ก่อนที่จะได้นำเสนอภาพตัวอย่างตามที่ลงท้ายของบันทึกเมื่อวาน ขอนำข้อมูลที่น่าสนใจที่เกี่ยวข้องกับเรื่อง "การปลูกไม้เชิงเศรษฐกิจ" จากหนังสือ "เคหการเกษตร" ฉบับที่ 9 เดือนกันยายน 2550 โดยเป็นข้อมูลจากคำให้สัมภาษณ์ของนักวิชาการผู้ที่ศึกษาวิจัยเกี่ยวกับ "ไม้เศรษฐกิจ" ประเด็นที่น่าสนใจมีดังนี้ครับ
-
" ผืนดินไทยเหมาะปลูกไม้ผลิตกระดาษและเชื้อเพลิงเหลวอันดับหนึ่งในโลก" และ " ...ประเทศไทยมีสภาพพื้นที่และอากาศเหมาะสำหรับปลูกไม้ป่า ไม้โตเร็วมาก เช่น สามารถปลูกแล้วนำเอามาทำอุตสาหกรรมเยื่อและกระดาษ จนกระทั้งพิมพ์เป็นหนังสือได้เสร็จสรรพ ซึ่งทั้งโลกมีไม่กี่ประเทศที่มีศักยภาพตลอดห่วงโซ่เช่นนี้ เรียกว่าศักยภาพนี้เป็นอีกจุดแข็งหนึ่งที่ประเทศอื่นแข่งขันได้ยากมาก ...ฯลฯ.." ของ อ.นิคม แหลมศักดิ์ รองคณะบดีฝ่ายวิจัย ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยป่าไม้ คณะวนศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์
-
ดร.จงรัก วัชรินทร์รัตน์ รองคณบดีฝ่ายบริหาร คณะวนศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ ให้ข้อมูลเกี่ยวกับไม้ยูคาลิปตัส ไม้เศรษฐกิจที่เป็นความหวังในการส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนของโคกเพชร ดังนี้ " ...จากงานวิจัยทางด้านดิน พบว่ามีปัญหาเฉพาะประเทศที่มีอากาศเย็นและชื้น ทำให้ใบไม้ที่มีสารระเหยร่วงหล่นมาย่อยสลายยาก แต่สำหรับประเทศไทยมีอากาศร้อนทำให้ไม่มีปัญหาด้านนี้ แถมใบยังย่ยสลายกลายเป็นปุ๋ยให้กับพืชอีกทางหนึ่ง...ฯลฯ..."
จากข้อมูลดังกล่าวนี้ ทำให้โคกเพชรซึ่งมองเห็นทางรอดของเกษตรกรในชุมชน ด้วยการปลูกยูคาลิปตัส และไม้ยืนต้นเชิงเศรษฐกิจอื่นๆตามหัวไร่ปลายนา มีความมั่นใจมากขึ้นในการจัดการเรียนรู้ "หลักสูตรท้องถิ่นในสาระทักษะชีวิต" ที่ว่าด้วยเรื่องการทำการเกษตรผสมผสานแบบประณีตให้กับผู้เรียนและชุมชน ในรูปแบบเฉพาะของที่นี่ ซึ่งอย่างน้อยควรจะเป็นดังนี้ "ไผ่เลี้ยงหวานสีทอง เป็นพืชเศรษฐกิจนำรายได้เพื่อการใช้สอยประจำวัน(ตลอดปี) ยูคาลิปตัส เป็นพืชเศรษฐกิจให้เงินก้อนระยะ 3-4 ปี/ครั้ง(สามารถวางแผนปลูกแบบให้มีรายได้ปีละอย่างน้อย 1 ครั้งได้) ยางนา ตะเคียนทอง และไม้ป่าอื่นๆ เป็นไม้แบบบำนาญชีวิตและมรดกสำหรับลูกหลาน ส่วน "ข้าว" ใช้เป็นทุนสำรองเลี้ยงชีพระหว่างปี"(ไม่ใช่ใช้เป็นรายได้หลักอย่างทุกวันนี้และที่ผ่านมา" ซึ่งเนื้อหาวิชาดังกล่าวนี้ นอกจากที่ครูจะต้องใช้ศาสตร์ ศิลป์ ภูมิปัญญาท้องถิ่น และตัวอย่างเกษตรกรด้วยกันเอง ที่ลงมือทำจนประสบความสำเร็จให้เห็นเป็นที่ประจักษ์เป็นสำคัญแล้ว ครูยังต้องสอนด้วยสื่อการเรียนรู้ที่เป็น"ชีวิตจริงของครู" ด้วย
ดังนั้น ภาพที่นำเสนอต่อไปนี้ อาจมีบางส่วนที่แสดงถึงวิถีชีวิตและตัวตนของตัวครูเองด้วย ทั้งนี้ เพื่อมิให้เข้าลักษณะของ "สอนแต่ปาก" หรือ " สอนจากตำรา แต่ครูเองทำไม่ได้" และที่สำคัญ เป็นการยืนยันแนวคิดตามหัวข้อ "ต้นไม้ บำนาญชีวิต เพื่อเรา คนที่เรารัก ชุมชน และแผ่นดิน" ให้ชุมชนเห็นเป็นประจักษ์เพื่อความมั่นใจด้วยครับ
ต้นแบบป่าบำนาญชีวิต ณ มหาชีวาลัยอีสาน
ครูบาใหญ่ในเรื่อง"ยางนาบำนาญเพื่อชีวิต"คนดัง ร.ต.ต.วิชัย สุริยุทธิ์
ยางนาเพื่อชีวิต ของพ่อพูลสวัสดิ์ สถานพงษ์ บ้านหัวเสือ อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ
ยางนาเพื่อชีวิต(ลูก) ผสมผสานกับไม้เศรษฐกิจชนิดต่างๆของคุณประสาร สว่างภพ บ้านหัวเสือ อ.ขุขันธ์
เรือนยอดแสนสวยและเปี่ยมค่าของยางนาอายุ 16 ปี ที่วัดโคกเพชร
ชีวิตบั้นปลายอันมั่นคงจากผลงานด้านป่าไม้ตามหัวไร่ปลายนา ของพ่อกลั่น แม่สรัน รับรอง แห่งบ้านจันลม อ.ขุขันธ์
เด็กๆควรต้องได้รับรู้และเข้าใจในวัตถุประสงค์และเป้าหมายแห่งชีวิตของครอบครัวด้วย
เพราะทั้งเราและเขานั่นแหละ คือ "ผู้รับผลประโยชน์ตัวจริง"
และที่สำคัญที่สุดคือ....เด็กที่โคกเพชรซึมซับเอาแนวคิด "ต้นไม้เพื่อชีวิตที่มั่นคง" ไปแบบเต็มๆ
สวัสดีค่ะท่าน ผอ...ครูวุฒิ
อ่านบันทึกนี้แล้วชื่นใจ ที่ท่านได้ทำประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติอย่างใหญ่หลวงค่ะ
ครูอ้อยขอปรบมือให้และเป็นกำลังใจให้เสมอค่ะ
สวัสดีค่ะ ผอ.ครูวุฒิ
เอามะเฟืองมาฝาก...(แกล้ม) .....ค่ะ
สวัสดีค่ะคุณครูวุฒิ
ชื่นชม และชื่นใจ กับข้าในพระองค์ ที่ทำตามรอยเท้าพ่อได้ดีเยี่ยม เห็นเด็กๆ แล้วน่ารักมาก ช่างปั้นคงปั้นด้วยวิญญาณแห่งความเป็นครูที่แท้จริง ขอปรบมือต่อจากครูอ้อยนะคะ ให้เสียงดังไกล ไปทั่วแผ่นดินค่ะ
ขอชื่นชมทุกท่านนะครับที่สร้างประประโยชน์ให้กับประเทศชาติ
สวัสดีค่ะ
ครูวุฒิ เป็นครูที่เก่งมากค่ะ ขอยกย่อง
ขออนุญาตนำเรื่องต้นไม้ บำนาญชีวิตเพื่อเรา คนที่เรารัก ชุมชน และแผ่นดิน
ของครูวุฒิ ไปlink ที่บันทึกด้วยนะคะ
ขอบคุณค่ะ
วิกิพีเดีย คะ