วันนนี้ขอนำเสนอปากกาผู้ทรยศ ของนายวิวัฒน์ แก้วโสด ผู้พิสมัยนวนิยายจีนกำลังภายใน อ่านแล้วจะต้องไปหาไออุ่น.....
ปากกาผู้ทรยศ
นายวิวัฒน์ แก้วโสด ม. 5/1
สองสามวันมานี้เขาไม่ได้ออกไปไหนเลย เขาอยู่แต่ในแก้วบนโต๊ะริมหน้าต่าง “ผู้ไร้อารมณ์ นั้นดูจะเป็นฉายาที่เหมาะกับนายนะ ว่าไหม” คำพูดถากถางตามด้วยเสียงหัวเราะเยาะจากเพื่อนๆ ปากกาด้ามอื่น แต่นั้นไม่ได้ทำให้ผู้ไร้อารมณ์ปากกาด้ามสีเงินเปลี่ยนอารมณ์เลยแม้แต่น้อย เขาแค่หันมาพร้อมใบหน้าที่เย็นชา แล้วพูดว่า “ไร้สาระ” น้ำเสียงนั้นไร้ซึ่งอารมณ์แฝง ใบหน้าของเขายังคงเดิมต่างจากใบหน้าของเหล่าปากกาด้ามอื่น ที่ยู่ยี่ ปากบี้ บอกได้ถึงความหมันไส้ที่พวกเขามีต่อผู้ไร้อารมณ์อย่างมาก เงียบกันไปสักครู่ผู้ ไร้อารมณ์ตัดสินใจกระโดดลงมาจากขอบแก้วที่เขานั่งอยู่ แล้วเดินผ่าเหล่าปากกาที่ยืนล้อมอยู่ออกไป มีปากกาสองสามแท่งล้มลงจากแรงกระแทกของผู้ไร้อารมณ์ขณะเดินผ่าน “พนันได้เลยว่าเขาต้องถูกฉันจับโยนลงขอบหน้าต่างสักวันหนึ่ง” น้ำเสียงที่รุนแรงบอกถึงความแค้น ในคำพูดที่ถูกกล่าวออกมาจากปากกาด้ามหนึ่งที่ล้มลงรุ่งเช้าของวันต่อมา ผู้ไร้อารมณ์นั่งอยู่บนขอบแก้วใบเดิม ซึ่งเขานั่งตรงนั้นตลอดคืนที่ผ่านมา “นั้นดูเหมือนเป็นการทำร้ายตัวเองทางอ้อมเลย ว่าไหม” ไม้บรรทัดวัยชรากล่าวกับเขาด้วยความเป็นห่วง ผู้ไร้อารมณ์หันมาพร้อมด้วยใบหน้าที่เย็นชา มองตรงไปยังผู้เฒ่าไม้บรรทัด จ้องกันนานราวหนึ่งนาที ดวงตาของผู้ไร้อารมณ์ก็เริ่มมองต่ำลงยังพื้น และเป็นครั้งแรกในหลายอาทิตย์ที่ผ่านมา ใบหน้าของเขาดูเศร้าเล็กน้อยจากที่มันเคยไร้อารมณ์มาตลอด และก็เป็นครั้งแรกในหลายอาทิตย์อีกที่เขาพูดออกมาอย่างตั้งใจ “เขานำเธอไปทิ้ง ด้วยเหตุผลที่ว่าเธอ ____ เธอหมึกหมด” น้ำเสียงรุนแรงเล็กน้อย “นั้นเป็นเหตุผลที่น่ารังเกลียดสำหรับมนุษย์งั้นสิ” ผู้เฒ่าไม้บรรทัดพูดอย่างมีเมตตา เงียบกันไปอีกครั้งหนึ่ง หลังจากจ้องกันอยู่นานพอควรผู้ไร้อารมณ์เลือกที่จะเดินหนีออกไป “เธอตายไปแล้วในความเป็นจริง ช่วงชีวิตของปากกาอยู่ที่หมึก” เสียงของ ผู้เฒ่าไม้บรรทัดตามหลังเขามาก่อนที่เขาจะเดินพ้นไป และนั่นทำให้ผู้ไร้อารมณ์ต้องหยุดชะงัก “เธอยังไม่ตาย ผมสละหมึกให้เธอได้” เขาฟืนใจพูดออกมาและรีบเดินออกไปอย่างรวดเร็ว ผู้เฒ่าไม้บรรทัดถอนหายใจเฮือกใหญ่และดวงตาของเขาดูเศร้ามากเวลาต่อมาผู้ไร้อารมณ์นั่งอยู่ริมขอบหน้าต่าง ดวงตาของเขาเหม่อลอยอย่างเศร้าหมอง สิ่งที่เขาเห็นตอนนี้คือภาพความทรงจำในอดีตของเขาเอง สิ่งที่เขาเห็นคือปากกาด้ามสีชมพูดูหรูหรานามว่าลิลลี่นั่งอิงเขาอยู่ ลมหายใจของเธออ่อนรวยริน ดวงตาหรี่เล็กลงดูราวกับเพิ่งตื่นนอน “ไม่อยากเป็นแบบนี้เลย ไม่อยากเลยจริงๆ” น้ำเสียงที่อ้อนวอนของเธอกล่าวออกมากับผู้ไร้อารมณ์ที่เธออิงอยู่ “ไม่ต้องห่วงฉันจะแบ่งหมึกให้เธอเอง” ผู้ไร้อารมณ์พูดอย่างรีบร้อน “เธอทำไม่ได้หรอกในความเป็นจริง” “ฉันทำได้ ฉันแบ่งหมึกให้เธอได้” “ฟังฉันสิเธอ _ทำ_ไม่_ได้” ลิลลี่พูดย้ำคำช้าๆ “แต่__” ก่อนที่ผู้ไร้อารมณ์จะทันได้พูดจบ ร่างของลิลลี่ก็ถูกหยิบขึ้นจากชายร่างเล็กคนหนึ่ง ซึ่งก็คือเจ้าของของพวกเขานั้นเอง แล้วเขาก็นำเธอไปทิ้งในลงในถังขยะใบสูงและปิดฝาสนิท สายตาของผู้ไร้อารมณ์มองไปยังถังขยะใบนั้น สภาพเขาดูตกใจมาก เช่นเดียวกับปากกาหลายด้ามที่อยู่ภายในห้อง เขาจะวิ่งเข้าไปหาลิลลี่ แต่ถูกขวางไว้ด้วยผู้เฒ่าไม้บรรทัด “ห้ามเคลื่อนไหวต่อหน้ามนุษย์” ผู้เฒ่าพูดอย่างเด็ดขาด และยิ่งตอกย้ำผู้ไร้อารมณ์มากยิ่งขึ้นเมื่อถังขยะใบนั้นถูกนำออกไปนอกห้องและหลังจากนั้นเขาก็เศร้าใจมาก จนมีสภาพดั่งเช่นปัจจุบัน ระหว่างที่ภาพความทรงจำของเขาผ่านไป ผู้เฒ่าไม้บรรทัดก็เข้ามาอีกครั้งและพูดว่า “เธอจากไปอย่างไม่มีวันกลับ เธอตายไปแล้ว” น้ำเสียงดูพยายามอย่างมาก “เธอยังไม่ตาย _ เธอรอผมอยู่ _ ที่ไหนสักแห่ง เธอ _ เธอยัง _ ยังไม่ตาย” น้ำเสียงสะอึกสะอื้นพร้อมกับน้ำตาที่ล่วงพรู “อย่าทรยศต่อความเป็นจริงอีกต่อไปเลย การฝืนคิดที่ขัดสัจธรรมย่อมเป็นความเขลา” ผู้เฒ่าพูดอย่างมีเหตุผล “ไม่จริง” ผู้ไร้อารมณ์ตะโกนออกมาและวิ่งหนีไป ทิ้งไว้เพียงไม้บรรทัดวัยชราให้ยืนเศร้าหมองอย่างเหนื่อยหน่ายเพียงผู้เดียว และผู้เฒ่าไม้บรรทัดก็รำพึงกับตัวเองว่า “ปากกาผู้ทรยศ ดูจะเป็นฉายาใหม่ที่เหมาะกับเธอนะ”