เล่าเรื่องเมื่อหลายปีก่อน ก่อนยุคIMF ได้มีโอกาสไปอบรมกู้ชีพทางทะเล รายละเอียดต้องว่ายน้ำได้ แต่ตัวเองว่ายน้ำไม่เป็น หัวหน้าสอบถามทางผู้จัด ผู้จัดบอกว่าไม่เป็นไรแต่ก็จะลำบากหน่อย หัวหน้าบอกว่าพยาบาลคงบริหารจัดการอยู่บนเรือหรือบนบกคงไม่ต้องลงน้ำ พอไปถึงที่ฝึกอบรมเป็นการดำน้ำscuba Driving ทีนี้กูจะบ้าซิ ทำไงดีล่ะ คนว่ายน้ำไม่เป็นจะมีความกลัว คนอื่นเป็นไหม นึกถึงแล้วก็ประหลาดใจตัวเองว่าไม่อ่านให้ละเอียด แล้วก็ด้วยความไม่ได้สนใจว่าscuba คืออะไร เชยไหมละ มาแล้วทำไงได้ ครูอ้วน(อรุณ อรุณภาคย์) ซึ่งเขาดังในวงการดำน้ำ แต่พวกเราชาวสาธารณสุขไม่รู้จักหรอก หนังสือการท่องเที่ยว การดำน้ำก็ไม่เคยอ่าน ครูอ้วนเป็นหัวหน้าทีมในการอบรม ถามก่อนว่าใครว่ายน้ำไม่เป็น ฉันรีบยกมืออย่างไม่ลังเล หลายคนหันมามอง บางคนถามว่ายน้ำไม่เป็นแล้วมาทำไม ทีมงานก็ดูแลอย่างดี แต่ความกลัวไม่เข้าใครออกใคร ฉันต้องบอกตัวเองว่าตั้งสติให้ดีเพราะเราไม่ใช่เด็กๆแล้ว เราต้องทำให้ได้ แล้วทุกอย่างก็ผ่านไปแบบฝันร้าย บอกตรงๆว่าไม่เคยมีความสุขเลยสักวันเดียว น่าเศร้าใช่ไหมละ กินไม่ได้ ผอมดำ กลับมาทำงานใครๆก็ถาม แต่สิ่งหนึ่งที่สุขใจและภาคภูมิใจมากเมื่อย้อนนึกถึงวันที่ไปอบรมครั้งใด ใครจะเชื่อว่าการอบรมครั้งนี้คุ้มค่าอย่างมหาศาล เพราะฉันได้ช่วยชีวิตผู้ป่วยด้วยความรู้ที่อบรมในครั้งนี้ กลางวันเรียนดำน้ำ ช่วงเย็นสอนทฤษฎีต่าง โรคที่เกิดจากการดำน้ำเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องสอน หลังจากอบรมดำน้ำมาประมาณ 8 ปี ฉันกำลังจะลงเวรแล้ว มีผู้ป่วยมาด้วยอาการปวดศีรษะหน้าแดง ตัวแดง ไม่เคยมีประวัติโรคความดันโลหิตสูง ซักประวัติเพิ่มพบว่า ดำน้ำไปซ่อมท่อประปาเป็นเวลานาน อาการเหมือนDecompression sickness ฉันจึงค้นตำรา(เก็บไว้ที่หน่วยงาน) ทันที มีอาการเหมือนเข็มทิ่มตามตัว แน่นหน้าอกหายใจไม่สะดวก ฉันจึงหยิบตำรามาให้แพทย์เวรดู แล้วบอกว่าต้องส่งต่อไปที่กรุงเทพฯ เพื่อเข้าเครื่องปรับบรรยากาศความกดดันสูง(Hyperbaric Chamber) เพราะโรคนี้เกิดจากฟองอากาศ ไปอุดส่วนต่างของร่างกาย ถ้าไปอุดที่สมองก็อาจถึงชีวิตได้ถ้าช่วยไม่ทัน คุณหมอท่านก็แสนดีเชื่อฉันทุกอย่าง(กางตำราให้ท่านดู) โรงพยาบาลในกรุงเทพฯจะไม่ยอมรับ บอกว่าไม่เหมือน แต่ฉันยืนยันว่าใช่ ถ้าไม่รับก็จะให้ผู้ป่วยเดินทางไปเอง ในที่สุดเขาก็ยอมรับ ฉันกลับบ้านช้ากว่าปกติเป็นชั่วโมง แต่ในใจนั้นมีความสุขมาก แต่อดคิดไม่ได้ว่าถ้าเขามาช้ากว่านี้ไม่เจอกันจะเป็นอย่างไรน้า หลายเดือนต่อมาภรรยาของผู้ป่วย มาหาฉันที่ห้องฉุกเฉิน เขาจำฉันได้แต่ฉันจำเขาไม่ได้หรอก เมื่อเขาบอกว่าเป็นภรรยาผู้ป่วยที่ส่งไปกรุงเทพฯ ฉันตื่นเต้นรีบถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง เธอชี้มือไปที่สามี แล้วบอกสามีเธอว่าคนนี้ไงละที่ช่วยเมื่อคราวนั้น ผู้ป่วยของฉันเมื่อหลายเดือนก่อนบอกว่า โรงพยาบาลทางโน้นบอกว่าเก่งนะ รู้ได้อย่างไรว่าเป็นโรคนี้ ถ้ามาช้ากว่านี้จะแย่ฉันนึกในใจว่ากว่าจะส่งตัวไปได้พูดนานเป็นชั่วโมงเพราะเขาไม่เชื่อ และบอกต่อว่าผมไปรักษาจนสนิทสนมกับเขาแล้ว เอาขนมหม้อแกงไปฝากทุกสัปดาห์ ฉันได้แต่ยิ้มแล้วตอบว่าดีคะ เขาหายดีแล้ว คุยกันอีกนิดหน่อยก่อนเดินออกจากการสนทนา(เขาพาลูกมาหาหมอ)เขาพูดว่า ที่นี่ผมก็ส่งกระเช้าไปให้ผู้อำนวยการแล้วขอบคุณที่ส่งตัวผมไปกรุงเทพฯ แล้วเดินจากไป ฉันถามตัวเองว่ารู้สึกอย่างไร กับคำพูดประโยคสุดท้ายของเขา ฉันดีใจนะซิ การกระทำของฉันทำให้ผู้อำนวยการรพ.ได้รับการขอบคุณโดยไม่รู้ตัว ถามว่าถ้าเขาเอากระเช้ามาให้ฉันฉันคงไม่รับเพราะไม่คิดหวังว่าจะได้สิ่งใดตอบแทนกับการดูแลผู้ป่วยของตัวเอง แต่ฉันภาคภูมิใจที่ฉันใช้งบประมาณประเทศชาติมาตอบแทนประชาชนได้สุดคุ้ม ช่วยคนหนึ่งคนไม่ให้เสียชีวิตหรือเป็นอัมพาตด้วยฝีมือตนเองนั้น หาง่ายหรือ เพราะส่วนมากการดูแลผู้ป่วยทั่วไปเราก็ช่วยๆกันอยู่แล้ว แต่ครั้งนี้ล่ะที่ฉันรู้สึกว่าเป็นฝีมือของฉันล้วนๆเลย และท่าทีของภรรยาที่เข้ามาให้ฉันด้วยท่าทีนอบน้อมแล้วขอบคุณฉันที่ช่วยสามีเขา ภรรยาเขาเห็นตลอดเวลาว่าฉันตั้งใจช่วยขนาดไหน แค่นี้ฉันก็ดีใจแล้ว นี่ละความสุขในชีวิตพยาบาลของฉัน
Decompression sickness
scuba Driving Decompression sickness Chamber ความสุขในชีวิตพยาบาลของฉัน
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
แก้มแหม่ม · 30 ก.ย. 2550
ผอ. อิ้น ขำทวี · 30 ก.ย. 2550
คุณ สมฤดี โชคบวรธนสาร · 30 ก.ย. 2550
KPN AC jack · 30 ก.ย. 2550
สบายสบาย · 30 ก.ย. 2550
สวัสดีค่ะพี่
แวะมาชื่นชมนะคะ ..
ปิดทองพระ ..สิ่งที่จะได้ชื่นชืม..คือความอิ่มเอมใจค่ะ..
ช่วยได้คนก็เกินคุ้มกับที่ไปอบรมแล้ว??
แล้วหัดว่ายน้ำยัง?