จากที่ผมได้มีโอกาสคุยกับคุณทวีสิน แห่งบริษัทปูนซีเมนต์ไทย ในห้องพักของครูบาสุทธินันท์ ที่โรงแรมรามาการ์เดน กรุงเทพมหานคร (วันที่ ๑๔ ตค ๕๐) นั้น
ทำให้ผมต้องมาต้องมาคิดต่ออีกหลายเรื่อง
ประเด็นสำคัญที่ผมและคุณทวีสินเน้นทำความเข้าใจให้ตรงกันก็มีหลายเรื่อง
โดยเฉพาะแนวทางการพัฒนาการจัดการความรู้ในประเทศไทย ที่มีแนวโน้มที่จะมองข้ามความเป็นจริงของการจัดการความรู้ในสังคมไทย
และทำให้เกิดการพัฒนาที่อาจไม่ค่อยสอดคล้องกับความเป็นจริงในสังคมไทย ในหลายๆประเด็น
เรื่องที่สำคัญเรื่องหนึ่ง ที่นำมาคิดต่อคือ
เส้นกั้นที่เป็นแนวต้านและอุปสรรคในการจัดการความรู้
ที่เป็นทั้งอุปสรรคและแนวทางการทำงานการจัดการความรู้ ที่สำคัญ ของคนไทย
ประเด็นแนวต้าน ที่ทุกคนมีเส้นแบ่งปิดกั้นการพัฒนาอยู่อย่างน้อย ๓ แนวต้านด้วยกัน คือ ระหว่าง
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">· ความรู้เดิมที่จัดการแล้ว และความรู้(หรือข้อมูล)ใหม่ที่อยู่ภายนอก</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">· ความรู้เพื่อส่วนตัว และความรู้เพื่อสาธารณะ หรือ จิตสาธารณะ หรือ จิตอาสา</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">· ความรู้ในการทำความดี และการเอาเปรียบผู้อื่น และ </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal"> · ความรู้ที่แยกส่วน และความรู้ที่เป็นระบบ </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal"> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal"> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">และ </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">การจัดการความรู้ จึงควรเน้นการสนับสนุนให้เขาก้าวข้ามเส้นแบ่งที่เป็นขีดจำกัดการจัดการความรู้ที่ดี หรือที่เหมาะสมจะเป็นคนดีของสังคม </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">ดังนั้น ในการพัฒนาการจัดการความรู้นั้น </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">“คุณอำนวย” จะต้องช่วยให้ทุกคนข้ามเส้นแบ่งที่เป็นอุปสรรคในการพัฒนา </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">เพราะ </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">· การก้าวข้ามต้องใช้ความเข้าใจ พลังงาน ความพยายาม และเวลา </p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">· ดังนั้น การพัฒนาจิตใจ จึงเป็นเรื่องสำคัญที่สุด ก่อนการพัฒนาความรู้ หรือ การจัดการความรู้</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">แม้จะมีบางคนถูกกล่าวหาว่าทำไม่ดี หรือถูกประณาม แต่ผมเชื่อว่าในใจแต่ละคนนั้น ก็ไม่มีใครอยากทำไม่ดี ไม่ถูกต้อง หรือเป็นคนเลวในสังคม</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">· การทำในสิ่งที่ดูเหมือนจะไม่ถูกต้อง มาจากการขาดความเข้าใจ ความรู้ ความสามารถ และทรัพยากรที่เหมาะสม</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal"></p><p> แม้คนที่เข้าใจ และมีความต้องการจะพัฒนาก็ยังจำเป็นต้องมี “พื้นที่ว่าง” (buffer zone) ของชีวิต</p><p></p><p>ในการ “ลองดู”“ทดลอง”“ลองเปลี่ยน” ที่แม้พลาดก็ไม่เกิดความเสียหาย </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> แม้พลาดก็ไม่เสียหายต่อชีวิตและองค์รวมของการพัฒนาที่เป็นอยู่มากจนเกินไป</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">เพื่อลดโอกาสของผลกระทบทางลบของข้อผิดพลาด</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ดังนั้น ในการจัดการความรู้</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">· ทุกคนต้องมีหรือพยายามสร้าง “พื้นที่ว่าง” ทางความคิด ทรัพยากร และเวลา เพื่อการ “ลอง” ทำสิ่งใหม่ เพื่อให้เกิดความรู้ ในพื้นที่ว่างการจัดการความรู้</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">· และในการเริ่มพัฒนาการจัดการความรู้นั้น จะต้องมีการสนับสนุนการพัฒนาให้เกิด “พื้นที่ว่าง” ของชีวิต เพื่อการ “ลอง” จึงเป็นสิ่งสำคัญในการเปิด “พื้นที่” เริ่มต้น ก่อนการจัดการความรู้จริงๆ</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">· ในการ “อำนวย” ให้เกิดการเรียนรู้ที่เหมาะสมนั้น จึงเป็นการสนับสนุนให้แต่ละคน “ขยายพื้นที่” ของแต่ละคนให้ “ว่าง” ในระบบชีวิตของแต่ละคน</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 36pt; text-indent: -18pt; tab-stops: list 36.0pt" class="MsoNormal">· ดังนั้น “คุณอำนวย” ที่จะสามารถทำงาน หรือดำเนินการสนับสนุน กระบวนการเรียนรู้ “ก้าวข้ามเส้นกั้น” ได้ดีนั้น ควร</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 135pt; text-indent: -36pt; tab-stops: list 135.0pt" class="MsoNormal">ก. จะต้องเข้าใจระบบนี้ และ</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 135pt; text-indent: -36pt; tab-stops: list 135.0pt" class="MsoNormal">ข. มีประสบการณ์เคยสร้าง “พื้นที่ว่าง” ให้กับตนเองเพื่อการจัดการความรู้ </p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 135pt; text-indent: -36pt; tab-stops: list 135.0pt" class="MsoNormal">ค. เคยผ่านการก้าวข้าม Buffer zone ของตนเอง</p> <p style="margin: 0cm 0cm 0pt 135pt; text-indent: -36pt; tab-stops: list 135.0pt" class="MsoNormal">ง. เคยทำ และพัฒนาตัวเองด้านการจัดการความรู้มาแล้ว </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 135pt; text-indent: -36pt; tab-stops: list 135.0pt" class="MsoNormal">จ. และการเป็น “คุณอำนวย” ก็ไม่ควรได้มาโดยสถานะทางสังคม หรือตำแหน่งใดๆ </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 135pt; text-indent: -36pt; tab-stops: list 135.0pt" class="MsoNormal"> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt 135pt; text-indent: -36pt; tab-stops: list 135.0pt" class="MsoNormal"> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: center" class="MsoNormal" align="center">นี่คืออีกมุมมองหนึ่งของการจัดการความรู้ </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: center" class="MsoNormal" align="center"></p><ul>
</ul><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: center" class="MsoNormal" align="center"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: center" class="MsoNormal" align="center"></p>ให้เกิดในสังคมไทย ในทุกลำดับชั้นครับ
ขอบคุณท่านอ.แสวงที่เปิดมุมมองใหม่เพิ่มให้ราณีค่ะ เห็นด้วยในหลาย ๆ ประเด็นค่ะ ชอบมากเลยค่ะที่ปิดประเด็นนี้ได้อย่างสวยงามค่ะ
จ. และการเป็น “คุณอำนวย” ก็ไม่ควรได้มาโดยสถานะทางสังคม หรือตำแหน่งใดๆ
นี่คืออีกมุมมองหนึ่งของการจัดการความรู้
ที่ควรทำ
ควรเริ่ม และ
ควรสนับสนุน
ให้เกิดในสังคมไทย ในทุกลำดับชั้นครับ
ขอบคุณมากนะค่ะที่เปิดมุมมองใหม่ให้กับหลาย ๆ คนรวมทั้งราณีด้วยค่ะ
สวัสดีครับ
ผมขอเสริมสำหรับผู้ที่เริ่ม คือ ขอให้มีความอยาก และความกล้า เข้าไปด้วย จะช่วยให้เกิดได้ครับ
สวัสดีค่ะ
ดิฉันเห็นด้วยค่ะว่า เราควรต้องรู้จักตัวเองก่อน จะได้ไม่สับสน คนที่มีความฝัน และค้นหาตัวเองได้ นับว่าโชคดี
ดิฉันมีประสบการณ์ส่วนตัว ที่รู้ตัวเอง ว่าอยากทำอะไร แบบไหน ในชีวิต ก็อายุเลย 30 และเมื่อมีโอกาส ก็รีบคว้าไว้เลย ได้ทำในสิ่งที่อยากทำ ใช้ความรู้เดิม+ประสบการณ์เดิม+ความรู้ใหม่ๆค่ะ ต้องเรียนรู้ใหม่ มากๆๆทีเดียว แต่ไม่ท้อ เพราะได้ทำในสิ่งที่อยากทำและทำด้วยใจ
ท่านอาจารย์ที่เคารพ
ขอบคุณครับ
ผมไม่คาดว่าใครจะอ่านความคิดของผมออก
แต่พอท่านแสดงความเห็นออกมา
ผมจึงเข้าใจว่าท่านเข้าใจที่ผมพูดจริงๆ
การจัดการความรู้เป็นธรรมชาติ
และมีการจัดการอยู่แล้วทุกคน
แต่การปรับใหม่ต้องมีการกำหนดแนวทางการพัฒนาจึงจะทำได้
นี่คือที่มาของการจัดการความรู้ ทั้งแบบธรรมชาติ และแบบสนับสนุนให้เกิด
สวัสดีค่ะอาจารย์ ดิฉันไม่ได้ทำเรื่องการจัดการความรู้ตรงๆ แต่ได้ประจักษ์ด้วยตนเองในการทั้งสร้างและจัดการความรู้ที่จะทำให้สิ่งที่ทำอยู่มีประโยชน์อย่างแท้จริงและมีประสิทธิภาพ ไม่ใช่ทำไปแล้วมานึกเสียดายพลังที่หมดไปโดยไร้ประโยชน์
...การพัฒนาจิตใจ จึงเป็นเรื่องสำคัญที่สุด ก่อนการพัฒนาความรู้ หรือ การจัดการความรู้
ดิฉันเห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะ ตอนนี้เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาให้นักศึกษาคนหนึ่ง พบว่าอาจารย์ในสถาบันนั้นที่เป็นทีมที่ปรึกษา ไม่พัฒนาจิตใจให้เปิดกว้างต่อสิ่งใหม่เลย และเขาไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ ดิฉันว่าอาจารย์ยุคปัจจุบันโดยเฉพาะอย่างยิ่งในระดับอุดมศึกษาควรจะเป็นคุณอำนวย ให้นักศึกษาได้ลองคิด หาวิธีคิดใหม่ๆ นอกกรอบให้การเรียนรู้เป็นสิ่งที่ท้าทาย น่าสนุกในการไปค้นคว้า อาจารย์ก็ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆนั้นด้วย เลยทำให้เดี๋ยวนี้ไม่อยากรับเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาเลยค่ะ กลัวไปพานักศึกษาไม่จบ
ขอบคุณครับ
ครูนง
ผมรู้สึกดีใจที่มีคนเห็นด้วยกับผม
อย่างน้อยก็แสดงว่าผมมาไม่ผิดทางเท่าไหร่
ผมอยากเห็นประเทศไทยเดินอย่างไม่หลงทางครับ
อยากได้ยินแบบบี้บ่อยๆครับ