ผมเขียนถึง สุดยอดวิธีเรียนรู้ 9 วิธีที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ในโครงการวิจัยของ สกศ. บัดนี้ สกศ.เผยแพร่รายงานการวิจัยแล้ว มีตัวอย่างความสำเร็จ ติดตามดูวีดิโอของ สกศ ได้ ที่นี่
9 วิธีดังกล่าว ได้แก่
1) รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบการพัฒนากระบวนการคิดด้วยการใช้คำถามหมวกความคิด 6 ใบ
2) รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบกระบวนการแก้ปัญหา
3) รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐาน
4) รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบสร้างองค์ความรู้
5) รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์
6) รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน
7) รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบประสบการณ์และที่เน้นการปฏิบัติ
8) รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการสู่พหุปัญญา
9) รูปแบบการจัดการเรียนรู้จากแหล่งการเรียนรู้
น่าสนใจมากครับ
อีกทั้งได้ดูวีดีโอซึ่งเป็นสำเนารายการออกแบบการเรียนรู้ทางช่อง 11 วิธีการเรียนรู้ด้วย Backward Design ที่ สพฐ.กำลังรณรงค์อยู่ เห็นว่ามีประโยชน์มาก ควรที่คนทำงานด้านการจัดการความรู้จะศึกษาเรียนรู้
ผมจึงได้นำมาฝาก เพื่อการ ลปรร. ครับ
ตามมาเยี่ยมค่ะ
และตามมาอ่านด้วยค่ะ
ขอบคุณมากเลยกำลังจะหารูปแบบการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับกลุ่มคนของผมที่จะมาเรียนว่าจะเป็นแบบใดดี คงต้องไปดูและอ่านเพิ่มเติม
สวัสดีค่ะ
-ได้ความรู้มาก...จะนำไปปรับใช้กับกลุ่ม นศ.ต่อไป
- ขอบคุณมากค่ะ
น้องบ่าวขจิต
คุณหมอนนทลีครับ
ยินดีนะครับหากจะรู้แล้วได้นำไปรับใช้
สวัสดีครับคุณอุบล
ดีใจที่คิดถึงและเข้ามาเยี่ยมเยียน
สวัสดีครับ ท่าน พลโท เอกชัย ศรีวิลาศ พี่เอก
สวัสดีครับท่าน ผอ.ครูหล้า
กศน.เราน่าจะได้นำไปปรับใช้กันเยอะๆนะครับ
สวัสดีครับ ครู
1) รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบการพัฒนากระบวนการคิดด้วยการใช้คำถามหมวกความคิด 6 ใบ
2) รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบกระบวนการแก้ปัญหา
3) รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นฐาน
4) รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบสร้างองค์ความรู้
5) รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์
6) รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน
7) รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบประสบการณ์และที่เน้นการปฏิบัติ
8) รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการสู่พหุปัญญา
9) รูปแบบการจัดการเรียนรู้จากแหล่งการเรียนรู้
เป็นรูปแบบที่น่าสนใจครับ แต่ถ้าหากจะพิจารณากันดี รูปแบบหรือหลักการ ทั้ง 9 ข้อจะคล้ายๆ กัน แต่ความแตกต่างอยู่ที่วัตถุประสงค์ ที่ต้องการจะให้เป็นในรูปแบบแนวใด เพราะว่าผมเคยพิจารณองค์ความรู้ต่างๆ แล้ว ไม่ว่าจะมีวัตถุประสงค์อย่างไร แต่พื้นฐานของกระบวนการคิดจะเหมือนกันหรือคล้ายกัน
ความสำคัญคือ การนำไปใช้ให้ถูกต้องถูกวิธี
หรือเรียกว่า ถูกทั้งศาสตร์และศิลป์ หรือ ถูกต้องตามกระบวนการและถูกกาละ(เหมาะสมตามเหตุการณ์)
เช่น
ข้อที่ 2 , 3 , 6 วัตถุประสงค์คล้ายๆ กัน
ข้อที่ 4 , 5 , 8 วัตถุประสงค์คล้ายกัน
ข้อที่ 1 , 7, 9 วัตถุประสงค์คล้ายกัน
สิ่งที่แตกต่างคือ เรียกต่างกันและเจตนาในการทำต่างกันเท่านั้น
การรวมศูนย์ความคิดเป็นเรื่องที่น่าท้าทายมากเพราะเราจะได้เรียนแบบเข้าใจ เรียนแบบตกปลาได้เอง แล้วไปทำกับข้าว แล้วแบ่งกันทาน
แนวความคิดแบบรวมศูนย์ รวมกันเป็นหนึ่ง จึงทำให้เกิดความคิดที่แตกออกไปอีกมากมาย เหมือนกัน 9 ข้อที่อาจารย์ ได้กล่าวถึง และอาจจะแตกไปได้มากกว่า 9 ข้อด้วยกัน
สิ่งประดิษฐ์ที่ผมทำก็เกิดจากความคิดรวมศูนย์เหมือนกันครับ ผมเรียนเชิญขอให้อาจารย์ แวะไปดูที่
http://gotoknow.org/blog/expert และช่วยวิจารณ์ให้ด้วยครับ
เจตนาการสร้างเครื่องมือชุดนี้ ผมต้องการให้เครื่องมือชุดนี้เป็นเครื่องมือให้เหล่านักวิชาการหรือผู้รู้ทั้งหลายได้ช่วยกันพัฒนาประเทศ ผ่านเครื่องมือที่นำความรู้ออกจากตัวตนและแสดงออกให้ เหมือนๆ กับที่สิงคโปร์เขาทำกัน โดยส่งนักบริหารจัดการส่งออก ไปยังต่างประเทศ ผลผลิตส่งออกของสิงคโปร์คือ ความรู้ แต่มามองเมื่องไทยเรา ต้องส่ายหน้า.... ทั้งๆ ที่เมื่องเรามีนักวิชาการเก่ง เยอะแยะ มากมาย ....
สำหรับเรา ควรสร้างเครื่องมือ(สร้างความรู้) ได้เช่นกัน สามารถผลิตและส่งออกไปยังต่างประเทศได้เช่นกัน
เครื่องมือที่สร้างแล้วสามารถนำไปใช้ได้ทันที สามารถสนับสนุนการตัดสินใจได้ทันที
ขอขอบคุณครับ
สวัสดีครับ คุณ MR.BHUDIT EKATHAT
ผมเข้าไปเยี่ยมบล็อก http://gotoknow.org/blog/expert แล้วครับ สนใจมากจึงนำเข้าไว้ใน แพลนเน็ต เพื่อนเรียนรู้