
ข้าวหมากมันสำปะหลัง
พบที่ในตลาดกลางชุมชน เล็กๆที่เงียบสงบ ในเมืองจูโร่ง จังหวัดกะลิมันตันใต้ บนเกาะกะลิมันตัน หรือ บอร์เนียว ของอินโดนีเซีย
เห็นหน้าตาคล้ายมันฯเชื่อมบ้านเรา แต่พอชิมแล้วกลับได้รสชาดเหมือน ข้าวหมาก เลยตั้งชื่อให้ใหม่ว่า มันสำปะหลังหมาก
ถามแม่ค้าดูก็ได้ความว่า วิธีทำมีการหมักเหมือนกับข้าวหมาก
สินค้าอื่นๆ ที่วางขายได้แก่ ขนมตัวหนอนสีสดใส ถั่วลิสงต้ม ระกำดอง กล้วยน้ำว้า ข้าวสาร ชมพู่พื้นเมืองสีสดใส
การที่เรามีเวลาแวะพักเพียงชั่วครู่ระหว่างการผ่านทาง ผมว่าตลาดเป็นจุดที่ทำให้เราเห็นวิถีชีวิตที่ต่างไป ของเพื่อนร่วมโลก ได้ดีที่สุดครับ
แต่เสียดายที่ตลาดสดตามอำเภอชนบทของบ้านเรา มักจะวายเสียก่อนที่ผมจะตื่นนอนทันไปเยี่ยมทุกทีเลย
เมืองจูโร่งเป็นเมืองเล็กๆ อยู่ตอนใต้ ของเกาะกะลิมันตันครับ การเดินทางต้องบินสองทอด คือจากกรุงเทพไปจาการ์ตา แล้วต่อสายการบินภายในประเทศ ไปลงที่ปันจามาซินซึ่งเป็นเมืองหลวงของจังหวัด จากนั้นแล้วแต่ท่านจะสมัครไปทางรถ(สองชั่วโมง) หรือทางเรือ ก็จะไปถึงจูโร่งได้
วิถีชีวิตที่จูโร่ง เป็นการพึ่งพิงทะเลเป็นหลัก หาปลาแค่พอกิน ปลูกบ้านด้วยไม้กาหยูหลังเล็กๆ อยู่ใต้ทิวมะพร้าว แว่วเสียงสวดของพี่น้องมุสลิมลอยอยู่ในอากาศ มองออกไปนอกฝั่งเห็นริ้วฟองคลื่นกระทบฝั่งอย่างไม่มีวันหยุดยั้ง
ผมรักวิถีชีวิตที่พอเพียงทุกแห่งบนพื้นโลก และที่นี่ก็เป็นอีกที่หนึ่งที่ผมรัก รวมถึงกุนจิ้ง(แมวน้อย; อินโดฯ) ที่มาอยู่เป็นเพื่อนฟังผมคุยตลอดสองสัปดาห์ที่แวะที่นั่น
สวัสดีครับ
ป้าแดง
ไปกะลิมันตัน ถูกส่งไปทำงานครับ
หรืออาจเรียกได้ว่า ไปตามบุญตามกรรมพาไป
เห็นรูปป้าแดงในบล็อคคุณขจิต ที่ไปKM ม.นเรศวร อย่างนี้ลูกผมคงเรียกพี่แดงมากกว่าป้าแดงแล้วหละ
กัมพูชาฝนตกหนักมากครับ เห็นเขาว่าตุลาคมฝนยิ่งชุกที่สุดครับ
ขอบคุณที่แวะมาทักคนไกลบ้านครับ
สวัสดีครับคุณขจิต
ไม่อร่อยครับ เปรี้ยวๆ ไม่หวานเหมือนข้าวหมากบ้านเรา
ผมไปกะลิมันตัน เมื่อปีก่อนครับเป็นภาพจากกรุ
แต่ตอนนี้ก็ยังอยู่พนมเปญ ฝากพี่น้องชาวเผ่าไทบรูดงหลวง ไว้ให้ท่านพี่ใหญ่บางทรายดูแลแต่ผู้เดียวครับ
สวัสดีครับ
อินโดฯ จะคล้ายปักษ์ใต้บ้านเรามาก ผมก็รักความพอเพียง สมัยก่อนเห็นพ่อแม่เราอดทน เก็บออมส่งให้เราเรียนเป็นทุนเบื้องต้น แล้วเราก็อดออมแต่งเติมจนบัดนี้
สวัสดีครับ
มาทักทายค่ะ ..อยู่พนมเปญหรือค่ะ...วิถีชีวิตคงคล้ายกับชนบทบ้านเรา...กลับมาเมื่อไรมาเที่ยวปายน่ะ....แม่มาลัยใกล้ๆ แค่นี้...มีความสุขมากๆ ค่ะ
สวัสดีครับ
คุณ
คำสุวรรณ์
ขอบคุณที่แวะมาทักทายครับ
ผมรักบรรยากาศของปักษ์ใต้บ้านเราเช่นเดียวกันครับ โดยเฉพาะบนเกาะเล็กๆแถบชายฝั่งที่มีคนอยู่เพียงสองสามร้อยหลังคา มีต้นมะม่วงกาหยูที่กินได้ทั้งยอด ผล และเมล็ด ครับ
ครูแอน
ครับ
ความจริงบันทึกนี้ที่ไปที่มา ได้รับแรงบันดาลใจจากบันทึกที่อวดรูปขนมอาละวาของคุณแอนนั่นแหละครับ เพราะโหยหาอาหารพื้นเมืองบ้านเรา จึงหาทางทดแทนด้วย อาหารแปลกๆครับ
มันสัมปะหลังหมัก สามจังหวัดชายแดนภาคใต้เรียก ตาแป มีขายในตลาดนัดทั่วไป ชาวมุสลิมไม่นิยมกินแป้งข้าวหมาก แต่ชอบกินมันหมัก หรือตาแป 10 บาทกินกันโอ๊ก เพราะลงทุนไม่มาก และสมัยนี้ดัดเปลงเอามาชุบแป้งทอดแบบกล้วยแขก อร่อยไปอีกแบบ แหม่! อุตส่าห์หลบระเบิดไปเจอที่อินโดนู้น
ตาแป ไม่ได้หมายความเฉพาะมันสัมปะหลังหมักครับ มีทั้งข้าวเหนียวและมันสัมปะหลัง แล้วแต่คนชอบ ผมชอบทั้งสองอย่างแต่ชอบมันสัมปะหลังมากกว่า ในอดีตแพร่หลายทั้งใน 3 จังหวัดภาคใต้ มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดยนีเซีย และน่าจะรวมประเทศใกล้เคียงอื่นที่มีชาวจีนอาศัยอยู่ด้วย ปัจจุบันถ้าไม่พบหรือพบน้อยน่าจะเป็นราคาข้าวเหนียวที่สูงหรือเปล่า? ใน 3 จังหวัดภาคใต้ไม่มีการปลูกข้าวเหนียว ประเทศอื่นก็ล้วนเป็นผู้นำเข้าข้าวจากประเทศไทย ส่วนมันสัมปะหลังปลูกง่ายมาก ชาวบ้านใน 3 จังหวัดมีปลูกไว้รับประทานทั่วไป ใกล้หน้าฝนก็ปักไว้ในสวนครัวหรือริมสวนโดยไม่ต้องทำอะไร หัวมันที่ได้ก็ใหญ่ขนาดเท่าแข่งหรือน่อง แปรรูปเป็นอาหารได้หลายอย่างครับ
ขออภัยครับ ที่ถูกคือมันสำปะหลังครับ