GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

การวางแผนงบประมาณในการฝึกอบรม

การวางแผนงบประมาณในการฝึกอบรม

การวางแผนงบประมาณในการฝึกอบรม

การฝึกอบรมบุคลากรในองค์กรเป็นวิธีการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ทางหนึ่งที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน และเพื่อการดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและบรรลุเป้าหมายที่ได้ตั้งไว้ แต่การฝึกอบรมบุคลากรในองค์กรนั้นต้องมีค่าใช้จ่ายในด้านต่างๆ เช่น ค่าตอบแทนวิทยากร ค่าวัสดุอุปกรณ์ ค่าพาหนะ ค่าอาหาร ค่าที่พัก ค่าใช้จ่ายในด้านการบริหาร และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ค่าใช้จ่ายเหล่านี้ที่จะจ่ายไปในแต่ละโครงการของการฝึกอบรมจะต้องมีการคำนวณออกมาเป็นตัวเงินในหมวดต่างๆ เพื่อที่จะได้ทราบว่า จะต้องเสียค่าใช้จ่ายทั้งหมดไปเท่าใดในแต่ละโครงการ และคุ้มค่ากับการลงทุนหรือไม่ นอกจากนั้น ก็อาจมีการคาดคะเนผลของการฝึกอบรมที่ได้รับในรูปของ ตัวเงิน เพื่อเปรียบเทียบกับค่าใช้จ่ายว่าคุ้มหรือไม่ในแต่ละโครงการ

ความสำคัญในการวางแผนงบประมาณในการฝึกอบรม

ประเภทของค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม ประกอบด้วยงบประมาณที่จ่ายจริงและงบประมาณแฝง

ค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้ ที่เป็นการฝึกอบรมที่จัดในสถานที่ทำงาน ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมประกอบด้วย ค่าสมนาคุณวิทยากรในการฝึกอบรม ค่าพิธีเปิดและปิดการฝึกอบรม ค่าเครื่องดื่ม ค่าใช้จ่ายแฝง ส่วนกรณีในการฝึกอบรมนอกสถานที่ทำงานหรือต่างจังหวัด ประกอบด้วยค่าสมนาคุณวิทยากร ค่าพิธีเปิดและปิดการฝึกอบรม ค่าอาหารในการฝึกอบรม ค่าเบี้ยเลี้ยงเดินทางในการไปราชการ ค่าเช่าที่พัก ค่ายานพาหนะเดินทาง และค่าใช้จ่ายอื่นๆ

การคำนวณค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม จะต้องนำค่าใช้จ่ายมาคำนวณ และรวมยอดที่จะต้องจ่ายทั้งหมด

จุดประสงค์ในการวางแผนงบประมาณในการฝึกอบรม

ระบุประเภทของค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมได้

อธิบายค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้ ในการฝึกอบรมได้

แสดงวิธีหาค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมได้

ในการวางแผนงบประมาณในการฝึกอบรม เราควรที่จะมีการคำนวณค่าใช้จ่ายในการอบรม ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของราชการรัฐวิสาหกิจหรือเอกชนทั่วไป โดยส่วนมากการคำนวณค่าใช้จ่ายมักจะยึดหรือถือเอาระเบียบการใช้จ่ายของทางราชการเป็นหลักเบื้องต้น จะมีแตกต่างบ้างก็ขึ้นอยู่กับหน่วยงานของเอกชน ซึ่งสามารถจะนำเงินมาใช้จ่ายในด้านการฝึกอบรมนี้ โดยขออนุมัติแค่เพียงผู้บริหารขององค์การ จึงเป็นการบริหารได้อย่างอิสระมากกว่าของส่วนราชการ ที่จะต้องมีการขอและได้รับการอนุมัติจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้องก่อนจึงจะดำเนินการได้ และยังจะต้องคำนวณค่าใช้จ่ายจากอัตราที่กระทรวงการคลังได้ตั้งไว้แล้ว

ประเภทของค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม

ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม สายสอางค์ แกล้วเกษตรกรณ์เห็นว่า ควรประกอบด้วยงบประมาณ 2 ประเภท ดังนี้

1.1 1.2 บประมาณที่จ่ายจริง1.3 งบประมาณที่จ่ายจริงได้แก่ งบประมาณที่จ่ายและสามารถมองเห็นได้แบ่งออกเป็น หมวดค่าตอบแทน หมวดค่าวัสดุ หมวดค่าครุภัณฑ์ หมวดค่าใช้สอยและหมวดเบ็ดเตร็ด(ถ้ามี)

1.4 1.5 บประมาณแฝง1.6

 

งบประมาณแฝงเป็นงบประมาณที่ได้จ่ายจริงจากหน่วยงานฝึกอบรมเป็นรายจ่ายแฝงจริง เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ เงินเดือนผู้เข้ารับการฝึกอบรมในช่วงเวลาที่ทำการฝึกอบรม เป็นต้น

ส่วนมากแล้วการคิดงบประมาณหรือค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม เจ้าหน้าที่ฝึกอบรมจะคิดเฉพาะ งบประมาณที่จ่ายจริงๆเท่านั้น จ่ายจากหมวดไหนประเภทใดนั้นขึ้นอยู่กับการฝึกอบรมในแต่ละครั้งว่าจะจัดในสถานที่ทำงานหรือนอกสถานที่ทำงาน

ค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้ในการฝึกอบรม

1.7 กรณีการฝึกอบรมที่จัดในสถานที่ทำง1.8 าน

กรณีการฝึกอบรมที่จัดในสถานที่ทำงาน ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม ได้แก่

2.1.1 ค่าสมนาคุณวิทยากรในการฝึกอบรม

ค่าสมนาคุณวิทยากรในการฝึกอบรมตามระเบียบนี้ วิทยากรจะต้องไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งตามมาตรฐานกำหนดตำแหน่งให้มีหน้าที่เป็นวิทยากรในการฝึกอบรมประจำส่วนราชการ ไม่เป็นผู้จัดหรือผู้ทำหน้าที่วิทยากรในการปฐมนิเทศข้าราชการหรือลูกจ้างในส่วนราชการที่ตนสังกัด หรืออาจจะกล่าวโดยสรุปได้ว่า " เจ้าหน้าที่ฝึกอบรมหรือข้าราชการในตำแหน่งใดก็ตาม ที่ต้องทำหน้าที่เป็นวิทยากรให้ดับหลักสูตรในหน่วยงานของตน ซึ่งจัดการฝึกอบรมไม่มีสิทธิในการเบิกค่าสมนาคุณวิทยากร" โดยมีวิธีการ ดังนี้ ชั่วโมงการฝึกอบรมที่มีลักษณะเป็นการบรรยายให้จ่ายค่าสมนาคุณวิทยากรไม่เกิน

ชั่วโมงการฝึกอบรมที่มีลักษณะเป็นการบรรยายให้จ่ายค่าสมนาคุณวิทยากรไม่เกิน 1 คน

ชั่วโมงการฝึกอบรมที่มีลักษณะเป็นการอภิปรายเป็นคณะให้จ่ายค่าสมนาคุณวิทยากรได้ไม่เกิน 5 คน ชั่วโมงการฝึกอบรมที่มีลักษณะเป็นการแบ่งกลุ่มฝึกภาคปฏิบัติ แบ่งกลุ่มอภิปรายหรือแบ่งกลุ่มทำกิจกรรม จำเป็นต้องมีวิทยากรประจำกลุ่มให้จ่ายค่าสมนาคุณวิทยากรได้ไม่เกินกลุ่มละ

2 คน

ชั่วโมงการฝึกอบรมใดมีวิทยากรเกินกว่าจำนวนที่กำหนดดังกล่าวข้างต้น ให้เฉลี่ยจ่ายเงินสมนาคุณภายในจำนวนเงินที่จ่ายให้ ดังนี้

การฝึกอบรม 1 ชั่วโมง ต้องมีเวลาไม่น้อยกว่า 50 นาที หากการฝึกอบรมมีเวลาไม่เต็ม 1 ชั่วโมง แต่ไม่น้อยกว่า 25 นาที ให้เบิกจ่ายเงินสมนาคุณได้กึ่งหนึ่ง

อัตราค่าสมนาคุณวิทยากร ซึ่งจะมีความแตกต่างของบุคคลที่จะเบิกค่าสมนาคุณ ดังนี้

วิทยากรเป็นข้าราชการ ลูกจ้างของทางราชการหรือข้าราชการและลูกจ้างของหน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น หรือหน่วยงานอื่นที่มีกฎหมายบัญญัติให้มีฐานะเป็นราชการบริหารส่วนท้องถิ่น ได้แก่

การฝึกอบรมระดับต้น ระดับ 1-2

การฝึกอบรมระดับกลาง ระดับ 3-8

การฝึกอบรมระดับสูง ระดับ 9 ขึ้นไปถ้าวิทยากรมิใช่บุคลที่กล่าวมาในข้อ () ให้จ่ายเพิ่มอีกเท่าของแต่ละระดับการฝึกอบรม

สำหรับการฝึกอบรมระดับสูง ที่จำเป็นต้องใช้วิทยากรที่มีความรู้ความสารถเป็นพิเศษ และจะเบิกจ่ายค่าสมนาคุณวิทยากรสูงกว่าอัตราที่กำหนดข้างต้น ให้อยู่ในดุลยพินิจของปลัดกระทรวงเจ้าสังกัด สำหรับส่วนราชการที่ไม่มีปลัดกระทรวง ให้ผู้บังคับบัญชาที่มีอำนาจเช่นเดียวกับปลัดกระทรวงเป็นผู้ใช้ดุลยพินิจ

การฝึกอบรมที่ส่วนราชการ จัดร่วมกับรัฐวิสาหกิจหรือเอกชนถ้าวิทยากรได้รับค่าสมนาคุณจากหน่วยงานอื่นแล้วให้งดเบิกค่าสมนาคุณจากทางราชการ

2.1.2 ค่าพิธีเปิดและปิดการฝึกอบรม

ค่าพิธีเปิดและปิดการฝึกอบรม ได้แก่ ค่าดอกไม้ ธูปเทียนและจัดโต๊ะหมู่บูชา สรุปได้ดังนี้

ระยะเวลาฝึกอบรมไม่เกิน ระยะเวลาฝึกอบรมไม่เกิน 2 วัน ให้จ่ายสำหรับพิธีเปิดรวมทั้งพิธีปิด

ระยะเวลาฝึกอบรมเกินกว่า 2 วันขึ้นไป ให้จ่ายสำหรับพิธีเปิดและปิดรวม 2 ครั้ง

2.1.3 ค่าเครื่องดื่ม

ค่าเครื่องดื่มสำหรับวิทยากร ผู้เข้ารับการฝึกอบรม และเจ้าหน้าที่ของโครงการฝึกอบรมทั้งหมด โดยให้เบิกจ่ายด้วยการคำนวณเป็นมื้อต่อคนและต่อวัน โดยใน 1 วัน จะให้เบิกจ่ายค่าเครื่องดื่มได้ 2 มื้อ เช่น 20 บาท ต่อคนและต่อวัน( 2 มื้อ )

ดังนั้น ถ้าผู้เข้ารับการฝึกอบรม วิทยากร และเจ้าหน้าที่โครงการฝึกอบรมรวมแล้ว 30 คนต่อมื้อ จะเท่ากับ 600 บาทต่อวันและถ้าอบรม 3 วันเท่ากับ 6 มื้อ จะเป็นเงิน 1,800 บาท โดยสรุปแล้วการจัดการฝึกอบรมในสถานที่ทำงานเจ้าหน้าที่ฝึกอบรมจะต้องคิดงบประมาณหรือค่าใช้จ่ายใน 3 รายการดังนี้คือ

ค่าสมนาคุณวิทยากร ( ตามจำนวนการบรรยายของวิทยากรต่อชั่วโมง)

 

ค่าพิธีเปิดและปิดการฝึกอบรม

ค่าเครื่องดื่มวิทยากรเจ้าหน้าที่ฝึกอบรมและผู้เข้ารับการฝึกอบรม ( จำนวนกี่คนต่อกี่มื้อ ) 2.1.4 ค่าใช้จ่ายแฝง

นอกจากงบประมาณดังกล่าว ซึ่งเป็นงบประมาณหรือค่าใช้จ่ายที่จ่ายไปจริง ในโครงการฝึกอบรมที่จัดขึ้นในสถานที่ทำงานทุกครั้งที่จัดเสร็จสิ้นแล้วยังมีงบประมาณหรือค่าใช้จ่ายแฝง ได้แก่ค่าใช้สอยและค่าวัสดุแฝงอยู่ด้วยเพียงแต่ว่าเจ้าหน้าที่ฝึกอบรมไม่ต้องขอเบิกจ่ายในแต่ละครั้งที่จัดโครงการฝึกอบรมเพราะว่าค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ จะรวมอยู่ในค่าใช้สอย และค่าวัสดุของส่วนราชการที่รับผิดชอบ ได้แก่

ค่าใบประกาศหรือใบรับรองรวมถึงค่าพิมพ์และค่าเขียนประกาศนียบัตรและใบรับรอง

ค่าป้ายชื่อวิทยากร ผู้เข้ารับการฝึกอบรม และเจ้าหน้าที่โครงการ

ค่าวัสดุอุปกรณ์ เครื่องเขียน แบบพิมพ์ สำหรับการจัดทำเอกสารประกอบการฝึกอบรม

1.9 ในกรณีการฝึกอบรมนอกสถานที่ทำง1.10 านหรือต่าง1.11 จัง1.12 หวัด

งบประมาณหรือค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม จะเพิ่มขึ้นในหลายๆด้านเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ฝึกอบรมจะต้องเตรียมการและวางแผนในการดำเนินการอย่างพร้อมเพรียง เพราะการเตรียมการที่ดีและมีความพร้อม จะทำให้การจัดและดำเนินการโครงการฝึกอบรมสำเร็จลุล่วงตามแผนและวัตถุประสงค์ที่วางไว้กว่ากึ่งหนึ่งแล้ว เหลือแต่การจัดการและดำเนินการอีกส่วนหนึ่งเท่านั้นซึ่งก็จะทำให้การฝึกอบรมเสร็จสิ้นอย่างสมบูรณ์

สำหรับงบประมาณหรือค่าใช้จ่ายที่จะต้องเบิกจ่ายในกรณีการฝึกอบรมนอกสถานที่ มีรายการดังต่อไปนี้

2.2.1 ค่าสมนาคุณวิทยากร

วิทยากรกี่คนต่อวัน อัตราชั่วโมงละเท่าใด ในหัวข้อใด และวิทยากรเป็นข้าราชการหรือไม่ เพราะถ้าไม่ใช่ข้าราชการ จะได้รับค่าสมนาคุณต่างไปในอีกระดับหนึ่ง

2.2.2 ค่าพิธีเปิดและปิด การฝึกอบรมค่าพิธีเปิดและปิด การฝึกอบรม ถ้ามีการฝึกอบรม เกินกว่า ค่าพิธีเปิดและปิด การฝึกอบรม ถ้ามีการฝึกอบรม เกินกว่า 2 วันจะต้องจ่าย ดังนี้

ค่าพิธีเปิดการฝึกอบรม

ค่าพิธีปิดการฝึกอบรม

ค่าเครื่องดื่มวิทยากร ผู้เข้ารับการฝึกอบรม และเจ้าหน้าที่ของโครงการ

2.2.3 ค่าอาหารในการฝึกอบรม

ค่าอาหารในการฝึกอบรม ส่วนมากแล้วในการจัดการฝึกอบรมการเบิกค่าเบี้ยเลี้ยงของผู้เข้ารับการฝึกอบรม จะเบิกในลักษณะของค่าอาหารในการฝึกอบรมมากกว่าค่าเบี้ยเลี้ยงและการเบิกจ่าย

2.2.4 ค่าเบี้ยเลี้ยงเดินทางในการไปราชการ

ค่าเบี้ยเลี้ยงเดินทางในการไปราชการ จะแยกออกเป็น 2 ประเภท คือประเภท ก

ประเภท ก. ได้แก่

การเดินทางไปราชการนอกจังหวัดหรือนอกพื้นที่ตั้งสำนักงานซึ่งปฏิบัติราชการปกติ

การเดินทางไปราชการจากอำเภอหนึ่ง ไปปฏิบัติราชการในอำเภอหนึ่งแต่จังหวัดเดียวกัน

ประเภท ข. ได้แก่

การเดินทางไปราชการในท้องถิ่นที่อื่นนอกจากที่กำหนดในประเภท ก.

การเดินทางไปราชการ ในเขตกรุงเทพมหานครซึ่งเป็นที่ตั้งสำนักงานซึ่งปฏิบัติราชการปกติ

2.2.5 ค่าเช่าที่พัก

1) ในกรณีที่ใช้สถานที่ของราชการให้เบิกจ่ายอัตราที่สถานที่ของราชการเรียกเก็บทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค

2) ในกรณีที่เช่าที่พักของเอกชนทั้งในส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคสำหรับการเบิกค่าเช่าที่พักนั้น มีรายละเอียดและข้อปฏิบัติการพักคนเดียว และพัก 2 คน หรือการไปฝึกอบรมเป็นคณะ ซึ่งเจ้าหน้าที่ฝึกอบรมจะต้องศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมจากหนังสือของกระทรวงการคลัง

2.2.6 ค่ายานพาหนะเดินทางการเบิกจ่ายค่าพาหนะเดินทางของราชการในแต่ละระดับ ซึ่งคำว่า การเบิกจ่ายค่าพาหนะเดินทางของราชการในแต่ละระดับ ซึ่งคำว่า "ยานพาหนะประจำทาง" นั้นจะหมายถึงรถไฟ รถโดยสารประจำทางตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก และเรือกลเดินประจำทางตามกฎหมายว่าด้วยการเดินเรือในน่านน้ำไทย และหมายความรวมถึงยานพาหนะอื่นใดที่ให้บริการในการขนส่งแก่บุคคลทั่วไปเป็นประจำ โดยมีเส้นทางที่แน่นอน มีอัตราค่าโดยสารและค่าระวางที่แน่นอนด้วย แยกเป็นดังนี้

การเดินทางไปราชการโดยรถไฟให้เบิกได้ตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

รถธรรมดา

ตำแหน่งระดับ 1-2 เบิกในชั้นที่ 3

ตำแหน่งระดับ 3 ขึ้นไป เบิกในชั้นที่ 2

(2) รถเร็ว ตำแหน่งระดับ

1-2 เบิกในชั้นที่ 3

(นั่งปรับอากาศ บชส.)

ตำแหน่งระดับ 3 ขึ้นไป เบิกในชั้นที่ 2

(นั่งธรรมดา บชท, หรือนั่งปรับอากาศ บชท.น หรือนั่งนอนธรรมดา บนท.)

ตำแหน่งระดับ 5 ขึ้นไป เบิกในชั้นที่ 2

(นั่งนอนปรับอากาศ บนท.)(3)

รถด่วนหรือรถด่วนพิเศษ

ตำแหน่งระดับ 1-2 เบิกในชั้นที่ 3

ตำแหน่งระดับ 3 ขึ้นไป เบิกในชั้นที่ 2

(นั่งธรรมดา) (บชท.)

ตำแหน่งระดับ 5 ขึ้นไป เบิกในชั้นที่ 2

(นั่งนอนปรับอากาศ) (บนท.)

ตำแหน่งระดับ 7 ขึ้นไป เบิกในชั้นที่ 1 (นั่งนอนปรับอากาศ บนอ.)2) การเดินทางโดยเครื่องบินมีหลักเกณฑ์ดังนี้ ตำแหน่งระดับ 6 ขึ้นไป เดินทางได้ทุกกรณี

ข้าราชการหรือลูกจ้างนอกจาก (1) จะโดยสารเครื่องบินไม่ได้

 

 

2.2.7 ค่าใช้จ่ายอื่นๆ

ค่าใช้จ่ายอื่นๆในช่วงการจัดเตรียมและการฝึกอบรม เช่น

ค่าห้องฝึกอบรม ห้องแบ่งกลุ่มย่อย

ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการใช้และการตกแต่งสถานที่ฝึกอบรม

ค่าวัสดุ เครื่องเขียน และอุปกรณ์

ค่าพิมพ์และเขียนใบประกาศนียบัตร

ค่าถ่ายเอกสาร ประกอบการฝึกอบรม

ค่าใช้จ่ายในการติดต่อสื่อสาร

ค่าเช่าอุปกรณ์ต่างๆ ในการฝึกอบรม

และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่จำเป็นในการฝึกอบรม

ซึ่งรายการดังกล่าวนี้ เจ้าหน้าที่ฝึกอบรมในส่วนของส่วนราชการจะต้องทำประมาณการและบันทึกขออนุมัติ ทำความตกลงกับกระทรวงการคลังเป็นแต่ละโครงการไป

การคำนวณค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม

ในการคำนวณค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม ในช่วงที่เจ้าหน้าที่ฝึกอบรมเขียนโครงการฝึกอบรมนั้นเป็นการประมาณการค่าใช้จ่ายเบื้องต้นเท่านั้นแต่เมื่อเจ้าหน้าที่ฝึกอบรมจะต้องจัดและดำเนินการฝึกอบรมตามแผนงานที่กำหนดไว้จะต้องคิดให้ละเอียดอีกครั้งในแต่ละรายการ โดยนำค่าใช้จ่ายมาคำนวณและรวมยอดทั้งหมดเพื่อทำบันทึกขออนุมัติงบประมาณหรือค่าใช้จ่ายในการจัดโครงการฝึกอบรมต่อไป

แต่อย่างไรก็ตาม การใช้จ่ายเงินงบประมาณของโครงการฝึกอบรมในแต่ละโครงการ ผู้จัดฝึกอบรมจะต้องพึงระลึกเสมอว่า

การใช้จ่ายเงินงบประมาณทุกประเภท จะต้องได้รับอนุมัติก่อนเสมอ จึงจะเบิกจ่ายได้

การใช้จ่ายเงินงบประมาณทุกประเภท จะต้องใช้อย่างประหยัด และบังเกิดผลดีต่อทางราชการมากที่สุด การใช้จ่ายที่ฟุ่มเฟือยไม่ถูกต้องและเหมาะสม ควรละเว้นโดยเด็ดขาด

การใช้จ่ายเงินจะต้องปฏิบัติตามระเบียบของกระทรวงการคลังอย่างเคร่งครัด มิฉะนั้นจะไม่สามารถเบิกจ่ายได้

การใช้จ่ายเงินจะต้องไม่ผิดประเภท แต่อาจคิดในลักษณะถัวจ่ายในประเภทเดียวกันได้

นอกจากนี้ เมื่อสิ้นสุดการฝึกอบรมแล้ว จะต้องทำรายงานค่าใช้จ่ายและส่งเอกสารใบสำคัญต่อไปด้วย

สรุป

ในการจัดฝึกอบรมนั้น เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบในการฝึกอบรมจะต้องคำนึงถึงประเภทของค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมที่จ่ายจริง และงบประมาณแฝง ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายที่เป็นการฝึกอบรมที่จัดในสถานที่ทำงานหรือค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมนอกสถานที่ ค่าสมนาคุณวิทยากรในการฝึกอบรม ค่าพิธีเปิดและปิดการฝึกอบรม ค่าเครื่องดื่ม ค่าอาหารในการฝึกอบรม ค่าเบี้ยเลี้ยงเดินทางในการไปราชการ ค่าเช่าที่พัก ค่ายานพาหนะเดินทาง และค่าใช้จ่ายอื่นๆนั้น จะต้องมีการคำนวณค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมที่เป็นการจ่ายจริง และถ้ายิ่งการฝึกอบรมที่เป็นของส่วนราชการจะต้องทำการตกลงกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องโดยต้องใช้จ่ายตามระเบียบของกระทรวงการคลังทุกประการ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): uncategorized
หมายเลขบันทึก: 13532
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 1
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (1)

ไม่มีหนังสืออ้างอิง/บรรณานุกรม? ลอกมาทั้งหมด?