GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

ทำไมต้องใช้งานสถาปนิก

สถาปนิก,สถาปัตยกรรม, บริการ,ออกแบบ,ก่อสร้าง, ค่าแบบ
คำถามยอดนิยมที่คนในแวดวงวิชาชีพสถาปัตย์มักได้ยิน ได้ฟังจากลูกค้า ผู้ว่าจ้างก็คือ ทำไมต้องใช้สถาปนิก หรือจะใช้(งาน)สถาปนิกไปทำอะไรได้บ้าง ขอตอบเป็นเชิงอุปมาอุปไมยว่า เมื่อใดที่ท่านเจ็บไข้ไม่สบาย ท่านก็ต้องไปหาหมอเพื่อหาหยูกยามารักษาตัวท่าน หรือถ้าหากท่านปวดฟัน ก็ต้องไปพบหมอฟันให้รักษาท่าน ฉันใดก็ฉันนั้นดังนั้น เมื่อไหร่ที่ท่านต้องการปลูกสร้างบ้าน ไม่ว่าหลังเล็ก หลังใหญ่ หรือหลังใหญ่มากก็ตาม หรือแม้แต่อาคารสาธารณะไมว่าหลังใหญ่หรือเล็ก เพื่อตอบสนองความต้องการของตนเอง ครอบครัว หรือธุรกิจของท่านก็ตาม ก็เป็นเวลาที่ท่านต้องนึกถึง(การบริการจาก)สถาปนิกแล้วล่ะครับ บางท่านยังสงสัยต่อไปว่าบ้านหลังเล็กๆ ต้องใช้สถาปนิกหรือไม่ หรืออยากจะสร้างโรงแรม โรงเรียน หรือโรงงานสักหลังสมควรจ้างสถาปนิกหรือไม่ ก็ขอตอบคำถามข้อนี้แบบดื้อๆ ว่า สมควรครับ เพราะสถาปนิกแต่ละคนมีความสามารถทำงานออกแบบได้ทุกขนาดพื้นที่ และหลากหลายประเภทตามความรู้และประสบการณ์

เหตุผลสำคัญอีกประการที่สนับสนุนการใช้งานสถาปนิกคือนอกเหนือจากบริการพื้นฐานที่ลูกค้าได้รับตามขั้นตอนการทำงานออกแบบและก่อสร้างแล้ว สถาปนิกจะทำหน้าที่เหมือนเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้านหรืออาคารของท่านตั้งแต่เริ่มต้นวางแนวคิด ไอเดียเริ่มต้นเพื่อออกแบบ คิดราคาก่อสร้าง หาผู้รับเหมาก่อสร้าง และเริ่มต้นงานก่อสร้างจนกระทั่งปลูกสร้างอาคารแล้วเสร็จ หรืออธิบายง่ายๆ ว่าสถาปนิกจะทำงานควบคู่ไปกับท่านตั้งแต่เริ่มต้นออกแบบจนจบกระบวนการก่อสร้างเลยทีเดียว ลองมาดูเหตุผลหลักอีก 4 ข้อที่สนับสนุนถึงเหตุผลในการใช้งานและรับบริการจากสถาปนิก


·        สถาปนิกให้ท่านได้มากกว่าการอยู่อาศัยในกล่องสี่เหลี่ยม
เมื่อท่านมีปัญหาเกี่ยวกับการสร้างบ้านเรือนเพื่ออยู่อาศัย หรืออาคารต่างๆ เพื่อการใช้สอย สถาปนิกจะช่วยแก้ไขปัญหาหนักอก และแปรความต้องการใช้สอยของท่านจากการพูดคุยกันธรรมดาให้กลายเป็นทางแก้อย่างเป็นรูปธรรม สถาปนิกจะศึกษาข้อมูลและผลกระทบจากสภาพที่ดินหรือที่ตั้งโครงการ ผนวกเข้ากับความต้องการของท่าน โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานความเป็นไปได้ของกฎหมาย เทคนิคก่อสร้าง และวัสดุ สถาปนิกจะนำเสนอวิธีการแก้ปัญหาผ่านแบบและเอกสารทางสถาปัตยกรรม ได้แก่ แบบแปลน รูปด้าน ทัศนียภาพ และหุ่นจำลอง เพื่อสื่อสารให้ลูกค้าเข้าใจแบบได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้สถาปนิกยังให้คำแนะนำท่านในการเลือกพิจารณาแบบทางเลือกเหล่านั้นให้เหมาะสมกับการใช้สอย คุณภาพชีวิตในการอยู่อาศัย และความต้องการของท่านและครอบครัวอย่างจำเพาะเจาะจงทั้งในปัจจุบันและอนาคตได้อีกด้วย


 

·        สถาปนิกเป็นมากกว่าผู้ก่อสร้างอาคารบ้านเรือน
สถาปนิกเป็นวิชาชีพเดียวที่เกี่ยวข้อง และมีความรู้ ความเข้าใจกระบวนการออกแบบและก่อสร้างอาคารตั้งแต่เริ่มต้นจนจบกระบวนการก่อสร้าง กล่าวคือในการทำงานออกแบบและก่อสร้าง สถาปนิกจะทำงานแบบอาคารควบคู่ไปกับการปรึกษาหารือกับลูกค้าหรือเจ้าของอาคารอย่างใกล้ชิด เริ่มตั้งแต่วางแนวคิดการออกแบบ พัฒนาแบบทางสถาปัตยกรรม เสนอแนวคิด แนวทางการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างการทำงานเพื่อประกอบการตัดสินใจของลูกค้า รวมทั้งทำหน้าที่เป็นหัวหน้าคณะผู้ออกแบบที่ประกอบด้วยวิศวกรต่างๆ ในการวางแผนการทำงาน และเป็นตัวแทนลูกค้าเพื่อนำเสนอข้อมูลและประสานความต้องการของเจ้าของกับนักวิชาชีพที่เกี่ยวข้องเช่น วิศวกรโครงสร้าง วิศวกรระบบ ภูมิสถาปนิก มัณฑนากร ฯ เพื่อให้ได้เป็นแบบพิมพ์เขียวทางสถาปัตยกรรม และวิศวกรรมตลอดจนแบบรายละเอียดอื่นๆ ที่ตอบสนองการใช้งานได้มากที่สุด นอกจากนี้ระหว่างการก่อสร้างสถาปนิกยังสามารถให้คำปรึกษาต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับแบบ และการก่อสร้างซึ่งมักเกิดขึ้นอยู่เสมอ รวมทั้งช่วยท่านตัดสินใจเลือกคำตอบ และวิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุดต่อบ้านหรือโครงการของท่านได้เป็นอย่างดี

·        สถาปนิกไม่แพงอย่างที่คิด
หากท่านพิจารณาเปรียบเทียบถึงมูลค่าของค่าแบบหรือค่าบริการวิชาชีพของสถาปนิกกับมูลค่าก่อสร้างโดยรวมของการก่อสร้างบ้านเรือนหรืออาคารก็ตาม จะพบว่าค่าแบบของสถาปนิกมีสัดส่วนเพียงไม่กี่เปอร์เซนต์ แต่ด้วยมูลค่าดังกล่าวสถาปนิกจะตอบแทนท่านในรูปแบบของการให้บริการที่คุ้มค่า ไม่ว่าจะเป็นการคืนกำไรให้ท่านจากการประหยัดเวลาการทำงาน ลดเวลาการก่อสร้าง การเลือกใช้วัสดุที่เหมาะสม การประหยัดพลังงานในบ้านและอาคาร และอีกหลายต่อหลายเรื่อง เนื่องจากสถาปนิกเป็นผู้ที่มองภาพรวมของการออกแบบและก่อสร้างได้อย่างทะลุปรุโปร่ง จึงสามารถวางแผนการดำเนินงานและประหยัดเวลาการทำงานได้เป็นอย่างดี ควบคุมงบประมาณการก่อสร้างไม่ให้บานปลาย นอกจากนี้


·        สถาปนิกให้ท่านได้มากกว่า(กระดาษ) พิมพ์เขียว
สถาปนิกทำอะไร(ให้ลูกค้า)ได้บ้าง เป็นคำถามเก่าๆ ที่สถาปนิกมักได้รับเป็นประจำจากลูกค้าตามกรอบและองค์ความรู้ในการทำงานแบบเดิมๆ  แต่ปัจจุบัน คำถามที่ท่านควรสอบถามตนเองเมื่อต้องการใช้งานสถาปนิกควรเป็นคำถามที่ว่า ท่านต้องการให้สถาปนิกทำอะไรให้ท่านบ้าง มากกว่า เพราะขอบเขตการทำงานของสถาปนิกเพิ่มขึ้นอย่างมากมาย พร้อมกับการพัฒนาองค์ความรู้ทางการออกแบบ และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและวัสดุก่อสร้าง ด้วยวัตถุประสงค์เพื่อตอบสนองความต้องการใช้สอย และความสะดวกสบายของผู้อยู่อาศัย  การทำงานดังกล่าวมีประเด็นเริ่มต้นตั้งแต่ การวิเคราะห์ข้อกฎหมายและผลกระทบ การวิเคราะห์การใช้ที่ดิน การออกแบบเพื่อสร้างสภาวะน่าสบายในการอยู่อาศัย การอนุรักษ์พลังงานในอาคาร  และแนวคิดด้านการออกแบบแบบยั่งยืนที่เป็นเรื่องที่กระแสโลกให้ความสนใจอยู่ในปัจจุบัน ตัวอย่างเหล่านี้ จะเห็นได้ว่าก่อนจะได้แบบบ้านหรืออาคารมาสักหลัง สถาปนิกต้องใช้องค์ความรู้มากมายหลายอย่างกว่าจะสังเคราะห์มาเป็นแบบอาคารที่ท่านเห็นเป็นพิมพ์เขียวจำนวนไม่กี่สิบแผ่น ดังนั้นการประเมินค่าแบบหรือค่าแรงของสถาปนิกจากการนับจำนวนแผ่นพิมพ์เขียวหรือกระดาษไขเป็นฐานเพียงอย่างเดียวคงเป็นเรื่องที่ไม่เป็นธรรมต่อสถาปนิกเท่าใดนัก เพราะนอกจากการใช้ความรู้มากมายเหล่านั้นมาใช้แล้ว สถาปนิกยังต้องใช้เวลา แรงงานไปกับการประสานงาน เจรจาต่อรองเพื่อประสานความต้องการของลูกค้ากับนักวิชาชีพที่เกี่ยวข้องอื่นๆ อีกด้วย และรวมไปถึงการกำกับดูแลการทำงานของผู้รับเหมาก่อสร้างให้เป็นไปตามแบบโดยลุล่วง ซึ่งทั้งหลายทั้งปวงแล้วก็เพื่อสร้างสรรค์ผลงานบ้านเรือนและอาคารที่สวยงามสมความต้องการของลูกค้านั่นเอง

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): uncategorized
หมายเลขบันทึก: 13228
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 3
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (3)

อ. รัชด ครับ ผมขออนุญาตนำ blog นี้เข้าแพลนเนตนะครับ

ซู้ดดดดดดยอด

 และก้อตอบคำถามแม่ได้ว่าทำไมอยากเรียน

 ขอบคุงคร้าบบบบบบ

ดูเหมือนท่านอาจารย์ไม่ได้เข้า BLOG นานแล้วนะครับ เสียดายการแชร์ความรู้จังครับ

สงสัยงานเยอะนะครับ เสียดาย ๆๆๆ

:)