การพร้อมใจ การร่วมมือกันทำอะไรด้วยกัน ที่เป็นสิ่งที่ดี สิ่งที่สร้างสรรค์ จะเป็นหัวใจของ "สังคม" และเป็นมงคลที่สูงอย่างหนึ่ง เป็นสิ่งที่สมควรที่น่าจะช่วยกันทำให้เกิดขึ้นให้ได้ค่ะ ในสังคมทุกๆระดับในประเทศของเรา
แต่ก่อนนี้
เราจะได้ยินแต่คำว่า ทุนทรัพย์
ทุนทางปัญญา
และทุนด้านชื่อเสียงที่ดีงาม
แต่ปัจจุบัน เราได้ยินคำว่า ทุนสังคม
กันหนาหูมาก ในระยะไม่กี่ปีนี้ และทุนทางสังคมนี้
ก็ไม่ใช่เป็นทุนรูปแบบเก่า ที่ใช้สายสัมพันธ์กันแค่ไม่กี่คน
หรือเฉพาะหมู่พวกของตน
แต่เป็นการมองออกไปนอกตัว
และคิดว่าเราจะช่วยเหลือเสียสละอะไรให้แก่คนอื่นได้บ้าง
อย่างเต็มอกเต็มใจ
แบบเพื่อนช่วยเหลือกัน
มีน้ำใจให้แก่กัน
แม้ในเรื่องที่มิใช่เรื่องที่จะมีผลกระทบกับเราตรงๆก็ตาม
สามารถแสดงออกมาได้ในหลายรูปแบบ
ตลอดจนการอาสาเพื่อช่วยเหลือสังคม
ปัจจุบัน เป็นเรื่องที่น่าปลื้มใจมาก
ที่รัฐบาล
ได้มีวาระแห่งชาติ
ว่าด้วย การ
ส่งเสริมให้มีการให้และการอาสาช่วยเหลือสังคม
ก่อตั้งขึ้นตามมติคณะรัฐมนตรี
ที่กำหนดให้ปี
2550
เป็นปีแห่งการให้และการอาสาช่วยเหลือสังคม
นอกจากนี้ ยังมีเว็บไซต์
Konjaidee.com
เป็นเว็บไซต์ที่ ได้รับการสนับสนุนระยะแรกจากเครือข่ายจิตอาสา
ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาพลังแผ่นดินเชิงคุณธรรม
นำเสนอข้อมูลพื้นฐานของศูนย์
ระบบค้นหากิจกรรมอาสาและการให้ที่ผู้สนใจสามารถเลือกหมวดหมู่ที่ตนเองสนใจได้
เป็นการร่วมมือกันรณรงค์ส่งเสริม
“จิตอาสา” ให้เกิดขึ้นในประเทศไทย
เป็นเรื่องที่น่าชื่นชม
เพราะเป็นการเรียก
น้ำใจงามของคนไทย
ให้กลับมาอีกครั้งหนึ่ง
และควรจะต้องดีขึ้นกว่าเดิม เพราะ
จะไม่จำกัดอยู่เฉพาะญาติมิตร เพื่อน
หรือคนรู้จักเท่านั้น
แต่ควรต้องเผื่อแผ่
ดูแลสังคมไทย ดูแลสิ่งแวดล้อม ชุมชน
ตลอดจนปัญหาต่างๆรอบๆตัวร่วมกัน
ร่วมกันสร้างสรรค์สิ่งดีๆ
ทำดีให้เป็นรูปธรรมกันมากขึ้นใน ไม่เพียงแต่
รอดูว่า ใครจะรับผิดชอบเรื่องอะไร
แต่ควรต้องออกมา
มีส่วนร่วมรับผิดชอบด้วยกัน
นอกจากนี้ ดิฉันทราบมาว่า
ในระดับนักเรียนมัธยมต้น บางโรงเรียน
ได้มีการจัดกิจกรรมรณรงค์ต่อต้านยาเสพติด
ต่อต้านการสูบบุหรี่
รณรงค์รักษาสิ่งแวดล้อมและดูแลสภาพทั่วไปของโรงเรียน ให้สะอาด
น่าเรียน แม้แต่ที่หมู่บ้าน
ของตนเอง
ก็รณรงค์ในเรื่องความสะอาด
ให้เด็กๆในหมู่บ้านรักการกีฬา
เอาใจใส่สุขภาพ และดูแลผู้สูงอายุ
การแสดงออกของนักเรียนดังกล่าว เป็นการเริ่มต้นของการมีพลังแห่งจิตสาธารณะแล้วค่ะ
ในวงการแพทย์ ก็มี
หมอรุ่นใหม่ ที่รักษาคนไข้ด้วยหัวใจ เช่น
เมื่อคราวที่ แผนงานพัฒนาจิตเพื่อสุขภาพ มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์
(มสส.) ร่วมกับ
คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
จัดเวทีขับเคลื่อนเครือข่ายการพัฒนาสุขภาพที่มีหัวใจความเป็นมนุษย์
(คสม.) เรื่อง “Humanized Health Care
ใส่หัวใจให้ระบบสุขภาพ” ขึ้น ณ
โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดพิษณุโลก
เป็นต้น
แม้แต่ในภาคธุรกิจ
ก็มีการตื่นตัวกันมากในการทำกิจกรรมลักษณะนี้
เช่น เมอร์ค
ประเทศไทย
ได้จัดกิจกรรมลูกค้าและพนักงานอาสาสมัครที่ชื่อว่า
“รักษ์ผืนป่ากับเมอร์ค ประเทศไทย”
ณ สวนพฤกษาชาติศรีนครเขื่อนขันธ์ จ.สมุทรปราการ ร่วมกับมูลนิธิ
Plant-A-Tree-Today
และศูนย์จัดการพื้นที่สีเขียวเชิงนิเวศน์นครเขื่อนขันธ์
กรมป่าไม้เพื่อสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาสิ่งแวดล้อมและเพื่อรณรงค์ให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการพิทักษ์สิ่งแวดล้อม
โดยการปลูกต้นไม้เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวเพื่อช่วยลดภาวะโลกร้อน
เครือซิเมนต์ไทย
(เอสซีจี)
ได้สร้างสรรค์กิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมอย่างจริงจัง
และต่อเนื่องมาเป็นเวลานาน ที่สำคัญได้แก่ ด้านสิ่งแวดล้อม การศึกษา
กีฬา ชุมชน และสาธารณประโยชน์ ที่ได้ยินกันบ่อยๆ
เช่น
โครงการ"เครือซิเมนต์ไทยช่วยภัยแล้ง" /
“เครือซิเมนต์ไทย-7สี ช่วยชาวบ้าน”
เพื่อช่วยเหลือผู้เดือดร้อนจากภัยพิบัติต่างๆ ทั่วประเทศ
และ
ชมรมค่ายอาสาพัฒนาเครือซิเมนต์ไทย (เอสซีจี)
ก็เป็นกิจกรรมที่เกิดจาก
การที่พนักงานรวมตัวกัน
เพื่อบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคมมาตั้งแต่ปี
2522
โดยเสียสละวันหยุดพักผ่อนออกไปสร้างสาธารณสมบัติ อาทิ สถานพยาบาล
อาคารเรียน
และถังเก็บน้ำฝน ในท้องถิ่นทุรกันดารเป็นประจำทุกปี
เป็นต้น
ในส่วนที่เกี่ยวกับภาคธุรกิจนี้
สำนักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
ได้มี คำสั่งจัดตั้งศูนย์ส่งเสริมธุรกิจเพื่อสังคม
(CSR)
ขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้ภาคธุรกิจได้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมด้วย
ซึ่งปรากฏว่า ทางภาคธุรกิจก็ขานรับแนวคิด
ความรับผิดชอบของธุรกิจต่อสังคม (Corporate
Social Responsibility : CSR)
นี้กันอย่างคึกคัก
ซีเอสอาร์
เป็นคำย่อจากภาษาอังกฤษว่า
Corporate
Social Responsibility (CSR) หรือ
บรรษัทบริบาล หมายถึง การดำเนินกิจกรรมภายในและภายนอกองค์กร
ที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสังคมทั้งในระดับใกล้และไกล
ด้วยการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในองค์กรหรือทรัพยากรจากภายนอกองค์กร
ในอันที่จะทำให้อยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างเป็นปกติสุข
อ้างถึงการอธิบาย
ของ.....ดร.พิพัฒน์
ยอดพฤติการผู้อำนวยการสถาบันไทยพัฒน์
สำหรับระดับโลก
เราได้ยินชื่อเสียงของบุคคลหรือกลุ่มธุรกิจ
ที่ดำเนินกิจกรรมที่น่าชื่นชม ให้แก่สังคมโลก กันหลายคน
ยกตัวอย่าง เช่น
บิล
เกตส์
คนที่เป็นผู้ให้การสนับสนุนสังคมรายใหญ่ที่สุดของโลก
วอร์เรน อี.
บัฟเฟตต์
"เศรษฐีการุณ"มอบเงินให้กับบิล
และ เมลินดา เกตส์ ฟาวเดชัน
เพิ่อให้นำเงินของเขาไปก่อประโยชน์ต่อคนส่วนใหญ่ให้ได้อย่างดีที่สุด
เป็นการแสดงความไร้อัตตาออกมาที่ทำให้ทุกคนทั่วโลกทึ่ง
นายโบโน
นักดนตรีร็อค วง
U2
ชาวไอริช ที่เป็นตัวตั้ง ตัวดี ในการให้ประเทศที่ร่ำรวย ยกหนี้
ให้ประเทศที่ยากจน เคยได้รับรางวัลเกียรติยศจากผลงานมาหลายครั้ง
เช่น ได้รับพระราชทาน
เครื่องราชอิสริยาภรณ์เกียรติยศชั้นอัศวิน จาก
สมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่
2
แห่งอังกฤษ
และเคยได้รับการยกย่องให้เป็นบุคคลแห่งปี
จากนิตยสารไทม์ด้วย
ดาราภาพยนตร์
แองเจลลิน่า
โจลี่
ที่ช่วยเหลือประเทศเขมรหลายด้าน
จนได้เป็นทูตสันติภาพขององค์การสหประชาชาติ
The Breast Cancer
Reseach Foundation โดย
Evelyn H. Lauder รองประธานอาวุโส กลุ่มบริษัทเอสเต้
ลอเดอร์ จัดโครงการต่อต้านมะเร็งเต้านม
มาตั้งแต่ ปี 2535
มีการจัดกิจกรรมภายใต้สัญลักษณ์ริบบิ้นสีชมพู
พร้อมกันทั่วโลกในเดือนตุลาคม ของทุกปี
มีสถานที่เด่นๆหลายร้อยแห่ง กว่า 50 ประเทศทั่วโลก เข้าร่วมโครงการ
เช่น ตึกเอ็มไพร์สเตท น้ำตกไนแอการา หอเอน
แห่งเมืองปิซ่าในอิตาลี และ หอคอยแห่งกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น
เป็นต้น โดยได้มอบรายได้ส่วนหนึ่ง ให้แก่มูลนิธิ
เพื่อการวิจัยโรคมะเร็งเต้านม เป็นต้น
ดังนั้น
การพร้อมใจ การร่วมมือกันทำอะไรด้วยกัน
ที่เป็นสิ่งที่ดี
สิ่งที่สร้างสรรค์ จะเป็นหัวใจของ
"สังคม"
และเป็นมงคลที่สูงอย่างหนึ่ง
เป็นสิ่งที่สมควรน่าจะช่วยกันทำให้เกิดขึ้นให้ได้ค่ะ
ในสังคมทุกๆระดับในประเทศของเรา
ขอบคุณครับ ประทับใจ
คุณศศินันท์มีข้อมูลท่วมท้นเชียวครับ
ชอบ
สวัสดีค่ะคุณพี่ศศินันท์
เห็นด้วยเลยค่ะว่าสังคมที่ดีจะต้องเป็นสังคมที่คนในสังคมรู้จักให้ หรือมีจิตอาสาเป็นทุนค่ะ
สังคมที่มีแต่การแก่งแย่งกันนั้นจะนำไปสู่ความแตกแยกกันในที่สุด สังคมที่ใช้ีเศรษฐกิจนำมาจนเกินไป เป็นสังคมที่มีกิเลสเป็นฐาน
เห็นด้วยเลยค่ะที่ประเทศไทยจะมีเจตนารมณ์์นี้เป็นวาระแห่งชาติ ^ ^
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีคะพี่
ตามมาอ่านค่ะ ยกนิ้วให้กับข้อมูลที่แน่นปั้กเลยค่ะ ดีใจจังค่ะที่ได้เข้ามาในบันทึกนี้ค่ะ ได้อ่านข้อมูลดี ๆ ที่หายากจริงๆ ค่ะ อย่างที่พี่ทำเขาเรียกว่าจิตอาสาค่ะ สุดยอดค่ะ
คิดถึงมาก ๆ นะค่ะ รักษาสุขภาพด้วยค่ะ ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลง ขอบคุณมากค่ะ
สวัสดีค่ะ
อ่านหนังสือพิมพืเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ว่าเครื่องสำอางค์ เอสเต้ มีการรณรงค์พร้อมกันทั่วโลก เพื่อให้ผู้หญิงตระหนักถึงภัยมะเร็งเต้านม ยังคิดว่า เขาก็ทำเพื่อสังคมไม่น้อยนะ ก็เป็นตัวอย่างที่ดีนะคะ
สาธุ สาธุ และ สาธุ ครับ
สวัสดีค่ะคุณหมอคะ
ธนพันธ์ ชูบุญ
จริงๆเรื่องจิตอาสา เราก็มีมานานแล้วนะคะ
สมัยเรียนหนังสือ ก็มีการออกค่ายกันเป็นประจำ พอกลับมาก็มาปลื้มใจกันมาก พอปีต่อไป ก็ไปกันอีก
แต่หลังๆมานี่ เรื่องกิจกรรมจิตอาสานี่ รู้สึกว่า จะน้อยลงไป ในภาพรวม
เป็นเพราะสังคมเรา มองแต่ตัวเองและพวกพ้องกันมากขึ้น ใส่ใจคนอื่นน้อยลง ทำให้พลังของคนเราน้อยลงไป น้ำใจก็น้อยลงด้วย
จึงเป็นเรื่องที่น่ายินดี ที่ทางรัฐบาล พยายามฟื้นฟูเรื่องแบบนี้ขึ้นมาอีกค่ะ
วันนี้ ก็ได้รับข่าวว่า ท่านรัฐมนตรีเจ้ากระทรวง ที่เป็นเจ้าภาพเรื่องนี้ ท่านไม่ค่อยสบาย งานท่านคงหนักมากค่ะ ก็ขอเอาใจช่วยให้ท่านหายเร็วๆค่ะ
สวัสดีค่ะอาจารย์
เห็นด้วยกับอาจารย์ที่ว่าสังคมที่ใช้ีเศรษฐกิจนำมากจนเกินไป เป็นสังคมที่มีกิเลสเป็นฐาน
การพัฒนาหมดทั้งโลกตอนนี้ เป็นการพัฒนาทางวัตถุ ทำให้เข้าไปสู่ความเสื่อมเสียทางศีลธรรม และยังขาดความเมตตา
การพัฒนาจิตจึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งค่ะ
ไม่ใช่แต่เรานะคะที่คิดอย่างนี้ มีคนมากมาย ในประเทศต่างๆก็คิดอย่างเดียวกันค่ะ
พี่ติดตามพวกมูลนิธิ ที่ทำงานในด้านจิตวิญญาณจริงๆ พยายามมุ่งเน้น เรื่องให้คนทำความดีจริงๆ เขาได้รับการสนับสนุนไม่น้อยค่ะ
สวัสดีค่ะคุณราณี
พอดีสนใจเรื่องแบบนี้มานานแล้วค่ะ ติดตามดลอด และก็ชื่นชมค่ะ ที่เห็นยังมีคนจิตใจดีอยู่อีกมากในสังคมเรา แต่ต้องให้มากกว่านี้อีกมากๆค่ะ
ตอนนี้ คนมาสนใจเรื่องจิตใจมากขึ้น เป็นไปทั่วโลก เพราะทุกคนประสบปัญหากันทั้งนั้น และเครียด ความร่ำรวย ไม่ได้ช่วยให้คนเรามีความสุขนะคะ ความเป็นอยู่อย่างพอเพียง ต่างหาก ที่ทำให้เรามีความสุขกว่ามาก
เช่นกันค่ะ รักษาสุขภาพนะคะ ดีใจด้วย ที่วันที่ตกใจกันใหญ่ ไม่มีอะไรเสียหาย บุญรักษาค่ะ
สวัสดีค่ะ
ขอบคุณอาจารย์ที่มาเยี่ยมค่ะ
ที่ผ่านมา ประเทศเรา คนที่เรายกย่องมากว่า ประสบผลสำเร็จ มัก เป็นเชิงธุรกิจเสียมาก แต่ในระดับสาธารณะหรือ มวลชนยังมีน้อย
เท่าที่นึกออก จะเป็นพวกนักกีฬานะคะ ที่ครองใจคนหมู่มากส่วนใหญ่ ของประเทศได้ ทุกเพศ ทุกวัย
แต่ ต่อจากนี้ น่าจะมีกระแสใหม่เกิดขึ้นแล้วค่ะ คนจะยกย่อง คนที่มีจิตสาธารณะกันมากขึ้นค่ะ
สวัสดีค่ะ
ชื่อนักร้องโบโน จำได้แม่น พี่ชายชอบเขามากค่ะ แต่หลังๆนี่ กลายเป็นนักร้อง นักกิจกรรมไปแล้ว รู้สึกจะได้เคี่องราชฯเป็นอัศวินใช่ไหมคะ
ดีจังค่ะที่คุณพี่หยิบเรื่องนี้มาเขียนได้อย่างน่าอ่าน เป็นแนวทางปฏิบัติที่คนไทยทุกคนมีส่วนร่วมได้ในบริบทของตน โดยขยายบริบทของตนให้รวมมิติอื่นของสังคมเข้าไปด้วย มองการมีอยู่ของตนว่าเป็นส่วนหนึ่งของสังคม จึงมีหน้าที่ที่จะต้องช่วยสังคมในส่วนที่ยังต้องการความช่วยเหลือ
ในวงวิชาการที่นุชมีรากฐานการศึกษามาคือการสื่อสารวิทยาศาสตร์/การสร้างความตระหนักทางวิทยาศาสตร์ ในต่างประเทศมีแนวคิดที่ส่งเสริมให้นักวิทยาศาสตร์ทำหน้าที่ข้ามขอบเขตห้องวิจัยของตนออกมาสู่สังคม เป็นนักวิทยาศาสตร์ที่เรียกว่า Civic Scientist และประชาชนที่ตระหนักในการช่วยกันพัฒนาสังคมของตนเขาก็ใช้คำว่า Civic Citizen
ดังนั้นหากแนวทางจิตอาสาในบ้านเรารุ่งเรืองสังคมเราคงอบอุ่น น่าอยู่ ก้าวหน้าขึ้นอีกมาก ไม่มองเห็นแต่เงินเป็นใหญ่ หรือเอาแต่เรื่องของตัวเอง และแอบหวังนิดๆ(ในสายวิชาการของตัวเอง)ว่าคงได้เห็น Civic Scientists เพิ่มขึ้น ในการเชื่อมสายใยวิทยาศาสตร์กับสังคม อย่างมีความเข้าใจซึ่งกันและกันเพราะทำด้วยจิตเมตตา ไม่ใช่ในฐานะผู้รู้มากกว่า ดีกว่า เป็นเพียงมุมเล็กๆที่ขอเสนอให้นักวิทยาศาสตร์มาร่วมช่วยกันในเรื่องจิตอาสาแบบไทยและยังอินเทรนด์สากลด้วยนะคะ
สวัสดีค่ะคุณกฤษณา
กลุ่มบริษัทเอสเต้ ลอเดอร์ โดยได้ ทำมูลนิธินี้ The Breast Cancer Research Foundation มานานหลายปีแล้วค่ะ และได้แสดงเจตนาไว้ ดังนี้
Our mission is to achieve prevention and a cure for breast cancer in our lifetime by providing critical funding for innovative clinical and genetic research at leading medical centers worldwide, and increasing public awareness about good breast health. A minimum of 85 cents of every dollar goes to research and awareness programs
เท่าที่มูลนิธินี้ ประชาสัมพันธ์ไว้ คือตั้งแต่ปี 2533 เป็นต้นมา อัตราการเสียชีวิต จากโรคมะเร็งเต้านม ลดลงอย่างต่อเนื่องค่ะ
ประวัติ เอเวอร์ลีน เอช. ลอเดอร์
รองประธานบริษัทอาวุโส กลุ่มบริษัทเอสเต้ ลอเดอร์
สวัสดีค่ะคุณดาว
คุณดาวเล่าว่า.....
ชื่อนักร้องโบโน จำได้แม่น พี่ชายชอบเขามากค่ะ แต่หลังๆนี่ กลายเป็นนักร้อง นักกิจกรรมไปแล้ว
ดิฉันได้อ่านพบ ข้อเขียนของคุณวรากรณ์ สามโกเศศ และขอนุญาตสรุป มาณ ที่นี่ค่ะ
Bono ผู้เป็น Rock Star ที่ไม่ธรรมดา
โดย วรากรณ์ สามโกเศศ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ มติชนรายวัน วันที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2548 ปีที่ 28 ฉบับที่ 10155
โบโน วง U2 เป็นวงที่มีชื่อเสียง ก้องโลกมาเป็นเวลากว่า 20 ปี คอนเสิร์ตของเขามีบุคคลสำคัญของโลกเข้าชมอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจัดที่ไหนก็จะมีคนเข้าชมแน่นขนัด
U2 ได้รับเลือกเข้า Rock and Roll Hall of Fame ในเดือนมีนาคม 2005 และเป็นวงที่ทำรายได้สูงสุดในการเล่นคอนเสิร์ตทั่วโลกในปี 2005 ด้วย
Bono ปัจจุบันถูกขนานนามว่าเป็น rock star-stateman เป็นนักร้องหน้าตาไม่โกนหนวดโกนเครา ผิวขาว ใส่หมวกปีกบาน ชอบใส่แว่นตากันแดดเฉี่ยวๆ ใส่ตุ้มหู หวีผมเสยไปข้างหลัง หน้าตาท่าทางเอาเรื่อง
เขาเป็นคนที่เชื่อมั่นในศาสนาอย่างมากๆ และชอบในเชิงปฏิบัติ มากกว่าทฤษฏี
Bono มีความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าในการช่วยเหลือคนยากจนสุดสุดในประเทศด้อยพัฒนาของโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแอฟริกา
เขาไปพบปะนักการเมืองอเมริกันที่วอชิงตัน ดี.ซีเป็นประจำ พบผู้นำทางความคิดในองค์กรต่างๆ พบประธานาธิบดีคลินตันและบุช ตลอดจนพบผู้นำยุโรปเป็นระยะๆ ด้วยการใช้ตั๋วของการเป็นคนดังที่มีชื่อเสียงอยู่บนฐานของความเชื่อมั่นในการสร้างความดีความงามให้แก่โลก
Bono เก่งมาก
เพราะทุกคนก็ปรารถนาที่จะมีความเกี่ยวพันกับสิ่งที่เป็นบวก ตอนแรกผู้คนก็คลางแคลงใจว่า จะเป็นการตลาดส่วนตัว เพื่อสร้างภาพลักษณ์ของเขาหรือไม่ แต่เมื่อได้พบปะพูดจากับเขาแล้วทุกคนก็เชื่อว่าเขาเป็น "ของจริง" และให้การสนับสนุน
งานชิ้นสำคัญที่ตัวเขา องค์กรของเขา ที่ตั้งขึ้นเพื่อพันธกิจนี้ (DATA ซึ่งย่อมาจาก Debt AIDS-Trade-Africa) กับ Bill และ Melinda Gates ทำสำเร็จก็คือผลักดันให้ที่ประชุม G-8 (ที่ประชุมของประเทศร่ำรวยสุดในโลก 8 ประเทศ)
ในการประชุมเมื่อกลางปีที่ผ่านมา ยกหนี้ทั้งหมดมูลค่า 40,000 ล้านเหรียญที่ประเทศยากจนสุดเป็นหนี้ พร้อมทั้งให้ความช่วยเหลือแก่ประเทศเหล่านี้รวม 50,000 ล้านเหรียญ (25,000 ล้านเหรียญ เป็นของแอฟริกา) และยืนยันที่จะจัดหายาสำหรับผู้ที่มีเชื้อ HIV เกือบ 10 ล้านคนในประเทศยากจนสุดให้
G-8 ประชุมกันที่เมือง Gleneagles ในสกอตแลนด์ ในงานนี้ Bono ได้พบ 5 ใน 8 ผู้นำของ G-8 พร้อมกับจัดคอนเสิร์ตในเมือง Edinburgh ในเวลาใกล้เคียงกันเพื่อสร้างแรงกดดันสนับสนุนอีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้นก่อนการประชุม G-8 ไม่นาน
เขาจัดคอนเสิร์ตให้คนเข้าฟังฟรีในทุกประเทศที่เป็นสมาชิกของ G-8 เพื่อสนับสนุนไอเดียของการยกหนี้ ผลก็คือมีคนเข้าฟังแน่นขนัดพร้อมกับสนับสนุนไอเดียของเขาซึ่งเป็นแรงไปกดดันผู้นำอีกต่อหนึ่ง
ตั้งแต่ปี 2001 เป็นต้นมา ตัวเลขการให้ความช่วยเหลือแก่ประเทศยากจนเพิ่มขึ้นสูงอย่างน่าสังเกต จนไม่รู้ว่าเป็น Bono Effects หรือไม่ กล่าวคือตั้งแต่ปี 2001 เพิ่มจาก 67,000 ล้านเหรียญ เป็น 80,000 ล้านเหรียญ และคาดว่าจะสูงขึ้นอีกร้อยละ 60 ก่อนถึงปี 2010
ทั้งนี้ เนื่องจากหลายประเทศในยุโรปได้ยืนยันว่าจะบริจาคเงินร้อยละ 0.7 ของ GDP (สหรัฐอเมริกาปัจจุบันบริจาคร้อยละ 0.1) ซึ่งการยืนยันเหล่านี้เขามีส่วนร่วมในการผลักดัน
สิ่งที่ Bono มีไม่ใช่ความสงสารซึ่งทำให้เกิดความต้องการช่วยลดความเจ็บปวด
หากเป็นความเร่าร้อน แห่งอารมณ์เมื่อเห็นความอยุติธรรม และต้องการแก้ไข ซึ่งจะช่วยยั่วยุ กระตุ้น ชักจูง โน้มน้าวให้คนในระดับมหาเศรษฐี และคนชั้นกลางโดดเข้ามามีส่วนร่วม ในการแก้ไขความอยุติธรรม ที่เพื่อนร่วมโลกจำนวนหนึ่งเผชิญอยู่
(ข้อมูลหลักจาก Time, January 2, 2001)
หน้า 6
ขอบคุณคะ เป็นสิ่งที่ดีมากเลยคะ อาจารย์เพราะสังคมเรา ตอนนี้ก็กำลังไม่รู้ว่าจะไปในทิศทางไหนนะคะ อาจารย์ แต่ก็อยากให้สังคมไทยเป็นสังคมที่สงบ ตามวิถีการดำเนินชีวิตของคนไทยเราคะ
สวัสดีครับ พี่ศศินันท์
เครือข่ายที่เรากำลังผลักดันให้มีขึ้น ที่เรียกกันว่า "เฮฮาศาสตร์" โดยพ่อครูบาสุทธินันท์ เป็นกลุ่มจิตอาสา แบบหนึ่งที่รวมคนโดยใช้ "ใจ" เกี่ยว "ใจ" ผมคิดว่า กระบวนการทางปัญญาเพื่อพัฒนาชาติคงต้องทำแบบ "อิงระบบ" และเป็นธรรมชาติ
เฮฮาศาสตร์ ทำเพื่อเรียนรู้กับสิ่งใหม่เรื่อยๆ รวมใจคนทำงานเพื่อสังคมด้วยครับ
ตอนนี้แทบทุกภาคก็มี บุคคลที่มีทุนทางสังคมมาก เช่น
พิษณุโลก มีท่าน อ.หมอสุธี ฮั่นตระกูล
เชียงใหม่มี อ.พิชัย กรรณกุลสุนทร
อีสาน มี พ่อครูบาสุทธินันท์ ,อ.ดร.แสวง ,อ.บางทราย ไพศาล ช่วงฉ่ำ
กรุงเทพ มี ดร.วรภัทร์ ,ท่านเอกชัย ศรีวิลาศ
เป็นการก้าวย่างที่น่าจับตามองมากครับ
ถูกใจแนวคิดจริงๆครับ แม้ว่าจะแฝงอยู่ในเนื่อแท้ของเฮฮาศาสตร์อยู่แล้ว คงจะดีหากทำให้ชัดเจนว่ามุ่งสู่การปฏิบัติด้วยนะครับ
ขอต่อ พี่
ขออนุญาต ต่อ
เฮฮาศาสตร์ หรือ เรียกอะไรก็แล้วแต่ เริ่มต้นจาก "ศรัทธา" ครับ อย่างที่เม้งบอกผมว่า NORM หรือบรรทัดฐานทางใจ Network of Real Mind ระยะเเรกอาจเป็นการรวมพล รวมใจกันก่อน...
ส่วนการปฏิบัติ ขนาดถึง social mobilization นั้น มีแน่นอนครับ ผมคิดว่าเครือข่ายมีพลังมากพอที่จะนำไปสู่รูปธรรมที่หลากหลายตอบสนองระบบปัญญาของสังคมไทย
ขอบคุณพี่ Conductor ครับ