สวัสดีครับทุกท่าน

          สบายดีกันไหมครับ...เคยนำเสนอแนวคิดไปกับท่าน อ.แสวง รวยสูงเนิน ไปหลายครั้งนะครับ ซึ่งเป็นการพูดคุยเพื่อขายแนวคิดในเรื่องการหาทางออกให้กับชุมชน ให้มีการสั่งสมฐานความรู้ปัญญาของชุมชน และเชื่อมโยงกันทั่วประเทศเพื่อเป็นเครือข่ายสำนักงานปราชญ์ชุมชน ให้เป็นเครือข่ายปราชญ์แห่งชาติ ใช้คำว่าปราชญ์ อาจจะสูงส่ง แต่ผมเชื่อว่าผู้เป็นปราชญ์แท้ๆ ในเมืองไทยยังมีอยู่เยอะครับ แล้วให้ทรัพยากรบุคคลเหล่านี้ ในการถ่ายทอดความรู้ แนวคิด จิตวิญญาณ สู่ชุมชน

มีบทความที่ อ.แสวง ได้นำเสนอไปแล้วนะครับ ได้แก่

           ปราชญ์ในชุมชนนั้นเป็นผู้ที่มีความสำคัญมากๆ ในการศึกษาและอยู่กับชุมชน มาเป็นเวลานาน ซึมซับกลิ่นไอของชุมชนมาเป็นเวลายาวนาน สร้างบทเรียนให้กับตัวเอง แล้วเผยแพร่ให้กับคนรอบข้างเพื่อนำไปสู่แนวคิดทางการพัฒนาสู่ความยั่งยืน และอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างเข้าใจ กลายเป็นการอยู่แบบชุมชนพึ่งพา เกื้อกูลธรรมชาติ

          ได้ถกกับ ท่านอาจารย์แสวง ในเรื่องนี้ เพื่อหาทางออกหลายๆ ปัญหา และที่สำคัญปราชญ์ชุมชนนั้น ต้องอยู่ในชุมชน มีิอิสระมากพอที่จะทำงานอย่างอิสระในชุมชน แต่ปัญหาที่เกิดในแต่ละชุมชนย่อมมีทั้งเหมือนและแตกต่างกัน ดังนั้นที่ทำได้ก็คือ ควรจะมีโมเด็ม (ใครจะเป็น โมเด็ม ระหว่างรัฐกับชุมชน ชุมชนกับชุมชน) ที่ทำหน้าที่เชื่อมโยงชุมชนเข้ากับชุมชน และชุมชนเข้ากับรัฐให้ได้ แนวทางหนึ่งก็คือ การมีสำนักงานปราชญ์ชุมชนขึ้น

         ถามว่าเราจะจัดการอย่างไร ใครจะเป็นเจ้าภาพในเรื่องนี้

         เป็นโอกาสดีมากๆ ครับ ที่ในทุกๆ จังหวัด เมื่อก่อนจะมีสถาบันราชภัฏอยู่กระจายออกไปทั่วประเทศ และกลายมาเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏ ซึ่งแต่ละที่นั้นก็จะมีฝ่ายห้องสมุด สำนักวิทยาบริการ ห้องสมุด ซึ่งจะมีฝ่ายโสตและฝ่ายไอที ในการที่จะสามารถเชื่อมโยงข้อมูลเข้ากันสู่ระบบเครือข่ายได้ ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ดังนั้นหากได้ มหาวิทยาลัยราชภัฏ และมหาวิทยาลัยอื่นๆ ที่เข้าร่วม ตลอดจนหอสมุดประชาชนร่วมกันเป็นเครือข่าย และองค์กรอื่นๆ ที่ี่สนใจ ในการเผยแพร่ภูมิปัญญาเข้าสู่ฐานข้อมูลภูิมิปัญญาของชุมชน ภายใต้สำนักงานปราชญ์แห่งชาติร่วมกัน  เช่นหากชุมชนหนึ่งในภาคอีสาน มีแนวทางในการกำจัดหอยเชอรี่ในนาข้าว เราอาจจะเจอปัญหานี้ ทั่วประเทศไทย แต่จะมีวิธีการต่างๆ ในการจัดการหรือการหาทางออก หากกระบวนการเหล่านี้ เชื่อมโยงเข้ากัน คนก็จะเข้าถึง หากชุมชนไหนไม่รู้วิธีการแก้ไข ก็อาจจะเข้าไปใช้บริการในระบบฐานข้อมูลปราชญ์แห่งชาติ ก็จะได้ข้อมูล จากนั้น ตัวแทนในแต่ละชุมชน ก็อาจจะมีการนัดประชุมรายเดือนกันทุกๆ เดือน แล้วนำมาเสนอ และต่อยอดความรู้กันได้ และเข้าสู่การปฏิบัติจริงครับ หากเอาไปทำแล้วไม่ได้ผล อาจจะแจ้งต่อไปผ่านตัวแทนชุมชนหรือโมเด็ม (ใครจะเป็น โมเด็ม ระหว่างรัฐกับชุมชน ชุมชนกับชุมชน) ของชุมชน เพื่อส่งไปยังระเบียนของข้อมูลนี้ ว่านำไปใช้แล้วไม่ได้ผล จากที่ไหน พร้อมข้อเสนอแนะต่างๆ ก็จะได้การนำไปสู่การแก้ปัญหาที่ชัดเจนขึ้น

          ตัวสำนักงานปราชญ์แห่งชาตินั้น อาจจะเป็นองค์กรหนึ่งที่ตั้งขึ้นมาเพื่อจัดการบริหารการนำภูมิปัญญาชุมชนไปใช้และให้บริการอย่างอิสระและทุกชุมชนเข้าถึงฐานข้อมูลอย่างอิสระ ไม่มีผลประโยชน์ทางการค้าใดๆ ทั้งสิ้น โดยจะต้องสร้างแรงศรัทธาให้เกิดกับประชาชนในประเทศได้ในทุกระดับ และทุกภาคส่วน

         สำนักงานปราชญ์แห่งชาติ จะต้องดูแลปราชญ์ชาวบ้าน ในเรื่องของสวัสดิการทั่วไป เช่นด้านสุขภาพ ด้านปัญหา หรือการส่งเสริมเื้อื้ออำนวยความสะดวกให้กับปราชญ์ชาวบ้าน ในการทำงานอย่างมีิอิสระ เพื่อต่อยอดความรู้ของชุมชนให้เข้าสู่ความยั่งยืนมากขึ้น ตลอดจนเชื่อมโยงเครือข่ายปราชญ์ชาวบ้านทั่วประเทศเข้าด้วยกันครับ 

         ผมเกริ่นแค่นี้ก่อนนะครับ ไว้จะมาฝันละเมอไว้ต่อนะครับ ก่อนจะจาก ฝากภาพแผนที่ประเทศไทย ไทรงาม สำนักงานปราชญ์ชุมชนเอาไว้ดูเล่นๆ นะครับ

 
Philosopher-trai

ขอบคุณมากนะครับ มีอะไรฝากไว้ได้นะครับ จะมีตอนต่อๆ ไป มาเล่ากันต่อไปนะครับ เป็นตอนๆ ไปนะครับ โดยผมจะมุ่งเน้นไปที่ฐานข้อมูลภูมิปัญญาชาวบ้าน เป็นสำคัญ ตลอดจนแนวทางในการจัดตั้งองค์กรอิสระ และความยั่งยืนขององค์กร ภายใต้ไทยช่วยไทย....

การสมอง (การบ้าน) สำหรับตอนต่อไป นะครับ ลองไปคิดก่อนนอนนะครับ คืนละ 5-10 นาที หากเป็นไปได้นะครับ คิดดูว่าในชุมชนที่เราอยู่มีอะไรบ้างที่เราควรจะเก็บเข้าู่สู่ระบบฐานข้อมูล เพื่อเอาไว้ให้ลูกหลานและคนที่อยู่ในชุมชนไกลๆ นำไปประยุกต์ใช้ ทั้งนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์และความรู้ใหม่ที่เกิดในชุมชน และสิ่งอื่นๆ นะครับ ย้ำนะครับ ไ่ม่ได้จะเก็บไว้เป็นพิพิธภัณฑ์นะครับ แต่เก็บเพื่อเผยแพร่และพร้อมจะให้ชุมชนอื่นต่อยอดทางความคิดและำนำไปใช้นะครับ

กระผมขอยกคำกล่าวของพระราชบิดา..มาอีกครั้งนะครับ (ขอบคุณคุณเบิร์ด สำหรับการบอกกล่าวนะครับ)

True success is not in the learning, but in its application to the benefit of mankind.

ขออนุญาตแปลแบบบ้านๆ นะครับ (หากแปลผิดหรือมีคำอื่นที่ดีกว่า รบกวนท่านผู้รู้ชี้แนะด้วยครับ เพราะผมได้รับมาเป็นภาษาอังกฤษนะครับ)

ความสำเร็จที่แท้จริงนั้นหาได้อยู่ที่การเรียนสำเร็จไม่ แต่อยู่ที่การประยุกต์ใช้ความรู้นั้นให้เกิดประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติเป็นสำคัญ 

แถมอีกประโยคหนึ่งนะครับ ไปค้นมาเจอครับ

I don't want you to be only a doctor but I also want you to be a man. 

ปล. หากโครงการนี้เดินไปด้วยความศรัทธาที่พวกเราพอจะมีร่วมกันได้ และวันหนึ่งหากคุณศรัทธาในสิ่งเหล่านี้ ผมจะขอรับบริจาคจากคุณ ปีละ 12 บาทนะครับ แต่เส้นทางนี้ยังอีกยาวไกลครับ ทุกท่านคือพลังที่สำคัญครับ 

ด้วยมิตรภาพและขอให้ธรรมชาติคุ้มครอง

เม้ง