กระแสพระราชดำรัชด้านศาสนา
" ควรพยายามเน้นการศึกษาปฏิบัติธรรมขั้นพื้นฐานให้ยิ่งกว่าอื่น

เพราะคนทั่วไปต้องการที่จะเรียนรู้ได้ง่าย เข้าใจได้ชัด ปฏิบัติได้สะดวก เมื่อประโยชน์แห่งการปฏิบัติธรรมเกิดขึ้นแล้ว เขาก็จะพึงพอใจและขวนขวายศึกษาปฏิบัติให้สูงขึ้นไปเอง และ เมื่อชาวพุทธรู้ธรรมะ ปฏิบัติธรรมะกันอย่างถูกต้องทั่วถึงมากขึ้นดังนี้ การบ่อนเบี่ยงพระศาสนาก็จะลดน้อยถอยลง พระศาสนาก็จะเจริญมั่นคงตามที่ท่านทั้งหลาย ปรารถนา "
"การปฏิบัติธรรมนั้นต้องเริ่มต้นด้วยความอยากที่จะปฏิบัติธรรม
เมื่ออยากที่จะปฏิบัติ ก็จะเริ่มสนใจ
เมื่อเริ่มสนใจก็เริ่มทำได้แล้ว
เมื่อเริ่มทำแล้วก็ต้องมีความพอใจ ( คือฉันทะ ) ในการทำหรือในการปฏิบัติ
เมื่อมีความพอใจแล้วก็จะต้องมีความเพียรพยายาม ( วิริยะ ) ความอดทน ( ขันติ ) ควบคู่กันไปด้วย ในความเพียรพยายามและความอดทนนั้น ก็จะต้องมีการเอาใจใส่ติดตามอยู่ตลอดเวลา ว่าการปฏิบัติของเราไปถึงไหนด้วย แล้วการปฏิบัติของเราก็จะก้าวหน้าไปเรื่อย ๆ จนบรรลุความสำเร็จได้ แนวการปฏิบัติเช่นนี้ไม่ใช่เฉพาะในการปฏิบัติพระพุทธศาสนาเท่านั้น
แม้ในงานอื่น ๆ ทุกอย่างก็ใช้ได้ เพราะว่าไม่มีอุปสรรคใด ๆ ที่จะข้ามไม่ได้ ถ้า
มีความเพียรพยายาม
ความอดทน และ ความเอาใจใส่ "
เรียนรู้ จากพระราชดำรัส แล้วนำไปปรับ ปรุง เติม ในการ พัฒนา ตน ฅน งาน และ องค์การ โดยเฉพาะการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา ให้ก้าวไกล ยั่งยืน สู่องค์การเรียนรู้ คู่คุณธรรม ของชาว Km เติมเต็มงานประจำ และ ชาว Blogger เกลอผู้ร่วมพัฒนาครับJJ2007
กระแสพระราชดำรัสด้านศาสนาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
การศึกษาปฎิบัติธรรมขั้นพื้นฐาน
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
นาย ฐิติพงศ์ แก้วเหล็ก · 16 ต.ค. 2550
ชายชาญ วงศ์ชิดวรรณ · 16 ต.ค. 2550
นายคณาวุฒิ · 16 ต.ค. 2550
เมืองตะลุง · 16 ต.ค. 2550
mam · 16 ต.ค. 2550
พายุ · 16 ต.ค. 2550
เรียน ท่านสิง์ป่าสัก เพื่อนรักนักพัฒนา
ขอบพระคุณครับมาเยี่ยมยาม
นับว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้องที่สุดครับ แต่ปัญหา คือ สังคมปัจจุบัน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ๆ มักจะเข้าใจด้านนี้น้อย ทั้งการศึกษา การปฏิบัติ ซึ่งมักจะมีข้ออ้างต่างๆ นานา จนทำให้สังคมวุ่นวายอย่างที่เห็น
ด้วยความเคารพรัก
อาจารย์หมอ JJ คะ
โดยส่วนตัวหนิงน้อมนำพระบรมราโชวาทมาเป็น คติสอนใจในการทำงาน ดังนี้เลยค่ะ
"...การทำงานใดๆ ควรอย่างยิ่ง ที่จะตั้งเป้าหมาย ขอบเขต และหลักการไว้ให้แน่นอน เพราะจะช่วยให้สามารถปฏิบัติมุ่งเข้าสู่ผลสำเร็จได้ โดยตรงและถูกต้องพอเหมาะพอดี เป็นการป้องกัน และขจัดความล่าช้า ความสิ้นเปลือง ความเสียเปล่า ทุกอย่างโดยสิ้นเชิง.."
(พระบรมราโชวาท ในงานพระราชทานปริญญาบัตรแก่นิสิตจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย 17 กค 30 )
เป็นสิ่งที่ดีมากๆถ้าเราสามารถน้อมนำพระราชดำรัสใส่เกล้าได้ แต่ในสังคมยุคปัจจุบันนี้ไม่เกี่ยวกับการศึกษาแต่เกี่ยวสามัญสำนึกในจิตใจของคนมากกว่าที่ทำให้โลกนี้วุ่นวาย และ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของเราไม่สงบสุขสักที(ความไม่รู้จักพอ)
ขอบคุณครับท่านอาจารย์จิตเจริญ
น้อมนำพระบรมราโชวาทใส่เกล้าครับ
คงทำงานตัวเองให้ดีที่สุดครับ พร้อมทำให้ดีขึ้นเรื่อยๆ หรืออย่างน้อยเท่าเดิมครับ
ขอบคุณครับ
น้อมรับกระแสพระราชดำรัสด้านศาสนาไปใช้ครับ