การเรียนรู้ร่วมกันนำไปสู่ความสันติสุขเฉกเช่นกลุ่มคนใน G2K จะเป็นตัวแบบในการศึกษาได้ดี

<p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal">ผมกำลังกลั่นความคิดเนรมิตรหลักสูตรที่เปลี่ยนรูปแบบการนั่งในห้องเรียนไปสู่ท้องทุ่งและพื้นที่ปัญหาขัดแย้งและพื้นที่สันติสุขเพื่อสร้างความสมานฉันท์</p>

เนื่องจากสถาบันพระปกเกล้าเวลามีการเปิดอบรมหลักสูตรต่างๆ  แต่ละหลักสูตรจะมีคนที่ต้องการเข้ามาอบรมจำนวนมาก  อยากให้รูปแบบเปลี่ยนไปเอากรณีศึกษามาเป็นตัวแบบ  แนวคิดทฤษฎีค่อยตามมาที่หลัง  ภายใต้แนวคิดไม่ยึดติดตำรา

          มีการมองว่าใน  การ</span></strong>อบรมคงจะต้องเอาคนที่อยู่ในแวดวงความขัดแย้งมาอบรมด้วยกันหรือจะเอาคนที่แก้ไขความขัดแย้งมาเรียนกับคนที่ขัดแย้ง  แลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันแกน  อนาคตต่อไปคงต้องมีหลักสูตรสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำชุมชนที่เป็นฐานรากในพื้นที่เช่นกำนัน  ผู้ใหญ่บ้าน  อบต.  ผู้นำธรรมชาติ  ผู้นำสตรีในชุมชน  ฝ่ายปกครองเช่นปลัด อบต. ข้ารารชการกระทรวงเกษตร  กระทรวงพัฒนสังคมฯฯลฯ  คงต้องมาตั้งวงคุยกัน  เริ่มต้นอาจจัดให้กลุ่มคนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ก่อนก็ได้ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal">จังหวัดชายแดนภาคใต้มีประเด็นความขัดแย้งระหว่างภาครัฐกับเอกชนมาก  มีความไม่ไว้ใจกันและกันแม้แต่หน่วยราชการด้วยกันเอง  ประชาชนไม่ให้ความร่วมมือรัฐ  รัฐก็ไม่ไว้ใจประชาชน  และมีปัญหาประชาชนกับประชาชน  ไทยพุทธกับมุสลิม  ความคับแค้น  ความรู้สึกที่ถูกเก็บกด </p>นอกจากนั้นยังมีความขัดแย้งในชนบทที่ชาวนาชาวไร่ต้องลุกขึ้นมาต่อต้าน แย่งชิงทรัพยากรน้ำ   ป่าไม้  ที่ดิน ที่ทำกินและปัญหาความอดอยากยากจนการสร้างความสัมพันธ์ในระหว่างที่อบรมจะเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาเพราะจะทำให้พูดจากันรู้เรื่อง  เป็นพวกเดียวกัน  อยากให้วิทยาลัยนี้เป็นความปรารถนาของทุกๆคน วิทยาลัยฯต้องการสร้างความสามารถให้ชาวบ้านวิจัยด้วยตัวเอง(ทีมครูบา  เฮฮาศาสตร์  จะช่วยผมได้มาก  งานของน้องเอกก็จะเป็นตัวแบบได้ดี) ามารถแก้ปัญหาตัวเองได้  ภาครัฐเพียงเป็นพี่เลี้ยง  การทำวิจัยเป็นการดีเพราะไม่มีใครรู้ปัญหาได้ดีเท่ากับตัวของชาวบ้านเอง  (รูปแบบการทำประชาพิจัยตามแนวคิด  มหาวิทยาลัยชีวิต จาก ดร.เสรี  พงพิศ เป็นสิ่งอันพึงประสงค์)  ทำอย่างไรซึ่งจะเข้าไปอยู่ในหัวใจของชาวบ้านได้ ต้องรู้ข้อเท็จจริงก่อนสิ่งอื่น  การนำไปดูการปฎิบัติงานในพื้นที่  ได้สัมผัสกรณีศึกษาและเรียนรู้ก่อน  แล้วค่อยกลับมาในห้องเรียนเพื่อเขียนบันทึก  วิเคราะห์  สังเคราะห์หาข้อสรุปเสริมแต่งด้วยทฤษฎีในภายหลัง  เป็นพลังที่จะสร้างคนให้เข้าใจความขัดแย้ง(รูปแบบกินข้าวผสมน้ำพริกปลาทูของ  ดร.แสวง  อาจนำมาเป็นกรณีศึกษาได้ดี) <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p>สุดท้ายอยากจะเน้นในเรื่องของการสร้างบุคคลากร  เป็นการสร้างผู้เชี่ยวชาญในมิตินี้ทั้งในเรื่องของการจัดหลักสูตรขัดแย้ง  วิทยาลัยฯนี้จะเป็นที่ปรึกษาขององค์ความรู้  ว่าจะจัดหลักสูตรอะไร  อย่างไร  และผลิตวิทยากรในเรื่องของการส่งเสริมการจัดการความขัดแย้งโดยสันติวิธี