ความสำคัญของการเดิน
ขณะที่กระแสสุขภาพกำลังมาแรง แต่ก็มีผู้คนอีกมุมหนึ่งที่ยังหลบเลี่ยงกระแสนี้อยู่เช่นกัน แต่นี่อาจจะเป็นข่าวดีสำหรับคนที่ขี้เกียจออกกำลังกายพอสมควร เพราะมีการพบแล้วว่าการที่จะทำให้สุขภาพฟิตปั๋งได้ พอๆ กับคนขยันออกกำลังกันทุกๆ เย็น นั่นเราสามารถทำได้เพียงแค่ "เดิน"
สถาบันวิจัยแอโรบิกแห่งเมืองดัลลัส ทำการทดสอบคนที่ทำงานออฟฟิศจำนวน 236 ราย พบว่า ในช่วง 6 เดือนแรก กลุ่มที่นิยมออกกำลังกายหลังเลิกงานมีสุขภาพดีกว่าพวกที่ไม่ค่อยจะออกกำลังกาย แต่ขยันเดินขึ้นลงบันได แต่เมื่อ 2 ปีผ่านไปกลับพบว่า คนทั้งสองกลุ่มมีสุขภาพฟิตพอๆ กัน
นอกจากนี้จากผลการศึกษาของ Dr.Joann Manson ผู้เชี่ยวชาญจาก Harvard"s Brigham and Women"s Hospital ยังออกมายืนยันอีกว่า หากขยันเดินกันให้ได้วันละ 30 นาทีอย่างสม่ำเสมอ รัฐจะสามารถประหยัด ค่ารักษาโรคร้ายที่เกิดกับคนอเมริกันได้มากถึง 40% โดยเฉพาะโรคหัวใจ ความดัน มะเร็ง กระดูกผุ รวมถึงโรคอ้วนและโรคเครียด
ส่วนวิธีเดินที่จะได้ผลอย่างดียิ่งนั้น ผลวิจัยบอกว่า ควรใช้การเดินเร็วๆ อย่างน้อยวันละ 30 นาที เป็นประจำทุกวัน เพียงพอที่จะช่วยให้สุขภาพหัวใจแข็งแรงกันแล้ว
แต่ถ้ายังมีข้ออ้างกันอีกว่า ไม่มีเวลา มีวิธีง่ายๆ ที่ทำให้วิถีชีวิตประจำวันกลายเป็นการออกกำลังกายได้อย่างไม่น่าเบื่อ ลองใช้วิธีดังต่อไปนี้
1.เดินช็อปปิ้ง นอกจากจะเดินเข้าร้านนั้น แวะร้านโน้น เลือกชมให้มากที่สุดแล้ว ควรเลือกที่จะจอดรถให้ไกลออกไปอีกนิด แทนที่จะต่อประตูเข้าห้าง เพื่อจะได้เดินมากขี้น
2.หมั่นเดินเข้าห้องน้ำ เวลาจะเข้าห้องน้ำที่ออฟฟิศอย่าอั้น หรือรอให้ปวดมากๆ และถ้าเป็นไปได้ควรเลือกห้องที่อยู่ไกลหน่อย ยืดเวลาการเดินได้อีกหน่อย
3.ซื้อของใกล้บ้านอย่าขับรถไป หันมาเดินแทนจะดีกว่า ประหยัดทั้งค่าน้ำมัน แถมยังได้เดินมากขึ้นอีกด้วย
4.มื้อเที่ยงเลิกพึ่งอาหารกล่อง หรือห้องอาหารในออฟฟิศ ลองเดินออกไปกินข้างนอกแทน นอกจากจะได้เปลี่ยนรสชาติอาหาร ยังได้เดินไปเดินกลับ ช่วยบริหารขาไปในตัวด้วย
5.ใช้ลิฟต์ให้น้อยลง เลือกขึ้นลงทางบันไดแทน เพราะมีการพบแล้วว่า บันไดนี่แหละเป็นเครื่องมือละลายไขมันชั้นเยี่ยมโดยไม่ต้องเสียสตางค์ หากเดินขึ้นบันไดหลายขั้นทำให้เหนื่อยเกินไป เอาเป็นแค่เดินลงบันไดก็พอ
6.ลงรถเมล์ห่างป้าย แล้วเดินย้อนกลับ แค่เสียเวลานิดหน่อย แต่ได้ผลดีกับสุขภาพอย่างไม่น่าเชื่อ
7.ใช้เวลาวันหยุดให้คุ้ม ไปเดินเล่นในสวนสาธารณะดูบ้าง อากาศสดชื่นช่วยบริหารใจบริหารกายไปด้วย แทนที่จะนอนแกร่วบนโซฟา แล้วถือรีโมตอยู่หน้าจอทีวี
8.เวลาที่ประชุมอย่างเคร่งเครียด อาจจะลุกขึ้นมาเดินรอบๆ ห้อง บริหารหัวใจให้สูบฉีดเลือดได้กระฉูดมากขึ้น ไอเดียปิ๊งๆ อาจจะเกิดขึ้นได้มากกว่าตอนที่นั่งประชุมก็เป็นได้
9.ลองลดการใช้โทรศัพท์ภายในออฟฟิศ แล้วใช้วิธีเดินไปคุยงานที่โต๊ะของเพื่อนร่วมงานแทน นอกจากจะช่วยเปลี่ยนอิริยาบถจากการนั่งทำงานเป็นเวลานานๆ แล้วยังช่วยลดความเครียด ลดความเมื่อยล้าลงได้
วิธีการที่ว่านี้แม้ว่าจะไม่ได้ทำให้สุขภาพฟิตปั๋งได้อย่างทันหูทันตา แต่เชื่อเถอะว่าในระยะยาวแล้วจะได้รับผลดีอย่างไม่น่าเชื่อ
ขอบคุณนะ ที่ให้สิ่งดีๆ
ชื่อกลุ่ม น่ารักดีนะคะ ^-^