ดื่มนมดีหรือไม่

   ดื่มนมดีหรือไม่

                มีอยู่ช่วงหนึ่งมีการรณรงค์ให้ดื่มนมกัน " วันนี้คุณดื่มนมแล้วหรือยัง ? ทุกคนพออ่านหรือฟังคำเชิญชวนแล้ว ต่างก็หานมที่ชื่นชอบดื่มกันกัน  คุณแม่รุ่นใหม่เลี้ยงลูกตอนเล็กๆ ด้วยนมวัวผง  แทนที่จะเลี้ยงด้วยนมแม่   ซึ่งในนมแม่เป็นต้นตอของการสร้าง Immune System หรือภูมิชีวิตแก่ลูกให้ลูกมีสุขภาพแข็งแรงและมีสายใยความผูกพันธ์ความรักของเลือดในอกเวลาที่แม่ให้ลูกแนบดูดนม  โดยหารู้ไม่ว่า นมวัวที่เราหลงดื่ม หลงให้ลูกรักดื่มนั้น แท้จริงแล้วไม่ควรให้ดื่มเพราะในนมวัวมีโปรตีนสำคัญคือ คาซีน (Casein ) ที่พบในคนมี 1 กรัม ในนมวัวจะมี 300 กรัม  เจ้าคาซีนนี้มีคุณสมบัติพิเศษ คือสามารถบันดาลให้ลูกวัวโตเป็นสองเท่าในเวลา 2 เดือน ในขณะที่มนุษย์ถ้ากินนมแม่จะโตต้องใช้เวลา 6-7 เดือน  เพราะแบบนี้เด็กที่เลี้ยงด้วยนมวัว ( คนที่ไม่แพ้นมวัว )จึงกลายเป็นเด็กที่อ้วนจ้ำม้ำ และอุ้ยอ้าย โตเกินวัย

             นอกจากดื่มนมวัวแล้วยังมีอาหารที่มีสีสัน รูปร่างสวย มีการโฆษณาหลอกล่อเด็กให้อยากรับประทานมากมายที่เรียกว่าอาหารขยะ พวกมันฝรั่งทอด พิซซ่า ไก่ทอด ไก่ย่าง ฯลฯ ขนมกรอบกรุบที่มีแต่แป้ง น้ำตาล ยิ่งทำให้คนไทยเราทุกวันนี้มีลักษณะคล้ายคนอเมริกันมากขึ้น อ้วนสูงใหญ่ แต่ไม่แข็งแรง และยังมีอีกหลายคนยังหลงดื่มนมจนโตเป็นหนุ่มเป็นสาวแล้วก็ยังดื่มอยู่ เพราะคิดว่าเป็นผลดีต่อตนเอง ทั้งๆที่ในนมวัวมีน้ำตาลในนมเรียกว่าแล็กโทส (Lactose ) ซึ่งเจ้าแล็กโทสนี้ต้องมีเอนไซน์ ( Enzyme ) ย่อยน้ำตาลตัวนี้ได้คือ Lactase ตามสถิติขององค์การอนามัยโลก(World Health Organization หรือ WHO ) ระบุไว้ว่าในเอเชียนั้นมีคนไทยกับฟิลิปปินส์คือชนชาติที่ไม่มี เอ็นไซน์ Lactase อยู่ในตัว  เมื่อดื่มนมวัวเข้าไปจะย่อยไม่ได้ เมื่อย่อยไม่ได้จะกลายเป็นสารพิษหรือ Toxin ตกค้างในร่างกาย  หรือในคนที่ร่างกายไม่รับเวลาดื่มนมก็จะมีอาการท้องอืด ท้องเดิน หรือมีอาการภูมิแพ้เป็นประจำ  ( ในเด็กกลุ่มที่แพ้นมวัวเดี๋ยวนี้แพทย์ไทยค้นพบนมจากเนื้อไก่ให้เด็กดื่มแทนนมวัวได้แล้ว )

          เห็นไหมว่านมวัวที่คุณคิดว่าดื่มแล้วดีต่อสุขภาพ น่าจะดื่มต่อหรือไม่  ถ้าอยากดื่มนมควรเลือกนมชนิดใดที่เหมาะกับเรา นมถั่วเหลืองหรือน้ำเต้าหู้น่า  หรือเครื่องดื่มอื่นๆเป็นทางเลือกดีหรือไม่ ลองคิดดู