จะยังไงก็แล้วแต่ ให้ความรักเขาตอบกลับไป จะด่าเขาก็ไม่กล้าด่า จะว่าร้ายก็เขาจะเกรงใจ ในที่สุดเมื่อเขาเข้าใจ เขาจะกลับมารักเราเอง

     “รัก” กันด้วยความจริงใจ ผมเชื่อว่าจะนำมาพามาซึ่งความสงบ ความสมานฉันท์ได้จริง ความรักแม้จะดูเป็นเรื่องนามธรรมในความหมายที่หลาย ๆ คนเข้าใจ และพยายามให้นิยาม ว่ารักคืออะไร? แต่ในความจริงแล้ว ทุกคนทราบดี และรับรู้ได้เองโดยส่วนลึกว่าคืออะไร เหมือนความสุขคืออะไร? ซึ่งตั้งใจจะเขียนในบันทึกต่อจากนี้ กล่าวคือผมมองว่าไม่มีประโยชน์ที่จะหาความหมายเรื่องสิ่งนี้ “ความรัก” และ “ความสุข” เพราะล้วนเข้าใจ แต่ให้ความหมายต่างกัน แต่โดยนัยยะของแก่นคำไม่น่าจะต่างกัน

      จากข้อเสนอของ ชัยวัฒน์ สถาอานันท์ เรื่อง ทำความเข้าใจปริศนาแนวคิด "สมานฉันท์" (ท่านคลิ้กเข้าไปอ่านรายละเอียดได้) ซึ่งได้สรุป แนวทางสมานฉันท์น่าจะประกอบด้วยความคิดหลัก 9 ประการ คือ
     1. การเปิดเผย”ความจริง” (truth)
     2. ความยุติธรรม (justice) ที่เป็นความยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ (restorative justice)
     3. ความพร้อมรับผิด (accountability) คือพร้อมรับผิดในระบบราชการหากพิดพลาดขึ้นมาแล้ว
     4. การให้อภัยกัน (forgiveness)
     5. ส่งเสริมสานเสวนาระหว่างกัน (dialogue) ด้วยการเคารพความหลากหลายของกันและกัน
     6. ใช้กระบวนการสันติวิธี (nonviolence) เป็นทางเลือกเพื่อเผชิญกับความขัดแย้ง และนำไปสู่จุดหมายแบบ win - win
     7. มีพื้นที่ให้กับความทรงจำที่เจ็บปวด (memory) ถือให้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ชาติ
     8. มุ่งแก้ปัญหาในอนาคตด้วยจินตนาการที่ดี  (imagination)
     9. ยอมรับความเสี่ยงทางสังคม (risk-taking) เพื่อเสริมสร้างความไว้วางใจระหว่างกัน (trust)

     ผมไม่เพิ่มเข้าไปอีกเป็นข้อที่ 10 แต่จะขอเพิ่มให้ใช้ “ความรัก” ในการดำเนินการ แต่มุ่งเสนอว่าทุก ๆ ข้อ ทุก ๆ กระบวนการต้องใช้ “ความรัก” ที่ “จริงใจ” ไม่ใช่เสแสร้ง ค่อย ๆ พัฒนาขึ้นมาเป็นความไว้วางใจกันในสังคม คนรักกันจะเตือนสติกัน จะเป็นห่วงเป็นใยต่อกัน เอื้ออาทร คนรักกันจะ “ให้” โดยไม่คาดหวังสิ่งที่จะได้รับกลับคืนมา คนรักกันจะไม่อิจฉาตาร้อนคอยเปรียบเทียบตกตนข่มท่าน คนรักกันคงไม่ดูแคลนวัฒนธรรม ประเพณีที่ต่างจากตนไป เมื่อหลาย ๆ คนรักกัน ก็จะเป็นชุมชน สังคมที่รักกันไปเอง

     ท่านสาธารณสุขอำเภอท่านหนึ่ง (วิเชียร เวรังษี) จะครบเกษียณในอีก 2 – 3 ปีข้างหน้า ท่านเคยสอนผมว่า จะยังไงก็แล้วแต่ ให้ความรักเขาตอบกลับไป จะด่าเขาก็ไม่กล้าด่า จะว่าร้ายก็เขาจะเกรงใจ ในที่สุดเมื่อเขาเข้าใจ เขาจะกลับมารักเราเอง ท่านแนะนำผมให้ใช้อย่างท่าน ใช้ “ความรัก” ในการทำงาน ส่วนเด็กวัยรุ่นจะบอกว่า “ที่ไหนมีรัก ที่นั่นมีทุกข์” นั่นคงเป็นรักอีกแบบหนึ่ง ซึ่งไม่น่าจะใช่รักที่ผมกำลังกล่าวถึงอยู่ เพราะนั่นเป็นรักที่หวังจะเป็นเจ้าของ และหวังจะครอบครองเขามากกว่า จึงได้มีทุกข์