เช้า ๆ ที่อากาศกำลังเย็นสบายเพราะเม็ดฝนหล่นร่วงสู่ผืนดินเมื่อยามค่ำคืนที่ผ่านมา    ไก่ที่ไหนก็ไม่รู้ส่งเสียงขันพอเป็นพิธี   มั่นใจมากว่าต้องไม่ใช่ไก่บ้านฉัน    ก็ฉันไม่ได้เลี้ยงไก่นี่นา    และเสียงแม่ที่ร้องเรียกฉันก็ดังขึ้นมาว่า " ตื่น ๆ ๆ ไปเก็บเห็ดกั๊นเต๊อะ "    ห๊า!!  อะไรนะ    แม่เรียกฉันให้ลุกไปเก็บเห็ด   แม่ฉันเนี่ยนะ    โอ้!!  คว้ามือถือมากดดูเวลา   อ๋อ..อย่าแปลกใจ  ฉันมีมือถือไว้เป็นนาฬิกาดูเวลา   ตีห้ากว่า ๆ อยู่เลยยยยยยย    กลับมาที่..เมื่อแม่ส่งเสียงเรียกฉันให้ลุกไปเก็บเห็ดกันต่อดีกว่า    แหม..อากาศกำลังสบาย    ฉันจึงตอบไปพร้อม ๆ กับที่ยัดตัวเองเข้าไปใต้ผ้าห่มอีกครั้งว่า " บ่ไป มืดจะต๊ายยย  น่ากลัวออก "    และแม่ต้องงอนแน่ ๆ เงียบไปเลย

พอเลิกงาน    กลับถึงบ้านราวห้าโมงเย็น    เอ๊ะ  อะไรเนี่ย อืมมม  เห็ดนี่นา    แม่รีบยิ้มแล้วบอกด้วยความภาคภูมิใจว่า " แม่ไปเก็บมา "    อืมมม  ฉันถามย้อนกลับไปว่า " โห..เก็บได้เยอะขนาดนี้เชียว  บ่อยากเจื้อเลย "    แม่ยิ้มแหย ๆ " ก็..ซื้อเพิ่มโตย ห้าสิบบาท "  ว่าแร่ะเชียว  ว่าแล้ว

ฉันไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญหรือชำนาญการเรื่องเห็ด ๆ    แต่เห็ดก็เป็นอาหารที่ฉันโปรดปรานบ้างเป็นบางครั้งตามฤดูกาล    อีกทั้งยังไม่เคยไปเก็บเห็ดอีกด้วย    ก็..จริง ๆ แล้วน่าสนุกนะคะ    เคยอยากจะไปลองเก็บเห็ดดูเหมือนกัน    แต่ก็ยังไม่เคยมีโอกาสจะได้ไป    เพราะฉันต้องทำงานอาทิตย์ละเกือบ 7 วันยังไงล่ะ    แถวบ้านฉันเป็นดินแดนแห่งเห็ด   มันอยู่ที่ไหนก็ยังไม่รู้เหมือนกันค่ะเพราะไม่เคยไปสักที    แต่พอถึงฤดูกาลนี้ทีไร    ผู้คนจากทั่วสารทิศมักจะหลั่งไหลมาเยือนดินแดนแห่งนี้    บ้างก็ซ้อนมอเตอร์ไซค์กันไปดูอบอุ่นดี    บ้างก็รวบรวมทีมขับรถยนต์ตะลุยไปให้ถึงที่   ชาวบ้านแต่งตัวรัดกุมเหล่านี้มักจะสวนทางกับฉันที่กำลังจะออกไปทำงาน    และเมื่อเย็น ๆ ที่ฉันกำลังเดินทางกลับบ้าน    ฉันจะเห็นพวกเขาเหล่านั้นบรรทุกตะกร้าที่เต็มไปด้วยเห็ดไข่เหลือง   สวนกับฉัน   พร้อมกับรอยยิ้มเบ่งบาน

แม่..ที่ฉันและพี่สาว((ลูกป้า))มักจะเรียกเธอว่า " สาวไฮโซโนมันนี่ " ด้วยความรัก   เป็นคนที่ทำกับข้าวอร่อยที่สุดในโลก((ของฉัน))    อ๋อ..อย่าคิดว่าเก็บมาในสภาพหน้าตาสวยใสไร้ขี้โคลน ขี้ดิน นะ    นี่..แม่ฉันจัดการล้างน้ำไปสองรอบแล้ว    แถมยังมอบหน้าที่ให้ฉันเป็นผู้ล้างน้ำที่สามกับที่สี่อีกต่างหาก  โอ้!!   มาดูเห็ดฝีมือแม่ฉันกันดีกว่า  

 

ฉันไม่เคยรู้หรอกว่าเห็ดนำไปทำกับข้าวอะไรได้บ้าง    แต่ถ้าเป็นเห็ดหน้าตาอย่างที่เห็นนี่    แถวบ้านฉันจะเรียกว่า " เห็ดไข่เหลือง "     ฉันมักเห็นแม่นำไปนึ่งให้สุก   พอสุกก็ตักใส่จาน    โรยด้วยผงปรุงรส    เออ..บ้านฉันใช้ยี่ห้อรสดีน่ะ    รอให้หายร้อนเอาไปจิ้มกับน้ำจิ้มหรือพริกเกลือแล้วก็ อื้มมม  สุดยอด  อร่อยเหาะ    น้ำจิ้มทำไม่ยากค่ะ   ก็แค่เตรียมครกสะอาด    โยนกระเทียมลงไปโขลกพอบุบ    พริกขี้หนูก็ทุบให้แหลก    ตักใส่ถ้วยใบเล็ก ๆ    บีบมะนาว   เติมน้ำปลา   หรือใครชอบหวานก็เหยาะน้ำตาลไปได้บ้างนิดหน่อย   แต่บ้านฉัน..แม่ไม่ชอบ     เธอบอกว่า "  มันเลี่ยนนนนนนน "     ถ้าไม่มั่นใจฝีมือตัวเองก็เติมผงชูรสหรือรสดีลงไปได้ ไม่ว่ากันค่ะ

แต่เห็ดกองนี้  แม่เอาไปแกงค่ะ   

1.  เตรียมครก  โขลกกระเทียม   โขลกพริกหนุ่ม เออ..พริกหนุ่มเขาเรียกว่าพริกอะไรน่ะ อ๋อ..ถามแม่บ้านออฟฟิศ ๆ บอกพริกชี้ฟ้าจ้า   แฮ่ะ ๆ ๆ ตักปลาร้า  ควักกะปิ  กะปริมาณเอาเองค่ะ   ลงไปโขลกรวมกันพอแหลกก็..ขั้นตอนต่อไป  

2.  เปิดแก๊ส  ตั้งหม้อ  ใส่น้ำเปล่าลงไปในปริมาณที่เหมาะกับเห็ด    รอให้เริ่มเดือดก็เอาสารพันที่เราโขลก ๆ นั่นล่ะค่ะใส่ลงไป    ใส่เห็ดตามไป   กะระยะเวลาให้เห็ดสุกก็ใส่ยอดมะขามตามใจชอบ     แล้วแต่ว่าคุณจะชอบรสเปรี้ยวสะใจขนาดไหน      ชิมดู     ปิดแก้ส  เป็นอันเสร็จ

 

 หน้าตาอาจจะดูพิลึกสำหรับคนไม่เคย   แต่สำหรับฉัน..กรี๊ดค่ะ  เป็นอีกหนึ่งเมนูตามฤดูกาลที่ฉันแสนจะโปรดปราน     กับรสชาติเผ็ด ๆ เปรี้ยว ๆ เค็ม ๆ  ของอาหารจานนี้  ในเย็นย่ำที่ละอองเม็ดฝนที่โปรยปรายส่งผลให้อากาศเย็นยะเยือก    ตักแกงเห็ดร้อน ๆ เข้าปากไปพร้อม ๆ กันนะ อ้ำ   _<span style="font-size: 16pt; color: blue; font-family: Arial">