กระบวนทัศน์ใหม่ทางการศึกษาในยุคโลกาภิวัตน์ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> ระบบการศึกษาใหม่จะต้องส่งเสริมให้เด็กคิดเป็น ค้นพบความถนัดของตัวเอง มีจินตนาการและสามารถสร้างแรงบันดาลใจของตัวเองขึ้นมาได้ หลังจากนั้นครูและผู้ปกครองจะทำการส่งเสริมสนับสนุนเต็มศักยภาพของเขาให้บรรลุความฝันจากแรงบันดาลใจของเขาเองเป็นชั้น ๆ ไป ศักยภาพเหล่านั้นอาจเป็นนักวิทยาศาสตร์ ศิลปะ กวี นักคณิตศาสตร์ หรืออื่นใดก็ล้วนแต่สำคัญ เราก็จะได้บุคคลที่มีคุณภาพ เป็นกำลังที่สำคัญของชาติอีกคนหนึ่ง
</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">กระบวนการเรียนรู้ (LEARNING PROCESS) ไม่ใช่กระบวนการสั่งสอน
ในระยะหลายปีที่ผ่านมา สังคมไทยและสังคมโลกได้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ระบบการศึกษาจำเป็นต้องปรับตัวกันขนานใหญ่จนเกิดขบวนการปฏิรูปการศึกษากันอย่างจริงจัง คำหนึ่งที่พูดกันอย่างหนาหู คือกระบวนการเรียนรู้ หรือในภาษาอังกฤษเรียกว่า LEARNING PROCESS หากฟังโดยผิวเผินจะเข้าใจว่าเป็นการเรียนการสอนตามปกติ แต่ในความเป็นจริง กระบวนการเรียนรู้เป็นเรื่องของกระบวนการในการทำให้ผู้เรียนสามารถสร้างความรู้ของตัวเองและกลุ่มขึ้นมา คือการเรียนรู้วิธีเรียนรู้ภาษาอังกฤษเรียกว่า LEARN HOW TO LEARN ไม่ใช่การเรียนเพื่อเอาความรู้อย่างเช่นแต่ก่อน
ทักษะที่สำคัญ 2 ประการ ในการสร้างกระบวนการเรียนรู้คือ ทักษะการสืบค้น หรือ INQUIRY และทักษะการไตร่ตรอง หรือ REFLECTION โรงเรียนจึงต้องออกแบบกระบวนการเรียนรู้โดยส่งเสริม 2 ทักษะนี้ควบคู่กันตลอดเวลา จึงจะทำให้นักเรียนสามารถ LEARN HOW TO LEARN ได้
</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ขาดรากเหง้าในเชิงคุณภาพ จึงถูกกระแสโลกาภิวัตน์ลากไปตามยถากรรม
เมื่อกระแสการไหลบ่าของโลกาภิวัตน์ทวีความชัดเจนขึ้น วัฒนธรรมต่างชาติก็ไหลบ่าตามมาด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เยาวชนที่ขาดการบ่มเพาะในเชิงคุณค่า ไม่ว่าจะเป็นความภาคภูมิใจในความเป็นไทย ภูมิปัญญาท้องถิ่นจึงขาดรากเหง้าของตนเอง ถูกกระแสโลกาภิวัตน์พัดพาไปตามยถากรรม สร้างความฉงนสนเท่ห์แก่ผู้ปกครอง ไม่สามารถส่งเสริมเด็กให้ไปในทิศทางที่ควรจะเป็นได้
บริบท หรือสิ่งแวดล้อมใหม่ ซึ่งเกิดจากโลกาภิวัตน์ได้ส่งผลกระทบทั้งทางบวกและทางลบต่อสังคมไทย เป็นทั้งวิกฤตและเป็นทั้งโอกาส ถึงเวลาที่ผู้ปกครองและโรงเรียนจะต้องร่วมมือกัน ทำความเข้าใจสิ่งเหล่านี้ และมีกระบวนการจัดการที่ถูกต้อง เพื่อให้บุตรหลานของเราดำเนินชีวิตบนโลกกระแสใหม่อย่างรู้เท่าทัน เป็นฝ่ายกระทำ ไม่ใช่เป็นฝ่ายถูกกระทำ
</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">สังคมที่ไม่เรียนรู้ เป็นสังคมที่ไม่ใช้ปัญญา
ในปัจจุบัน ทุกฝ่ายเป็นห่วงในปัญหาที่เกิดขึ้นกับเยาวชน ไม่ว่าจะเป็นการใช้ชีวิตที่ฟุ่มเฟือย บริโภคนิยม ไร้สาระแก่นสาร ไม่มีเป้าหมายในชีวิต แห่ตามกระแส จนทำให้เกิดปัญหาตั้งแต่เรื่องเล็ก ๆ ไปจนถึงปัญหาใหญ่ เช่น ปัญหายาเสพติด
ภาวการณ์นี้เรียกได้ว่าเป็นภาวะที่ขาดปัญญา เยาวชนที่ประสบปัญหา คือขาดปัญญา ซึ่งอาจมีสาเหตุจากทั้งปัจจัยภายนอกครอบครัวและปัจจัยภายในครอบครัว การแก้ปัญหาการขาดปัญญา คือ ต้องทำให้สังคมเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ หรือ LEARNING SOCIETY ในระบบการศึกษาในโรงเรียน ครู นักเรียน และผู้ปกครอง จะต้องร่วมกันสร้างบรรยากาศแห่งการเรียนรู้ตลอดเวลา ทำให้ทุกคนสามารถวิเคราะห์และสังเคราะห์เรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้ สามารถแก้ไขปัญหาใหม่ ๆ ในสภาพใหม่ ๆ ได้ อย่างนี้เรียกว่า ดำเนินชีวิตในโลกใบนี้อย่างมีปัญญา
</p>เด็กยุคปฏิรูปมีหน้าตาอย่างไร
ในยุคปฏิรูปการศึกษา มีคำถามว่า เราต้องสร้างเด็ก ๆ ให้มีหน้าตาอย่างไร บทความนี้ขอเสนอภาพเยาวชนในยุคปฏิรูป ดังนี้
1. มีสุขภาพที่ดี ทั้ง 3 มิติ ได้แก่ สุขภาวะทางกาย สุขภาวะทางจิต ปัญญา และสุขภาวะทางสังคม
2. มีบุคลิกภาพฉลาด ตื่นตัว ใฝ่รู้ ใฝ่เรียน บริหารอารมณ์ได้ดี
3. รู้จักการคิด ใช้ปัญญา มีทักษะการสืบค้น (Inquiry) และไตร่ตรอง (Reflection) เข้าใจ กระบวนการเรียนรู้ของตนเอง (Self learning) และการเรียนรู้เป็นทีม (Team learning)
4. มีความคิดเป็นอิสระ มีจินตนาการ และแรงบันดาลใจของตนเอง
5. มีคุณธรรม จริยธรรม และสำนึกความเป็นพลเมือง เป็นที่ต้องการของสังคม
6. มีความเข้มแข็ง พึ่งตนเองได้ ช่วยเหลือผู้อื่นได้
7. มีทักษะในการใช้ภาษาอังกฤษ จีน ไทยได้ดี
8. มีวิธีคิดและเข้าใจ วัฒนธรรมในบริบทของสากล และคุณค่าของความเป็นไทย คุณภาพเหล่านี้ คือคุณสมบัติของการสร้างผู้ประกอบการ และผู้นำสังคมไทย
ต้องไม่พัฒนามนุษย์ แบบสร้างเครื่องจักร
ในยุคของการปฏิรูปการศึกษา ครูและผู้ปกครองจำเป็นต้องเข้าใจกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์ให้ถ่องแท้ ต้องไม่คิดกับมนุษย์แบบเครื่องจักร ต้องเข้าใจมิติทางจิตวิญญาณของมนุษย์
การพัฒนามนุษย์ จำเป็นต้องมีการจัดวางแบบแผนทางความคิด วิธีคิด และโครงสร้างระบบที่ถูกต้องตั้งแต่วัยเด็ก จะทำให้มีแบบแผนพฤติกรรมอันพึงประสงค์ นำไปสู่ความเป็นมนุษย์ที่ดีสมบูรณ์ เต็มศักยภาพ เป็นประโยชน์ต่อทั้งตัวเอง และเป็นที่ต้องการของสังคม
สถานศึกษาต้องมีวิสัยทัศน์ในการพัฒนาเยาวชนให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ หรือเป็นมนุษย์ที่แท้ เป็นคนดีและเก่ง สามารถพึ่งตนเองและช่วยเหลือผู้อื่นได้ สามารถใช้ปัญญาในการดำรงชีวิตอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมระดับท้องถิ่นและระดับโลกอย่างรู้เท่าทันและมีความสุข เป็นที่ต้องการของสังคม
การเรียนรู้ในระดับที่เหนือขึ้นไปถึงขั้นปัญญา (META LEARNING)
การเรียนในระบบใหม่ นักเรียนควรได้รับการจัดการเรียนรู้ที่สามารถดำรงตนอยู่ในโลกแห่งการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วและซับซ้อนได้ พันธกิจของโรงเรียนจะต้องสนับสนุนการเรียนรู้ระดับที่เหนือขึ้นไปถึงขั้นปัญญา (META LEARNING) ได้แก่
1) จัดการศึกษาให้เยาวชนมีวิถีดำรงชีวิตอย่างมีดุลยภาพ ระหว่างความตรงข้าม 2 ด้าน (PARADOX) ไม่เอนเอียงสุดขั้วด้านในด้านหนึ่ง เป็นการรู้จักใช้ชีวิตอย่างสมดุล
ตัวอย่างของความตรงข้าม 2 ด้าน ได้แก่ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 3pt" class="MsoNormal"> สิ่งใหม่ กับ สิ่งเก่า ความทันสมัย กับ การอนุรักษ์
เทคโนโลยี กับ ความเป็นธรรมชาติ โลกาภิวัตน์ กับ ท้องถิ่นนิยม
การพึ่งพา กับ การพึ่งตนเอง ตรรกะ กับ อารมณ์
2) สร้างพื้นฐานสำหรับการเป็นผู้นำ เพื่อการพัฒนาเป็นผู้ประกอบการ และผู้นำสังคมในอนาคต ได้แก่ แบบแผนทางความคิด โครงสร้างระบบ และแบบแผนพฤติกรรม
</p>
แหล่งที่มา ข่าวปฏิรูปการศึกษา สคส. : http://db.onec.go.th/thaied_news/ (มติชนรายวัน ฉบับที่ 9120 [หน้าที่ 7 ] ประจำวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2546)
กระบวนทัศน์ใหม่ทางการศึกษาในยุคโลกาภิวัตน์
กระบวนทัศน์ใหม่ทางการศึกษา
พิทักษ์ โยธิกา
พิทักษ์ โยธิกา