สวัสดีครับทุกท่าน

         สบายดีกันไหมครับผม...หลังจากย้ายหอพักใหม่ ไม่ค่อยจะได้เข้ามาเพิ่มเติมมากนักครับ ประกอบกับยุ่งๆ เรื่องงานด้วยครับผม วันนี้จะขอใช้เวลานิดหน่อยเขียนเรื่องนี้ เกี่ยวกับทิศทางและแนวทางในอนาคตของ GotoKnow นะครับ แต่สิ่งที่ผมนำเสนอนี้ดูเหมือนว่าจะเพ้อฝันไปหน่อยนะครับ เลยขอเขียนแยกออกมาเป็นบันทึกใหม่นะครับ คำว่าเพ้อฝันนี้ มีความเป็นไปได้ในการทำและพิสูจน์ให้เราเห็นพลังหนึ่งที่สำคัญได้ หากเกิดความศรัทธา

จากบทความหลายๆ บทความดังนี้

 คุณคอนดักเตอร์ ได้รวบรวมหลายๆ ความเห็น หลายๆ บทความไว้ที่นี่  ข้อมูลและประเด็นเบื้องต้นสำหรับการปรึกษาหารือเรื่อง ทิศทางและอนาคตของ GotoKnow.org ตามอ่านได้นะครับ มีความเห็นหลากหลายและดีๆ ให้ต่อยอดกันต่อไปนะครับ

ประเด็นที่คุณ Conductor นำเสนอไว้มี 3 หัวข้อหลักดังนี้นะครับ

  1.  ประเด็น Funding model ของ GotoKnow Learners Researchers และ Volunteers ไม่ยั่งยืน!

  2. ประเด็น การพัฒนาระบบงานเป็นคอขวด!!

  3. ประเด็น เครื่องแม่ข่ายมีกำลังไม่พอ!!!

ประกอบกับบทความของ อ.ธวัชชัย ที่ได้เขียนไว้ ขอยกส่วนหนึ่งมานะครับ


"GotoKnow เป็นเว็บไซต์ของคนไทยทุกคน ที่บริหารจัดการโดยผู้ใช้"

เรา จะไม่มี "เจ้าของ" ไม่มี "ผู้บริหารระบบ" ไม่มี "ผู้พัฒนาระบบ" และอื่นๆ อีกมากมาย เราจะมีเพียง "ผู้ใช้" (users) ที่จะช่วยกันสร้างพื้นที่นี้ให้มีประโยชน์อย่างยิ่งต่อสังคมไทย

อาจารย์ หมอวิจารณ์จะเป็นเพียงผู้ใช้ ผมจะเป็นเพียงผู้ใช้ เหมือนกับทุกๆ ท่าน เราทุกคนคือผู้ใช้ที่จะช่วยสร้างสรรค์ให้พื้นที่กลางแห่งนี้เป็นพื้นที่ที่ มีคุณค่าคู่กับสังคมไทยต่อไปครับ

GotoKnow จะหล่อเลี้ยงให้เติบโตด้วย "ใจ" (goodwill) เราไม่เชื่อใน "ทุน" แต่เราเชื่อใน "ใจ" ครับ

GotoKnow คือพื้นที่กลางของสังคมไทยที่ไม่มีใครเป็นเจ้าของ เพราะเราไม่เชื่อในความคิดของ "การครอบครอง" แต่เราเชื่อในความคิดของ "การให้" ครับ


 สิ่งต่างๆ ที่ยกมา ผมมีคำตอบเดียวเท่านั้นที่จะให้กับ GotoKnow ครับ คำตอบนั้นคือ

ศรัทธา

ขอขยายความเพิ่มเติมนะครับ ศรัทธาในที่นี้ ขอกล่าวใน 3 ระดับ ดังนี้คือ

  1. แรงศรัทธา จากสมาชิกใน GotoKnow ที่มีต่อ GotoKnow

  2. แรงศรัทธา จากคนทั่วไปที่มีต่อ GotoKnow

  3. แรงศรัทธา จากองค์กรต่างๆ ทั้งรัฐ เอกชนและองค์กรอิสระ

หากเกิดได้ในสามระดับนี้ โดยเรื่องจากระดับ แรงศรัทธาจากสมาชิกก่อน แล้วค่อยขยับขยาย ตีสายธารแห่งความรู้ ให้กระเพื่อมสู่สังคมภายนอกให้รับรู้ จนเกิดเป็นแหล่งสะสมความรู้ จนเกิดเป็นพลังศรัทธาที่จะร่วมสร้างสรรค์งานต่อไปร่วมกัน

 หากนำคำกล่าวของคำว่า ใจ ในบทความของ อ.ธวัชชัย มารวมกับ คำว่า ศรัทธา นั้น ผมเชื่อว่า ประเด็นทั้งสามในบทความที่คุณ Conductor นำเสนอไว้จะได้รับการพัฒนายิ่งๆ ขึ้นไปครับ

  1.  แรงศรัทธา จากสมาชิกใน GotoKnow ที่มีต่อ GotoKnow ในส่วนนี้ หากสมาชิกใน G2k ไม่เห็นว่าชุมชนนี้ล้วนสำคัญ สภาพดีๆ ก็ไม่เกิดแน่นอนครับ ผมขออนุญาตนำเข้าสู่ประเด็นทั้งสามนะครับ

    1. เรื่องเงินทุน ในความเห็นผมคือ รับบริจาคจากสมาชิกหรือคนที่ศรัทธา ตามศรัทธา ด้วยแรงศรัทธา ไม่ว่าจะหนึ่งบาท จนถึงแรงศรัทธาที่อยากจะทำครับ มองเป็นการทำบุญเพื่อสร้างความรู้ เราทำบุญเพื่อสร้างวัตถุกันมานานแล้ว เราจะทำบุญเพื่อสร้างความรู้ให้เกิดลูกหลาน ผมว่าก็ทำได้เช่นกัน


      การทำบุญหรือการบริจาคที่ว่านี้ อาจจะเปิดบัญชีในนาม G2K ที่มีกรรมการที่ได้รับความไว้วางใจดูแลจัดการ รายรับรายจ่ายอย่างโปร่งใส ให้รับรู้กัน ใครศรัทธาก็บริจาคกันเข้าไป ใครจะบริจาคเป็นรายเดือน รายปี รายวาระตามสมควร จะหยุดบริจาคเมื่อไหร่ก็ได้ ไม่มีการบังคับ อิสระ ในการให้


      เงินรายใต้ทั้งหมดก็เอาไปบริหารจัดการเรื่องรายรับรายจ่ายในแต่ละรายเดือน แล้วแจ้งให้สมาชิกทราบ ผมเชื่อว่าระบบนี้ก็จะไปได้เช่นกัน


      คณะกรรมการนั้นก็มาจากแรงศรัทธา โดยไม่จำเป็นต้องมีประธาน แต่กรรมการสามารถทำหน้าที่หลายๆ อย่างได้ตามวาระที่ว่างและมีแรงศรัทธา ต่อสังคมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในชุมชนนี้ครับ

    2. เรื่องของการพัฒนาระบบงาน นั้น ผมเชื่อเหลือเกินว่า ใน UsableLabs นั้นจะยังพัฒนาไปต่อครับ ตลอดจนการหาแนวร่วมในการศึกษาวางแผน การหาคนมาร่วมงานและการเติบโตในอนาคตครับ และผมเชื่อว่าในทีมที่ทำอยู่ตอนนี้ ก็ใช้ใจนำ หรือศรัทธา นำอยู่แล้ว ผมเลยไม่เป็นห่วงมากในเรื่องนี้ เพียงแต่อาจจะต้องเตรียมคน สร้างคนให้เชี่ยวชาญในเรื่องเหล่านี้ ทั้งระดับการเีขียนโปรแกรมและจัดการข้อมูลและพัฒนาต่อครับ

    3. ส่วนเรื่องแม่ข่าย นั้นหากเกิดแรงศรัทธาในระดับสมาชิกแล้ว ตัวเงินทุนจากแรงศรัทธาจะเป็นแรงขับเคลื่อนให้แม่ข่ายทำงานได้ครับ

  2. แรงศรัทธาจากคนทั่วไป จะเห็นแล้ว ได้รับก็อาจจะเข้ามาสัมผัสรับรู้ และมีโอกาสจะนำไปใช้ และเกิดศรัทธาได้อีกเช่นกัน ด้วยการพูดแบบปากต่อปาก เล่าประสบการณ์ที่ตนเกี่ยวข้อง

  3. แรงศรัทธาจากองค์กรต่างๆ นั้น อยู่ที่แนวทางของระดับผู้บริหารในองค์กรจะมองเห็นครับ หากผ่านไปได้และให้ความสำคัญ การคืนแรงศรัทธาก็จะกลับมาสู่ชุมชนการแลกเปลี่ยนในที่แห่งนี้เอง

แรงศรัทธาที่กล่าวมานี้ ไม่ใช่เป็นเรื่องไกลตัวหรือเกินเอื้อม และเราเข้าถึงได้ครับ หากเราทำให้เกิดพลังศรัทธาเกิดในหมู่สมาชิกได้ ทุกอย่างจะลงตัว เหมือนรากไทย ของต้นไทรงามครับ

แรงศรัทธาที่จะส่งให้เกิด ได้แก่

  1. การทำให้ GotoKnow เกิดประโยชน์ต่อสังคมไทย ชุมชนไทย

  2. เกิดเป็น ชุมทางแห่งการพบปะของคนทำงาน ติดต่อเชื่อมสายความรู้ ก่อนจะลงไปสู่การติดต่อโดยตรงในหมู่สมาชิก แล้วคืนผลกลับสู่แรงศรัทธาต่อ G2K

  3. อื่นๆ

เครื่องพิสูจน์ ที่ผมกล่าวไว้ข้างต้น ได้แก่

  • หาก GotoKnow จะอยู่คู่กับสังคมได้ ก็อยู่ได้ด้วยจากแรงศรัทธาจากสมาชิกที่เห็นคุณค่า ศรัทธาจากคนทั่วไปที่มองว่านี่คือชุมชนที่น่าจะสนับสนุน และหาก G2K อยู่กับสังคมไทยและชุมชนจริงๆ ผมเชื่อเหลือเกินว่า G2K จะยังอยู่ได้แบบยั่งยืนหรือไม่ก็อยู่ที่แรงศรัทธานี่หล่ะครับ

  • หากองค์กรใดๆ เห็นด้วย เค้าจะวิ่งเข้ามาสนับสนุนเอง ด้วยแรงศรัทธาเช่นกัน เราไม่ต้องไปขอค่าสนับสนุนใดๆ เพิ่ม แต่เพียงช่วยกันทำให้เกิดแรงศรัทธา แบบปากต่อปาก พูดให้เห็นว่าเกิดประโยชน์อย่างไร จากการที่เค้าได้รับเองด้วยตัวของเค้า ซึ่งแนวทางนี้ก็จะเกี่ยวข้องกับหลายๆ องค์กรอยู่แล้วครับ

  • เป็นเครื่องพิสูจน์ว่า แนวทาง ไทยช่วยไทย ในเรื่องของการจัดการความรู้ เกิดขึ้นได้จริงหรือไม่ในสังคมไทย

  • และอื่นๆ



ดังนั้นจุดเริ่มต้น ที่ผมว่าทำได้คือ

  • ร่วมพลังกันเพื่อให้เกิดแรงศรัทธาต่อ ชุมชนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ว่าเกิดประโยชน์ต่อสังคมและชุมชน

  • เชื่อมต่อองค์ความรู้ที่มีให้เกิดการไหลสู่ชุมชนและสังคมในระัดับต่างๆ จากรากไทรที่มีและแอคทีฟกันอยู่ใน G2K

  • เปิดบัญชีกลางของ G2K ที่จะรับบริจาค โดยการนำเงินไปใช้อยู่ในดุลยพินิจของกรรมการ เพราะให้ด้วยแรงศรัทธา กรรมการก็ดูแลเงินบริจาคด้วยแรงศรัทธา ดังนั้น บริจาค หนึ่งบาท หรือยี่สิบบาท ก็เปี่ยมด้วยแรงศรัทธาทั้งสิ้น

  • ผมเองไม่ค่อยสบายใจมากนัก หากจะให้มีการเก็บเงินการบริการจากเพื่อนสมาชิก แบบการกำหนด ผมว่าคำว่า ใจ มันหายไปหมดเลย ผมอยากเห็นแนวทางในเรื่องของแรงศรัทธาที่อยากให้มาจากใจส่วนลึกมากกว่าครับ ไม่มีการบังคับ ทำด้วยแรงศรัทธากันทั้งสิ้น ไม่ว่าจะบริจาคเงินทุน หรือความรู้ที่นำมาเขียนบอกเล่ากัน หรือการจัดการความรู้ในชุมชนเอง

  • แล้วประเด็นปัญหาอื่นๆ จะตามมาส่งผลในทางบวกเพิ่มขึ้นครับ

  • ผมเชื่อว่าแนวทางนี้ เกิดได้...เพราะมีตัวอย่างที่เคยทำมาแล้ว แต่ขอบเขตไม่ใหญ่ในระดับประเทศ แต่จะบอกว่า เกิดความยั่งยืนครับ เพราะหากให้องค์กรรัฐสนับสนุนแล้วนั้น หากนโยบายเปลี่ยนแหล่งที่มาของทุนหรือพลังความรู้ก็เปลี่ยนตาม ซึ่งไม่ค่อยจะยั่งยืนครับ

  • อื่นๆ ช่วยกันมองนะครับ ผมมองในแนวทางเพ้อฝันนะครับ...แต่ผมเชื่อว่าแนวทางที่ผมได้นำเสนอมานี้ พวกเราทำให้เกิดได้ โครงการบริจาคทุนเพื่อการศึกษาที่พวกเราทำกันในเยอรมันก็เป็นแนวทางนี้เช่นกันครับ และเกิดมานานกว่าหกปีแล้ว...ไว้มีโอกาสผมจะเล่าให้ฟังครับ

ขอบพระคุณทุกๆ ความเห็นและ ขอบคุณทุกๆ มิตรภาพนะครับ หากสิ่งใดที่นำเสนอผิดพลาดไป ขออภัย ณ ที่นี้ด้วยครับ และยินดีที่จะรับฟังทุกๆ ข้อแย้งนะครับ

เม้ง