ช่วงเช้าเป็นต้นมาขณะยูมินั่งทำงานที่โต๊ะได้พบอาจารย์ที่คลุกตัวอยู่กับงานวรรณกรรมท้องถิ่นปักษ์ใต้มานาน ท่านทักทายเลยเชิญมานั่ง ขอพูดคุยกันเกี่ยวกับเรื่องโนรา
คืออาจารย์ชัยวุฒิ พิยะกูล แห่งสถาบันทักษิณคดีศึกษา
<p style="margin: 0cm 82.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal"> ยูมิถามบางคำถามอาจารย์ว่า เราจะส่งเสริมและอนุรักษ์โนราไว้ได้อย่างไร…</p> <p style="margin: 0cm 82.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal"> อาจารย์ชัยวุฒิ ว่า...ส่วนหนึ่งก็ขึ้นอยู่กับตัวโนราเอง ส่วนที่สองต้องขึ้นอยู่กับภาครัฐและภาคเอกชน ในการส่งเสริมอย่างแท้จริงเมื่อมีงานต้องมีพื้นที่ให้มีการแสดงโนรา</p> <p style="margin: 0cm 82.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal"> การส่งเสริมพยายามเผยแพร่เรื่องโนราให้คนรู้มากขึ้นทุกภาคส่วนว่าโนรามีความสำคัญและมีประโยชน์อย่างไร </p> <p style="margin: 0cm 82.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal"> ในส่วนตัวโนราเองก็พยายามรักษาอัตลักษณ์ให้ดำรงอยู่การปรับปรุงนั้นทำได้แต่อย่าไปกระทบส่วนที่เป็นอัตลักษณ์ของตน</p> <p style="margin: 0cm 82.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal"> การศึกษาเล่าเรียนในปัจจุบัน ควรมีการสอนโนราในทุกระดับ ในระดับอุดมศึกษาควรเปิดหลักสูตรภาคพิเศษในมหาวิทยาลัยทางภาคใต้</p> <p style="margin: 0cm 82.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal"> ควรเปิดพื้นที่ให้คนนอกสายวัฒนธรรมที่สนใจเข้ามาเรียนรู้เรื่องโนราด้วย </p> <p style="margin: 0cm 82.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal"> ยูมิถามทั่วไปว่า…การที่คนมาชมการแสดงโนรานั้นจะได้อะไร</p> อาจารย์ชัยวุฒิว่า…มีหลายกลุ่มเช่นกลุ่มที่ 1 มาชมเพื่อความสนุกสนานชอบความหล่อความสวยของโนรา <p style="margin: 0cm 82.3pt 0pt 36pt" class="MsoNormal">2 มาชมแล้วได้คติสอนใจได้ความรู้ เพราะโนราเป็นสื่อสารทางสังคมบอกเล่าเรื่องราวของชุมชนท้องถิ่น แม้แต่เรื่องการเมืองหรือสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน</p> <p style="margin: 0cm 82.3pt 0pt 36pt" class="MsoNormal">3 เป็นกลุ่มนักศึกษาวิชาการที่มีการวิเคราะห์วิพากย์ทางความรู้</p> ยูมิถามทิ้งท้ายว่า…แล้วอาจารย์คิดว่าโนราจะสูญไปหรือไม่ใน 50 ปี ข้างหน้า… <p style="margin: 0cm 82.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal">อาจารย์ชัยวุฒิว่า…มองได้หลายแง่เช่น ในแง่ของการบันเทิงถ้าไม่มีการดูแลรักษาให้ดีคงสูญได้ </p><p style="margin: 0cm 82.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 82.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal"> แต่ตราบใดยังคงมีโนราสืบทอดมาจากตายายอยู่ก็ยังคงดำเนินการต่อไปเพราะเรื่องโนราโรงครูเป็นความเชื่อที่เข้มแข็งมากและครอบครัวโนราต้องจัดทำไม่ทำไม่ได้...</p> <p style="margin: 0cm 82.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal"> ยูมิถามก่อนจากกันจริง ๆ ว่า…แล้วสมัยก่อนการรำโนราทำไมมีแต่ผู้ชายออกมาร่ายรำ</p> <p style="margin: 0cm 82.3pt 0pt 0cm" class="MsoNormal"> อาจารย์ชัยวุฒิว่า...อาจเป็นเพราะสมัยก่อนโนรารำแก้เสื้อ ผู้หญิงถูกสอนให้รักนวลสงวนตัวอยู่กับบ้านอยู่ในขนบธรรมเนียมประเพณีรักษาความเป็นกุลสตรีเอาไว้นั่นเอง...</p> ยูมิกล่าวขอบคุณครับอาจารย์ชัยวุฒิที่เข้ามาทักทายและคุยสาระเรื่องโนรา อันเป็นดอกไม้ที่งดงามประดับปักษ์ใต้บ้านเรา...
อาจารย์ยูมิครับ
มโนราห์ จะสูญไปหรือไม่ในเร็ว ๆ นี้
ผมอยากร่วมแจมด้วยว่า ที่ยังคงอยู่มีเงื่อนไขที่เป็นภูมิปัญญาเชิงยุทธ์ของมโนราห์ว่าสายเลือดมโนราห์ต้องจัดงานลงครูปีละครั้ง ไม่งั้นจะโถกครู จึงยังคงเหลือ แม้จะน้อยลงอย่างน่าใจหาย ประการหนึ่ง อีกประการหนึ่งการบน(บานศาลกล่าว) ว่าจะรับมโนราห์มารำถวาย ยังเป็นที่นิยมใช้บนเมื่อเรื่องราวหนัก ๆ กับชีวิตเกิดขึ้นจริง ๆ หรืออยากให้สำเร็จในระดับมาก ถึง มากที่สุด เมื่อบนรับ ก็ต้องแก้บนกัน
สำหรับผมเองยังติดบนมโนราห์อยู่ เมื่อครั้งสอบชิงทุนเรียน โดยแม่บนไว้ และแม่ก็เสียไปแล้ว แต่ที่ยังไม่ได้แก้บนเพราะค่าใช้จ่ายสูงมาก ยังไม่พร้อม จึงผัดได้ครับ เพียงแต่ต้องไม่ลืม ต้องนึกอย่ตลอดเวลา
ค่าใช้จ่ายในการรับมโนราห์ไปรำสักครั้งยังแพง และยุ่งยากกับทางเจ้าภาพมาก แม้จะชอบและอยากทำ เมื่อมีทางเลือกอื่น ก็เอกอย่างอื่นเสีย ตรงนี้เป็นอีกเหตุผลหนึ่งครับที่เสี่ยงต่อการสูญไปของมโนราห์
แลกเปลี่ยนกันไว้เพียงเท่านี้นะครับ หลังจากทีได้เรียนของอาจารย์มาแล้วหลายบันทึกครับ ขอบคุณครับ
สมัยเด็กๆได้ดูโนราบ่อยมาก ๆไม่ว่าจะมีงานอะไรก็จะมีโนรามาแสดงทุกครั้ง แต่ตอนนี้หาดูยากมาก อยากจะให้อนุรักษ์กันไว้
สวัสดีครับ ....อาจารย์ยูมิครับ.....ไม่ค่อยว่าง จึงไม่ได้ติดตามครับ วันนี้พอมีเวลา จึงได้อ่านบันทึกครับ ขอแลกเปลี่ยนนิดหนึ่งครับ....
เรื่องวัฒนธรรม เป็นเรื่องที่มักเกิดในยุคที่ประเทศชาติมีความมั่นคง และรักสามัคคี กันส่วนใหญ่ การเกิดมโนราห์ (โนรา) บ้านเราดูเหมือนกัน คนอายุ 50-60 ปี มักจะเห็นการแสดงโนรา เนือง ๆ การแสดงสมัยนั้น เน้นที่การบันเทิง และเก็บเกี่ยวประสบการณ์ ทั้งตรงและอ้อม ช่วงที่มักได้เห็นการแสดงมโนราห์ ก็มักจะเสร็จนาแล้วจึงเดินสายกัน ไปจากสงขลา ไปพัทลุง ไปตรัง ไปกระบี่ แล้วกลับทางนครศรีฯ กัน .....ส่วนครูหมอโนรา หรือโนราโรงครู ก็เป็นส่วนของวิถีชีวิตกับชุมชน
การอนุรักษ์ เพราะเรายังเห็นคุณค่าจึงมีการอนุรักษ์ แต่การอนุรักษ์ก็เป็นไปตามยุคสมัยด้วย จึงคาดหวังได้ไม่มากเรื่องการอนุรักษ์
การฟื้นฟูวัฒนธรรม การแสดงมโนราห์ เป็นได้แต่มักจะไม่ถาวร อาจจะเหลือเพียงเครื่องทรงในพิพิธภัณฑ์ให้ได้ดูต่างหน้า เหมือนกันเพลงบอกสงขลา ที่หายไปแล้ว
สวัสดีครับ คุณ
สวัสดีครับ คุณ 2.s
ผมเป็นผู้หนึ่งที่กำลังสนใจเรื่องนี้และกำลังหาทางส่งเสริมและอนุรักษ์อยู่ครับ
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับ คุณ
สวัสดีครับ ... อาจารย์ยูมิครับ ผมขอเติมอีกนิดครับ อดีต ผู้แสดงมโนราห์ มี สองกลุ่มใหญ่ คือ ที่เป็นผู้สืบทอด(ครูหมอโนรา และโนราโรงครู) และกลุ่มศิลปินใจรัก (มักเป็นชาวนากันเป็นส่วนใหญ่ ปัจจุบันหลายท่านเป็นข้าราชการครูเกษียณแล้ว) ......เราคงต้องมาถาม บุคคล 2 กลุ่มนี้เป็นหลักครับว่า ทำอย่างไร? เพื่อการอนุรักษ์ และสืบทอด เพราะโดยครูหมอโนรา และโนราโรงครู (เพื่อสืบต่อ ยังคงเห็นแถว ๆ เขาพังไกร หรือระโนด หัวไทร ที่เป็นแหล่งวัฒนธรรมใหญ่) แต่อีกกลุ่มของศิลปินมโนราห์ กลับไปตอบสนองการแก้บน ซึ่งชาวบ้านต้องซื้อแพง การมีมโนราห์ เพื่อรำแก้บนอย่างเดียวคงไม่พอที่จะคงไว้ซึ่งศิลปวัฒนธรรมแขนงนี้ได้.......คงต้องฝาก อาจารย์ และคณะของสถาบันทักษิณคดี คิดต่อเพื่อการอนุรักษ์ต่อไปครับ
สวัสดีครับ คุณ
มาหรา(สดชื่น) แต่เช้า ๆ ครับ งั้นกงหรา ที่พัทลุง ก็น่าจะเป็นเมืองอากาศดี สดชื่น ด้วยเพราะมีเขาล้อมรอบ ตอนแรกเข้าใจว่า กงหรา คือ กาหลง หมายถึงกายังหลง คนเลยหลงเป็นว่าเล่นเมื่อเข้าไป
การแก้บน กับการคงอยู่ของมโนราห์ ก็เป็นเพียงข้อเท็จจริงหนึ่ง แต่อาจจะไม่ใช่เครื่องมือ (Means) ที่ดีที่จะอนุรักษ์มโนราห์ก็ได้ หรืออาจจะดีก็ได้ ตรงนี้แล้วแต่จะมองจาก etic หรือ emic ผมว่ายังต้องพิสูจน์และต้องใช้ข้อมูลมายืนยัน การแก้บนก็เกิด “หรา” ได้แน่ ๆ เพราะ “หรา” จากการรับบน จึงต้องมาแก้บน แต่พอจ่ายค่าพธีกรรมแก้บน จะ “หรา” ต่อไหม อันนี้ไม่แน่ใจครับ (ยิ้ม)
แต่ผมก็เชื่ออย่างนี้นะครับ เชื่อมากด้วย หากดีและเหมาะกับปัจจุบันจริง ไม่ต้องลงทุนเยอะเพื่ออนุรักษ์ จะยังคงอยู่ได้เองครับ ไม่ว่าอะไร ประเด็นที่เชื่อตรงนี้คือแนวทางการอนุรักษ์ต้องทำให้เห็นว่าดีจริง (เห็นกันชัด ๆ ) รับรองว่าจะยังคงอยู่ ไม่ใช่ดัดแปลงจนไม่เหลือเค้าเดิม แล้วมาบอกว่าไม่มีใครสนใจ ยกตัวอย่างที่ป่าพะยอม น้องนานำเด็ก ๆ มาฝึกฝนการรำมโนราห์ แล้วน้องนาพบว่าเด็ก ๆ เหล่านี้มีผลการเรียน (เกรด) ดีขึ้นกว่าเดิมทุกคน มีนิสัยที่ไม่หยาบ พูดจาไพเราะ อย่างนี้เป็นต้น
สวัสดีครับ คุณชายขอบ
อ่านแล้วได้แง่คิดครับผม...
การศึกษา...คำเดิม...น่าสนใจเช่น...กาดครู...ข้างนู้...
คิ่นคิ่น...โถก...ทายต้า...นุ้ย...โหมฺเรารู้นะครับ..ฮา ๆ เอิก ๆ
ขอบคุณครับ
ช่วยตอบหัวข้อนี้หน่อยคับ
สุนทรียภาพในการชมมโนรา
โนรานั้นมี่โอกาสที่จะสูญหายได้มาก การแสดงโนรานั้น เดี๋ยวนี้ การร่ายรำนั้นจะมีนิดเดียว จากนั้น เล่น ตลก แล้วออกมาร้องเพลง สาม สี่ ชั่วโมง รับมา สามหมื่นบาท ทำให้อนุรักษ์โนราไม่ไหวเหมือนกัน