สายลมหนาวยังคงอ้อยอิ่ง...แต่คงไม่นาน แดดอันแรงกล้ายามสายก็คงขับไล่ไอเย็นให้เหือดหายไป ตาม
สายลมหนาวยามอรุณรุ่ง พัดผ่านผิวเนื้อเย็นชื่นทรวง ทำให้เกิดความสบายตัว เชียงใหม่ในต้นเดือนตุลาคมปีนี้ ดูคึกคักเป็นพิเศษ ผู้คนทยอยเข้ามาสัมผัสความเย็นแรกฤดูหนาวมากมาย ยอดดอยอินทนนท์ อ่างขาง อุทยานห้วยน้ำดัง เชียงดาว ไปจนถึงยอดดอยที่แม่ฮ่องสอน หรือเชียงราย เริ่มมีชีวิตและสีสันแห่งการท่องเที่ยวมาถึงเร็วกว่าปกติเกือบเดือน
ช่วงนี้หลายมหาวิทยาลัยก็คึกคัก เพราะเป็นฤดูกาลแห่งการสอบก่อนปิดเทอมสั้นๆ แม้ว่าหน้าตาจะดูเครียดเคร่ง เพราะเกร็งข้อสอบว่าจะไม่ผ่าน พาลติด E ติด F แต่สายลมหนาวแรกฤดู ก็ช่วยบรรเทาความร้อนรุมที่สุมอยู่ให้เบาบางลงไปได้บ้าง
ห้องพักอาจารย์ภาษาไทยปีนี้ ดูเหงาเงียบไปบ้าง เพราะพี่ๆ ที่เคยนั่งทำงาน คุยหยอกล้อเล่น หรือนินทาผู้บริหาร หายหน้าไปเพราะการเกษียณอายุราชการ ปีก่อนนี้ 3 ท่าน ปีที่แล้ว 4 ท่าน ปีนี้ 3 ท่าน รวม 3 ปี 10 ท่าน ช่างน่าใจหาย เบ็ดเสร็จทั้งมหาวิทยาลัยร่วม 40 ท่าน คลื่นลูกเก่าหายไป คลื่นลูกใหม่ก็มาช้า เพราะหาคนมาทดแทนไม่ได้ ไม่ใช่เพราะไม่มีคนมาสมัคร แต่เพราะนโยบายการบริหารบุคคลมีปัญหา ว่าจะไม่นินทาผู้บริหารแล้วนะเช้านี้ ก็อดไม่ได้
คงไม่นานนักที่เราจะได้มีอารมณ์ความรู้สึกอย่างนี้ เพราะไม่กี่ปีเราคงจะเงียบเหงาไปเหมือนกัน วันแห่งการสิ้นสุดภารกิจบนถนน "คุรุไฮเวย์" ที่ปรู๊ดปร๊าดฉับไว ไม่เหมือน "คุรุทางเกวียน" อย่างเมื่อ 30 ปีก่อน การพัฒนาการศึกษาก้าวกระโดดเกินกว่าจะตามทันได้ ล่าสุดกระทรวงศึกษาธิการ กำลังจะประกาศ เรื่อง กรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาของประเทศไทย (National Qualifications Framework for Higher Education in Thailand : NQF) ดูสาระประกาศแล้วสรุปสั้นๆ ว่า เป็นเครื่องมือแนวปฏิบัติให้สถาบันอุดมศึกษาพัฒนาการศึกษาให้ได้มาตรฐานตามกรอบที่กำหนดไว้เป็นเกณฑ์ขั้นต่ำและเพื่อการรับรองมาตรฐาน โดยเฉพาะมาตรฐานหลักสูตร มาตรฐานรายวิชา คราวนี้เห็นทีครูอาจารย์จะต้องพลิกตัวเคลื่อนไหวไปตามกระแสกดดันใหม่อีกระลอกหนึ่ง ในหลายๆ ระลอกที่ออกมาจากกระทรวงที่เคยได้ชื่อว่า "กระทรวงไดโนเสาร์เต่าล้านปี" มาบัดนี้จะมีฉายาอะไรอีกก็ไม่ทราบได้ แต่ฟังจากปากคนที่นั่งข้างสบถออกมาว่า "กระทรวงเพลี้ยกระโดด" คือนึกทำอะไรแกก็กระโดดพรวดพราด ไม่รอใคร ไม่สนใจว่าครูบาอาจารย์ นักการศึกษาที่มีอยู่นับแสนๆ จะพิศวงงงวยตามแกทันหรือไม่ พอขยับไปแกก็กระโดดออกไปอีกแล้ว นี่ก็ยังมึนไม่หายกับ การประเมินของ สมศ. วงรอบที่ผ่านมาเลย

สวัสดีค่ะ
sasinanda
จินตนาการไปตามอาจารย์ค่ะ
กรุงเทพฯยังไม่หนาวเลย แต่ก็ไม่ค่อยร้อน
น้องชายดิฉัน ก็จบจาก มช.ค่ะ ตอนนี้เป็นนายอำเภอ ได้ ซี 9 อยู่ที่ทางใต้ค่ะ
ชีวิตของคนเรา ก็ต้องเป็นไปตามกฏธรรมชาติทุกคน ไม่มีใครหลีกพ้น
สวัสดีครับคุณ
หน้าหนาวมาเยือนเร็ว ดอกไม้บานเบ่ง เชียงใหม่ก็เริ่มฉายสีสันพรรณไม้และแสงสีแห่งฤดูกาลท่องเที่ยว หวังว่าเศรษฐกิจจะกระเตื้องขึ้นบ้าง อยู่ภายใต้เงารองเท้าบู๊ทสีเขียว 1 ปี ก็น่าจะเพียงพอแล้วสำหรับประเทศไทย
แต่อย่างไรก็ตาม เห็นด้วยครับว่า
ชีวิตของคนเรา ก็ต้องเป็นไปตามกฏธรรมชาติทุกคน ไม่มีใครหลีกพ้น จริงๆ ครับ
สวัสดีครับคุณ
ถ้าจะมาหลบแดดรับไอหนาวยามรุ่งอรุณที่เชียงใหม่ น่าจะไม่ผิดหวังครับ ตอนนี้ขึ้นดอยอินทนนท์แล้วก็ลืมความวุ่นวายในเมืองหลวงได้ดีครับ
ขอบคุณครับสำหรับภาพสวยงามของดอกไม้ที่ผมชอบมากชนิดหนึ่ง ผมจึงนำภาพดอกบัวตองมาฝากครับ
สวัสดีค่ะ
ภาพทั้งหมดงดงาม มีชีวิตมากค่ะ ต้องหยุดดูอยู่นาน เหมือนไปยืนอยู่ในภาพ มีความสุขค่ะ ถึงจะอย่างไรก็ตามแต่
สวัสดีค่ะอาจารย์
เข้ามาสัมผัสสายลมหนาวที่นี่ก่อนคะ ที่สุพรรณฯอากาศยังร้อนมาก ที่ทำงานจะจัดทัวร์มาเชียงใหม่ปลายเดื่อนนี้ ต้องเตรียมเสื้อกันหนาวกันแล้วซินะค่ะ
แวะมาเยี่ยมครับ
ได้อ่านงานเขียนของอาจารย์แล้ว ก็เข้าใจภาระงานสอนและหน้าที่ความเป็นครูของอาจารย์หลายๆท่านมากขึ้นครับ บางครั้งการบ่นหรือนินทาผู้อื่นบ้างก็น่าจะช่วยให้จิตใจโล่งคลายได้บ้างใช่ไหมครับ
ตอนนี้ผมเข้าไปสมัครเป็นสมาชิก ตามที่อาจารย์แนะนำแล้ว เป็นส่วนของ Learner ครับ ชื่อบล็อก "ล่องธารวรรณศิลป์" จะล่องไปกับอาจารย์ด้วยสักคน กำลังลองเขียนงานลงอยู่ครับ ถ้าอาจารย์ว่างก็ช่วยกรุณาเข้ามาแวะให้กำลังใจบ้างนะครับ บล็อกผมยังไม่สวยเท่าของอาจารย์ (ยังตกแต่งไม่เป็น)
แล้วจะแวะมาเที่ยวเรียนอีกนะครับ แหมได้ความรู้เพิ่มขึ้นมากกว่าที่เรียนในห้องซะอีก เป็นกำลังใจให้อาจารย์ทำงานต่อไปครับ
ด้วยเคารพ
เฉลิมพล สุภา
สวัสดีครับคุณ
ต้องขอโทษที่เข้ามาตอบช้าไป เพราะติดหนึบหนับหลายเรื่อง แต่เมื่อเข้าที่บันทึกนี้แล้ว พบเห็นผู้คนแวะเวียนมาก็ชื่นใจ สงบ ขอบคุณครับและจะพาไปสัมผัสความหนาวอีกในช่วยงฤดูหนาวเต็มที่ครับ
สวัสดีครับคุณ
ขอเชิญชวนมาสัมผัสไอหนาวช่วงเดือนหน้า ดอกบัวตองบานที่ดอยแม่อูคอ แม่ฮ่องสอน ครับ รับรองว่า สวยงาม ประทับใจแน่ๆ ครับ
สวัสดี เฉลิมพล
ครูดีใจนะที่เฉลิมพลตัดสินใจเข้าร่วมสังคมวิชาการ เพราะที่นี่ความรู้มีมากมายกว่าที่เราคิด ความรู้ที่แท้จริงอยู่ข้างนอก เพราะเป็นความรู้แห่งชีวิต ความรู้ในห้องเรียนเป็นหลักการ ทฤษฎี ซึ่งก็มีความสำคัญ เราต้องรู้จักผสมผสานความรู้ นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเรา ครูจะแวะเข้าไปชมดู หากมีข้อแนะนำการเขียนใดๆ ก็จะแนะนำไป
สวัสดีค่ะพี่กรเพชร
แอมแปร์ตามอ่านบันทึกพี่แบบจิ้งหรีดกระโดดเลยค่ะ คือกระโดดไปทางโน้นที กระโดดมาทางนี้ทีอย่างสนุกสนาน แต่ไม่กล้าเข้าไปต่อก(ล)อนเลย เพราะไม่มีฝีมือ ฉันทลักษณ์ทั้งหลายก็คืนครูไปเกือบหมดแล้ว นึกแล้วเสียดายจัง
เลยมาอาศัยอ่านอย่างเพลิดเพลินเจริญใจในบันทึกพี่นี่แหละค่ะ ชอบจัง เหมือนนั่งเรียนกับ อ.สุวคนธ์เลย คิดถึงอาจารย์จังค่ะ ปิดเทอมนี้ถ้ามีโอกาสจะแวะไปกราบอาจารย์ นับว่าบันทึกของพี่เป็นแรงบันดาลใจให้เกิดความกตัญญูได้อีกโสดหนึ่ง : ) : )
และบันทึกนี้ของพี่ ช่างตรงกับความรู้สึกของเรือจ้างอย่างแอมแปร์เหลือเกิน โดยเฉพาะการให้ความสำคัญกับการประเมินเชิงปริมาณทั้งหลาย.... : )
อย่างไรก็ตาม เมื่อนึกถึงเรื่อง" เมฆเหิน น้ำไหล"ที่สมเด็จพระเทพฯท่านทรงแปลไว้แล้วก็ปลงไปได้เยอะอะค่ะพี่กรเพชร