มีใครไม่รู้จัก "หมีพุห์" บ้างคะ 

เชื่อว่าคงไม่มีแน่ๆเลย  อย่างน้อยใครไม่ชอบตัวการ์ตูนก็ต้องมีลูกมีหลานที่ชอบเจ้าหมีพูห์และผองเพื่อนในป่าร้อยเคเคอร์ของเขาแน่ๆ  

เจ้าหมีตัวอ้วนกลม --ลงพุง--หน้ายิ้ม

ใครเห็นก็อดหลงรักไม่ได้

วันนี้ได้อ่านเรื่องราวของเขา เพิ่งรู้ว่าหมีวินนี่พูห์มีตัวตนจริงๆ ค่ะ...

เรื่องราวมีอยู่ว่า ร้อยเอกแฮรี่ โคลเบิร์น กำลังเดินทางจากเมือง วินนี่เพก ( Winniepeg) ประเทศแคนาดาเพื่อสมทบกับกองทหารในยุโรป  ระหว่างเดินทางขบวนรถไฟหยุดอยู่ที่หมู่บ้านไวท์ รัฐออนทาริโอ  แฮรี่ได้ซื้อลูกหมีดำจากนายพรานคนหนึ่งในราคา 20 ดอลล่าร์  ตั้งชื่อว่า “วินนี่เพก” ตามบ้านเกิดของเขา และเรียกสั้นๆว่า “วินนี่”  แฮรี่นำวินนี่ไปฝากไว้ในสวนสัตว์กรุงลอนดอน  เจ้าหมีดำหลายเป็นขวัญใจของเด็ก ๆ ในลอนดอน ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1919 จนถึงปี ค.ศ. 1934 วินนีเสียชีวิตลง 

แต่ความทรงจำของหมีดำตัวน้อยกับเด็กชายคริสเตอร์เฟอร์ โรบิน  ลูกชายของ เอ เอ ไมล์นที่อาศัยอยู่ในลอนดอน เป็นความประทับใจไม่รู้ลืม  คริสเตอร์เฟอร์มาหาวินนี่เกือบทุกวันจนพ่อของเขานำชื่อวินนี่ไปตั้งให้หมีเทดดี้แบร์ของคริสโตเฟอร์ แล้วต่อท้ายด้วย พูห์ ( Pooh) ซึ่งเป็นชื่อของหงส์ตัวหนึ่งที่อยู่ในบทกวีของไมล์น เวลาต่อมา ไมล์น เขียนนิทานเกี่ยวกับ วินนี่เดอะพูห์ และคริสโตเฟอร์ โรบิน โดยอาศัยฉากและสภาพแวดล้อมจริงจากป่าแอชดาวน์ ซัสเซ็กซ์ ที่มีเนื้อที่ 100 เอเคอร์ และตั้งอยู่ใกล้กับฟาร์มของเขาในเมืองคอตซ์ฟอร์ด และชื่อของตัวละครสัตว์ต่าง ๆ ในนิทานหมีพูห์ก็มาจากสัตว์เลี้ยงในฟาร์มของเขานั่นเอง 

เวลาผ่านไปลูกสาวของวอลท์ ดิสนีย์ ชอบนิทานเรื่องนี้มาก จนทำให้ราชาการ์ตูนนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์การ์ตูนเมื่อปี ค.ศ. 1966 การผจญภัยของหมีพูห์กับเพื่อนรักในป่าร้อยเอเคอร์ยังคงเป็นอมตะทั้งหนังสือที่ตีพิมพ์ครั้งแรกโดยสำนักพิมพ์ Methuen  ออกจำหน่าย เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 1926 โดย อี.เอช. ซีพาร์ด เป็นคนวาดภาพประกอบ .....

++++++++++++++++++++++++++++ 

อ่านไปแล้วก็คิดว่าคนเราถ้าได้มีแรงบันดาลใจจากอะไรซักอย่างเมื่อตั้งใจทำจริง เชื่อมั่นและศรัทธา ก็ทำให้ประสบความสำเร็จ เหมือนเจ้าหมีพูห์ที่เป็นที่รู้จักของคนเกือบทั่วโลก เป็นนิทานอมตะถึง 80 ปี ซึ่งหนังสือพิมพ์เป็นภาษาต่าง ๆ มากกว่า 25 ภาษาจนถึงทุกวันนี้ค่ะ

**จากหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 9 กันยายน 2550