่าผมตีความแบบรวมความเกินไปหรือเปล่า ... แต่ถึงกระนั้น ผมก็เป็นอีกคนที่ไม่งอแงที่จะนั่งเฉยและร้องตะโกนว่า “ไม่รู้ไม่ชี้ .. ไม่มีนโยบาย..”
และยืนยันว่า “ต้นไม้และสายน้ำ” ไม่ใช่ทฤษฎี เพียงแต่กำลังสื่อสารว่ามันคือระบบการทำงานในองค์กร และมันเป็นระบบที่อิงระบบได้ รวมถึงการปรับกระบวนทัศน์ให้ “ลุก” จากเก้าอี้มา “รุก” สร้างสิ่งดี ๆ เพื่อพัฒนาตนเองและสังคม, ต่างหาก -
หรือท่านว่าไม่จริง ? ......
อรุณสวัสดิ์ครับท่านพี่แผ่นดิน
...ผมคิดว่าหากมีแต่ต้นไม้แล้สายน้ำ เท่านี้อาจจะยังไม่พอหรือไม่เหมาะนัก เป็นไปได้ควรเตรียม...
สำคัญเพียงว่า....ท่านทั้งหลาย กล้า และพร้อมที่จะปลูก.... "ต้นไม้" หรือไม่?
หนับหนุนค่ะ
มีคนทำดีอยู่ทุกแหล่งแห่งที่
โดยแรงจูงใจในการทำดีทำงานไม่ต้องมาจากผู้บริหารเท่านั้น
มาจากสิ่งที่เราเห็น เราเจอ มาจากคุณค่าของคนรอบตัวเรา
เราทำดี มีประโยชน์ ได้ทุกเวลาค่ะ ไม่ว่าจะมีนโยบายหรือไม่มี
สวัสดีค่ะ
สวัสดีครับอาจารย์
อาจารย์ค่ะ อ่านบันทึกนี้แล้วขอระลึกถึงความประทับใจจากงานค่ายฯ ที่พี่ๆ เป็นแบบอย่างให้สำนึกอยู่เสมอใน ... "ธุระไม่ใช่".. "ธุระต้องใช่" ขอบคุณนะค่ะอาจารย์ ขอบคุณความลับบางอย่างที่อยู่ไกลโพ้น ที่มีพลังให้ทุกคนมาเจอสิ่งดีงามที่นี่ G2K
คึดฮอดหลายคะ ฝากหอมแก้มพูบ่าวน้อยสองคนกับสาวน้อยมานำ มีแฮงหลาย ๆ คะ
เป็นมุมมองเชิงบวกที่น่าสนใจมากๆ ค่ะ
ชอบที่ว่า "การไม่มีทิศทาง นับเป็นทิศทางอย่างหนึ่ง"
การไม่มีทิศทางของผู้บริหารระดับสูง ก็ถือเป็น "โอกาส" ให้ผู้บริหารระดับล่างลงมา หรือ คนทำงาน ได้ create งานได้อย่างอิสระ แต่ทั้งนี้ งานที่ create นั้น ก็ต้องตอบสนองต่อพันธกิจหลักขององค์กร
ขอบคุณสำหรับบันทึกดีๆ ค่ะ
สวัสดีครับ อ.แผ่นดิน
ผมชอบการเปรียบเทียบ
ผู้บริหาร เป็น ราก
ลำต้น เป็น หัวหน้ากลุ่มงาน
กิ่งก้าน เป็น หัวหน้างาน
ใบ เป็น ลูกน้อง
ยังพิมพ์ไม่ทันเสร็จเลยมันไปเสียก่อนแล้ว อิอิ
ผมจะบอกว่าชอบการเปรียบเทียบ และเห็นด้วยกับอาจารย์ว่าเรามุ่งที่ผลสัมฤทธิ์ของงาน ก้มหน้าทำงานเพื่องาน เพราะฉะนั้นถ้าสิ่งไหนดีมีประโยชน์ก็ทำไปเลยไม่ต้องรอนายสั่ง เพราะหลายครั้งสิ่งที่เราทำ กว่านายจะสั่งก็เป็นระยะเวลายาวนาน ผมเคยสั่งสำนวนในทำนองว่า พยานหลักฐานไม่ชัดเจนเพียงพอที่จะพิสูจน์ความผิดของผู้ต้องหาในชั้นศาลได้จึงเห็นควร สั่งไม่ฟ้อง ซึ่งไม่ค่อยมีใครสั่งกันแบบนี้ เพราะส่วนใหญ่ถ้าพยานหลักฐานไม่ค่อยแน่ชัด แต่พอเห็นได้ว่าผู้ต้องหามีส่วนในการกระทำผิดก็ฟ้องไว้ก่อน แต่สิบปีให้หลังเรามุ่งประสิทธิภาพการทำงานของอัยการ ถ้าศาลยกฟ้องก็ต้องมาดูว่าเพราะอะไร เพราะพยานหลักฐานไม่พอฟังลงโทษจำเลยแล้วคุณฟ้องทำไม ถูกตัดคะแนนตามตัวชี้วัด อัยการจึงต้องปรับระบบการทำงานให้ตรวจดูพยานหลักฐานให้ชัดเจน ฟ้องไปแล้วศาลต้องลงโทษจำเลยอย่างน้อย ๙๐ เปอร์เซนต์จึงจะถือว่าใช้ได้ครับ
สวัสดี ครับ แผ่นดิน
เป็นอีกบทเรียนหนึ่งที่ผมต้องอ่าน 3 เที่ยว และจัดเก็บเอาไว้อ่าน เพื่อชี้บอกทางเดินแก่เพื่อนร่วมงาน วันนี้ผมเดินทางมาเกือบจะถึงโค้งสุดท้ายของชีวิตราชการ อีกไม่นานก็จะหมดเวลา ระบบการทำงานจะต้องมีผู้นำ มีลูกน้องและจะต้องพึ่งพาอาศัยกัน
ระบบต้นไม้ ราก ลำต้น กิ่ง ก้าน และใบ ต่างก็มีความสำคัญ ขาดกันไม่ได้
ระบบสายน้ำ เมื่อมองไปที่ ปิง วัง ยม น่าน คิดถึงภาพยนตร์เรื่อง "ชาติ เจ้าพระยา" (ไม่ใช่) เมื่อมารวมกันกลายเป็นเส้นเลือดใหญ่ ที่มีบทบาทต่อชีวิตมนุษย์อย่างมากตลอดสายน้ำ
จริง ครับ เรามาร่วมกันสร้างสิ่งดีๆ ให้กับสังคมกันต่อไป
ขอบคุณ ..คุณวิชิตมาก
ผมได้รับแนวคิดที่ดีจากคุณวิชิตเสมอ เพราะนั่นเป็นวิถีคิดของนักปฏิบัติที่ตกผลึกในเรื่องที่เกี่ยวข้อง
เช่นเดียวกับการเตรียมดิน ... ก็ถือเป็นแนวคิดที่เติมเต็มในบันทึกนี้ได้เป็นอย่างดี
เราต่างกลัวความกล้าในบางสิ่ง ... และบางครั้งก็ไม่รู้เลยว่ากลัวอะไรบ้าง
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับ
มุ่งมั่นงานตัวเองเต็มที่
ไม่รอรีที่จะก้าวมาช่วยเหลือกัน
....
ขอบพระคุณครับ
สวัสดีครับ...
ผมชื่นชอบแนวทางและกระบวนการทำงานของคุณหมอฯ มาก เห็นภาพที่ชัดเจนทั้งก่อนลงมือ และสุดท้ายก็มีกระบวนการของการสรุปงานอย่างเป็นรูปธรรม
ความศรัทธาเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้เราต่างมีกำลังใจและพลังในการขับเคลื่อนงาน
ความศรัทธาที่ว่านั้น อาจเป็นทั้งศรัทธาต่อผู้บริหาร, องค์กร, คนร่วมงาน และเนื้องานที่เรากำลังปฏิบัติ ...
....
ขอบพระคุณที่นำแง่งามของชีวิตมากำนัลนะครับ
สวัสดีครับ ...
ต้องขออภัยที่ตอบล้าช้า... ตอนนี้พอมีเวลาก็ตระเวนตอบบันทึกที่ตกค้างเสียตกใหญ่ คงอีกสักพักจึงจะลงตัว ...
ตอนนี้สารคามร้อนน่าดู.... ไม่ทราบว่าที่โรงเรียนอากาศเป็นเช่นใดบ้าง ครับ !
สวัสดีครับ...
สิ่งหนึ่งที่ผมมองว่าสำคัญมากก็คือ การพยายามสร้างทัศนคติที่ดีให้กับตนเอง เมื่อเรามีทัศนคติที่ดี เราก็ย่อมพึงปรารถนาที่จะทำในสิ่งดี ๆ ได้ และประโยชน์ก็จะเกิดกับตัวเองและองค์กรของตัวเราเองด้วยเช่นกัน
สวัสดีครับ พี่หมู...
ดีใจมากเลยที่รู้ว่าอย่างน้อยในบล็อกก็มีคนอีกหลายคนที่เติบโตมากับวิถีของการทำกิจกรรม ซึ่งรวมถึงพี่หมูด้วย
งานค่าย, ถือเป็นบทเรียนอันสำคัญที่ช่วยให้ผู้เข้าร่วมเกิดการเติบโตในทางความคิดที่ดี มีพลังทางปัญญาและมีจิตสำนึกสาธารณะที่น่ายกย่อง
งานค่าย, จึงเป็นกิจกรรมอันดับต้น ๆ ที่ผมมักแนะนำให้นิสิตเข้าร่วมเสมอ ...
ขอบคุณครับ ......................................
สวัสดีครับ...